Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Archive for June 2013

MarketingByte.com งานนี้ที่ยังไงก็อยากทำ

with one comment

หากย้อนกลับไปปี 2010 ช่วงนั้นเมืองไทยยังมีเว็บไซต์ประเภทข้อมูลด้านการตลาดออนไลน์น้อยมาก ผมเองตอนนั้นก็เขียนบทความลงใน pawoot.com มาพักใหญ่แล้วล่ะ แต่มันเป็นเว็บส่วนตัวมากเกินไป ผมอยากให้คนอื่นๆ มาเขียนและแชร์ประสบการณ์บ้าง เลยมีไอเดียอยากทำเว็บคล้ายๆ clickz.com ของอเมริกาที่มีข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อนักการตลาดออนไลน์ ก็นั่งนึกไปนึกมาว่าจะทำเว็บอะไรดี จนเอ็มนึกชื่อให้ว่าน่าจะชื่อ marketingbyte.com (ซึ่งชื่อนี้ก็เป็นชื่อคอลัมภ์ของผมในหนังสืิอพิมพ์กรุงเทพธุรกิจด้วย) ซึ่งผมวางแผนว่าจะเป็นเว็บเกี่ยวกับ How To หรือสอนการทำการตลาดตั้งแต่เริ่มต้น และแยกออกไปแต่ละประเภทการตลาด ซึ่งโมเดลคิดไปถึงการมีงานสัมมนามาร่วมด้วย และรวมถึงการนำข้อมูลในเว็บออกมาตีพิมพ์เป็นหนังสือ พูดง่ายๆ มันคือการ Synergy ระหว่างองค์ความรู้บนออนไลน์ ออกไปยังออฟไลน์ Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2013/06/22 at 10:50 AM

เทคนิคการเป็นผู้นำ เจ๋งดีแหะ

leave a comment »

มางาน SEARCH Summit 2013 with Google ที่อินโดนิเซียเมือง Yogyakarta เค้าเปิด VDO นี้แล้วพูดถึงผู้นำ เห็นแล้วชอบมาก เอามาโน็ตเก็บไว้ครับ ผู้นำกับคนบ้า อยู่ห่างกันนิดเดียวเองนะ ฮ่าๆๆ

Written by pawoot

2013/06/21 at 12:24 PM

เข้าโรงพยาบาลกระทันหัน ผิดท่าไปหน่อย…

with 2 comments

วันนี้ตื่นมาตอนเช้า พาลูกๆ อาบน้ำ โดยเฉพาะวันหยุด พวกเค้าจะชอบแช่ในอ่างน้ำกัน แต่ตอนเค้าอาบเสร็จผมกำลังอุ้มน้องป้อน ลูกสาวอายุ 2ขวบ น้ำหนักไม่น่าเกิน 13 กิโล ในขณะเอี่ยวบิดตัวเพื่อที่จะอุ้มเค้าขึ้นมา หลังผมดัง “เปรี้ยะ” ความเจ็บแปล้บบบบ แผ่นซ่านไปทั้งหลัง ผมทรุดลงทันที รู้ทันทีว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับหลังผมแน่ๆ ผมตะโกนเรียกภรรยามารับลูกไปต่อ แล้วก็บอกเค้าว่า ผมปวดหลังมาก ตอนแรกๆ เค้าก็นึกว่าเป็นไม่มาก ตอนนัืนผมทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว เดินไม่ไหวเลย ใจก็กลัวว่าจะกระทบกับกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากต่อร่างกาย ผมเองเพิ่งมีอาการปวดหลังอย่างมากเมื่อ 3-4 เดือนก่อนหน้านี้ เพราะตาเป็ป ลูกชายคนโต กระโดดลงมากระแทกกลางหลังผม ในขณะที่กำลังนอนเหยียดตัวทำงานอยู่นเตียง ลูกโดดลงมาทับกลางหลังดังแอ๊กเลย.!

Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2013/06/16 at 5:57 PM

เราคือ “ต้นเหตุของทุกๆ อย่างๆ” คุณเชื่อไหม?

with one comment

หลายครั้งๆ ที่หลายๆ อย่างเกิดอะไรขึ้นมากมากรอบๆ ตัวเราและกับตัวเรา และหลายๆ ครั้งเรามักจะบอกว่า ความผิดทั้งหลายมันเกิดจาก คนนู้น คนนี้ แต่แทบไม่เคยมีใครบอกเลยว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นเหล่านั้น มันเกิดจากตัวของเองเป็นต้นเหตุ

เชื่อมั้ยครับว่า หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเรา มันเกิดจาก เราน้ันล้วนเป็นต้นเหตุของทุกสิ่งทุกอย่างทีเกิดขึ้นรอบตัวเรา เช่น บริษัทมี่เราอยู่มันไม่ดีเอาซะเลย หรือ หัวหน้าเราไม่ดีเลย ไม่เคยฟังเราเลย (คุณเคยคิดมั้ยว่า อาจจะเป็นเพราะคุณอาจจะสื่อสารกับหัวหน้าคุณไม่ดีพอ จะทำให้หัวหน้าของคุณไม่เชื่อและ ทำตามแนวทางที่คุณอยากทำ) กลับมามองตัวเราเอง

เชื่อมั้ยครับว่า การที่เราจะเปลี่ยนคนอื่นทำได้ยากมาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่การที่เราจะเปลี่ยนตัวเราเอง เป็นสิ่งที่ง่ายมากกว่า ดังนั้นหลักคำสอนของพุทธศาสนาถึงบอกว่า เรานั้นล้วนเป็น ต้นเหตุของทุกๆ อย่างรอบๆ ตัวเราอยากจะทำให้หลายอย่างดีขึ้นหรือเปลี่ยนไปในแนวทางทีคุณต้องการ จงเปลี่ยนตัวเราเอง

ตัวอย่างเช่น
เราอยากเห็นแฟนเราเป็นคนที่ีดีขึ้น อย่างไปคาดหวังว่าเค้าจะดีขึ้น จนกว่าเราจะมีแรงโน้นน้าวหรือสาเหตุอะไรที่ทำให้เค้าดีขึ้น คุณจะไปเปลี่ยนแฟนของคุณคงเป็นเรื่องยาก แต่ผมมั่นใจและเชื่อว่า คุณสามารถปรับเปลี่ยนแนวความคิดตัวเอง ได้ง่ายมากกว่าที่คุณจะไปเปลี่ยนความคิดคนอื่น….. แต่ข้อนี้ คุณต้องวางความเป็นตัวตนของคุณลง (บางคนเรียกว่า Ego) หากคุณยังจะคงมีถิฐิ หรือ ego ของคุณอยู่ ก็อย่าหวังเลยว่า ชาตินี้คนอื่นเค้าจะเปลี่ยนไปหาคุณ เพราะขนาดคุณเองยังจะไ่ม่เปลี่ยตัวคุณเองเอง

การเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม เริ่มต้นจากตัวเราเอง ทำได้ง่ายที่สุดครับ

จงอย่างมั่วแต่โทษคนอื่นๆ จงกลับมามองดูตัวเอง ว่าตัวเราเองมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง ถึงจะทำให้คนเหล่านั้นถึงไม่เชื่อ หรือทำตามเรา จงพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน และกับมามองตัวเองให้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อเจอแล้วจงปรับเปลี่ยนตัวเอง อย่างมองว่า ทำไมเราต้องเปลี่ยน ทำไมเราต้องทำตาม หากเรายังไม่เปลี่ยนตัวเอง ก็อย่าหวังเลยว่า ใครจะมาเปลี่ยนแปลงตัวเค้าเองเพื่อคุณ จำเอาไว้ครับ.! มองตัวเองก่อน ที่จะไปโทษคนอื่น จำไว้นะครับ

บทความนี้ เขียนจากผมได้มีโอกาสคุยกับน้องๆ กลุ่มนึงในคืนนี้ ขอบคุณมากๆ ครับ #TrendZap

Written by pawoot

2013/06/14 at 12:40 AM

จงเป็นตัวของตัวเอง คือสิ่งที่ดีที่สุด

with 4 comments

ตอนเด็กๆ ผมเคยอยากเป็นอย่างคนนู้น คนนี้ มากมายเต็มไปหมด แล้วเช่นเดียวกัน เมื่อมาเรียนอยู่ใน มหาลัย ผมก็อยากเป็นอย่างเพื่อนคนเก่งๆ เพื่อนนิสัยดีๆ ผมพยายามทำตามคนเหล่านั้น โดยที่หลายครั้งที่เราทำไป ผมรู้สึกว่าผมทำได้ไม่ดีเท่าไรเลย มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกตัวว่า “มันช่างไม่ใช่ตัวผมเลย” และยิ่งทำให้เริ่มหาตัวเองไม่เจอ วางตัวเองไม่ถูก

เมื่อผมเริ่มเห็นว่า “การเป็นตัวเราเองนั้นมันคือสิ่งที่ดีที่สุด” เราไม่จำเป็นต้องไปเหมือนใคร ดำเนินตามชีวิตแบบใคร จงเป็นตัวของเราเอง สร้างวิธีใช้ชีวิต ดำรงชีวิต แสดงออกในรูปแบบของตัวเราเอง มันไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด แต่การแสดงตัวตนของเราเองออกมาให้ชัด จะทำให้วิถีการใช้ชีวิตของคุณชัดขึ้นเช่นกัน อย่าไปก๊อปปี้ชีวิตคนอื่นมาใส่ชีวิตของเรา จงศึกษาและนำสิ่งดีๆ จากคนอื่นๆ มาประยุกต์ใช้กับชีวืตเราได้

“มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เหมือนกันทุกคน อย่าไปตามคนอื่น จงเป็นตัวของตัวเองคือสิ่งที่ดีที่สุด”

ผมไม่เชื่อเรื่องการดำเนินตามชีวิตคนอื่น เดินตามความสำเร็จแบบคนอื่น 100% ช่างแม่งวิธีแบบนั้น ดูได้เป็นแนว มันอาจจะนำมาประยุกต์ใช้ได้กับคุณแค่บางส่วน

จำเอาไว้ “จงเป็นตัวของตัวเอง สร้างรูปแบบชีวิตตัวเอง” และเป็นไปได้ หาปรัชญาและสิ่งที่ยึดเหนี่ยวตัวเราไว้ ซึ่งผมอยากแนะนำแนวทางของศาสนาพุทธครับ หากไม่เคยบวช ลองบวชดู และศึกษาเรื่องหลักของพุทธศาสนาอย่างจริงๆ จังๆ คุณจะได้แนวทางที่ดีและยอดเยี่ยมมา

โลกเราไม่ต้องการ Mark Zuckerberk, Bill Gate เหมือนกันอีกคนนึง แต่โลกนี้ต้องการ คนที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ที่ทำให้โลกนี้ขับเคลื่อนไปข้างหน้ามากขึ้น…. จำไว้ครับ

ปล.

– ตัวอย่างนึงของการเป็นตัวของตัวเองของผม ไม่รู้มากไปหรือเปล่า แต่ผมก็เป็นแบบนี้ของผมนะ

และนี้ก็อีกตัวอย่างของการเป็นตัวของตัวเองสุดๆ 

Written by pawoot

2013/06/08 at 9:26 PM

เทคนิคการโน้มน้าวลูกเด็กๆ 2-5 ขวบ

leave a comment »

เทคนิคการจะให้ลูกที่มีอายุ 2-5 ขวบ ทำตามในสิ่งที่เราอยากให้เค้าทำ มีหลายวิธี แต่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงคือการสั่ง การใช้อารมณ์ หรือใช้คำพูดที่ซับซ้อน เพราะเด็กเค้ายังไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูดเท่าไรนัก วิธีการที่ดีที่ผมใช้ในการประจำคือ หลอกล่อ สร้างความสนใจสิ่งใหม่แทนแล้วโน้มน้าวให้เค้าไปทำสิ่งใหม่ที่เราอยากให้เค้าทำแทน เช่น เป็ปเป็นเด็กงอแงในบางครั้ง หากเค้าอยากจะได้อะไรแล้ว แล้วไม่ได้ดั่งใจ ก็จะร้องไห้มากๆ วิธีการหากเค้าอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ ผมก็ใช้วิธีการดึงความสนใจไปเรื่องที่เค้าชอบ เช่น เค้าชอบพวกปลั้ก พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ (ชอบเหมือนผมเลย) วิธีการผมคือ ต้องชวนเค้าไปดูเครื่องนู้นๆ นี่ๆ พาเค้าไปดูเครื่องอะไรแปลกๆ ดึงความสนใจเค้าไปเรื่องอื่น จนเค้าค่อยๆ เย็นลง และรับฟังเรา Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2013/06/08 at 4:25 PM

ความแตกต่างของ Manager กับ Leader เทคนิคการเป็นผู้นำที่ดี

leave a comment »

เจอบทความนี้ น่าสนใจมากๆ เหมาะกับคนที่เป็นหัวหน้าคนครับ อยากเป็น Manager หรือ อยากเป็น Leader ครับ?

Here are some tips to help you make the necessary improvements:

1. Manager ให้คำตอบ – Leader  ถามคำถาม (Managers give answers, leaders ask questions.)
There’s nothing certain to turn your employees against you faster than shouting orders at them. Why not spare yourself the impending resentment and simply ask your employees this: “What would you do?” or “What do you think of this idea?” Allowing people to participate in the decision-making process will not only transform what could have been an order into something more easily swallowed–it also inspires creativity, motivation, and autonomy.

Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2013/06/06 at 9:02 AM

%d bloggers like this: