Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

แด่คนที่มองว่าโลกนี้น่าเบื่อ.!

leave a comment »

ผมเองก็เป็นคนนึงเคยเกิดความเบื่อหน่ายอะไรต่างๆ มากมาย และเช่นเดียวกัน ผมก็เห็นว่ามีคนอีกนับล้านคน ที่มีความเบื่อหน่าย จากงานที่ทำงาน จากสิ่งรอบตัว จากสิ่งที่เกิดขึ้น หลายครั้งที่ผมอยากให้กำลังใจคนเหล่านั้น อยากจะมีอะไรที่ทำให้เค้าฉุกคิด และมีมุมมองใหม่ๆ กับโลกมันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เค้าคิด… บังเอิญวันนี้ได้ไปเห็น ข้อความของจาก Facebook Page ของพี่จิก ประภาส ผมว่ามันน่ารักและน่าจะทำให้คนที่เบื่อโลกนี้ มองเห็นว่าโลกมันไม่ได้น่าเบื่อจากโลกในมุมมองที่เรามองหรอกครับ ====== บทความด้านล่าง นำมาจาก Facebook ของพี่จิก ประภาส =======

แด่สาวน้อย คนที่เขียนมาบอกกับฉันว่าโลกนี้น่าเบื่อ

ฉันคงต้องถามกับเธอ

เธอเคยเห็นโลกใบนี้สักหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่มันมีอยู่ไหม

ประเทศไทยของเราล่ะ เธอเคยเห็นสักกี่เปอร์เซ็นต์

รวงข้าวล่ะ โคลนที่กระเด็นมาจากล้อรถล่ะ เด็กน้อยที่เดินไปโรงเรียนด้วยเท้าเปล่าวันละสิบกิโลอีกล่ะ

เธอเคยเดินไปกับพวกเขาไหม

เธอเคยมองพระอาทิตย์จากที่ที่สูงกว่าหรือยัง

เธอเคยกินผักที่กินยากๆหรือยัง อาหารกลิ่นแรงๆของชนพื้นถิ่นทั้งหลายด้วย

เธอเคยนั่งกินกับพวกเขาไหม

ภูเขาลูกเล็กๆ ที่เราต้องเอามือจับก้อนหินแล้วก็ดึงตัวขึ้นไปได้ทีละเนินทีละเนิน

ทะเลสีน้ำเงินเข้ม ที่แค่เอาหน้าจมลงไปก็เห็นหมู่ปลาว่ายไปมา

เธอเคยทำหรือยัง

เธอเคยเขียนจดหมายถึงใครที่ไม่รู้จัก หรือถ่ายรูปอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่รูปตัวเองหรือรูปเพื่อนๆสักโหลสองโหลไหม

เธอกำลังสำคัญผิด บนโต๊ะและบนเตียงไม่ใช่โลกทั้งใบของเธอหรอก

เครดิต : https://www.facebook.com/prapaschol/posts/1607092089311234

Advertisements

One Belt One Road ไทยแค่ทางผ่านหรือโอกาสที่เราต้องขว้า? เป็นตัวแทนประเทศไทย มาประชุม Belt and Road Summit 2017 ที่ฮ่องกง Hong Kong

leave a comment »

เป็นเกียรติอย่างมากได้เป็นตัวแทนประเทศไทย มางานประชุม Belt and Road Summit 2017 ที่ประเทศ Hong Kong งานท่ีมีคนมาร่วมมากกว่า 2,500 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก

เป็นที่ประเทศจีนกำลังสนับสนุน เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21″ ที่พาดผ่านหลายทวีปทั่วโลกซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) จำนวนมากระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือ ถนน ทางรถไฟ และท่อส่งก๊าซและน้ำมัน ซึ่งจะช่วยเคลื่อนย้ายสินค้าได้ถึงหนึ่งในสี่ของโลก

ผมได้มาพูดใน Thematic Breakout Forum:Sharing by Young Business Leaders on Belt and Road Opportunities ที่มีเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่จากฮ่องกง มาเลย์เซีย และประเทศไทย มาพูดถึงผลของโครงการ One Belt One Road (OBOR) ต่อประเทศและภูมิภาคอาเซียน Read the rest of this entry »

วิธีทำงานให้น้อยลง.! ของเอ๋ นิ้วกลม

leave a comment »

เปิด Facebook มาเจอ เอ๋ นิ้วกลมเขียนถึงการทำงานให้น้อยลง อ่านแล้วโคตรสะท้อนตัวเองเลยครับ ว่าเราจะให้ทีมเราเป็น “สมอง”​ หรือเป็น “มือ” ขอนำมาอ้างอิงเพื่อนสอนตัวเองต่อไปในอนาคตครับ

.

.

วิธีที่คุณจะทำงานน้อยลงโดยนิ้วกลม

1. จงเลือก “เพื่อนร่วมงาน” ที่คุณเชื่อมั่นในรสนิยมของเขา

2. เมื่อเลือกแล้ว จงเปิดพื้นที่ให้เขาได้แสดงฝีมือออกมา

3. แม้คุณจะมีหน้าที่ในการ “ฟันธง” ว่าแบบอันนี้-ไม่เอาแบบนี้ สิ่งที่คุณควรทำก็คือ “ไม่เอาแบบนี้” แล้วเปิดพื้นที่ให้เขาชี้แนะเราว่า “ควรเอาแบบไหน”
4. เพราะถ้าเราเป็นคนบอกว่า “ไม่เอาแบบนี้” และ “เอาแบบนี้” นั่นแปลว่า เราไม่ต้องร่วมงานกับเขา เราควรทำของเราเอง
ตรองให้ดีว่า เราเชื่อ “รสนิยมตัวเอง” มากกว่า หรือเชื่อ “รสนิยมของคนคนนั้น” มากกว่า หากเป็นแบบแรก คนที่คุณกำลังมองหาคือ “มือ”
ทำตามที่คุณต้องการ แต่ถ้าเป็นแบบหลัง คุณกำลังมองหา “สมอง”

6. ซึ่งถ้าได้ “สมอง” มา คุณไม่ควรใช้เขาแบบ “มือ”

7. แต่ถ้าคุณอยากได้ “มือ” นั่นก็ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้าคุณดั
อง” มา คุณกับสมองจะต้องขัดแย้งกันไปมา กว่าจะขยับอะไรสักอย่างก็ต้องเถียงกันหลายรอบ ทั้งคุณและเขาก็จะหงุดหงิดเปล่าๆ

8. คุณอาจรู้สึกว่าตัวเองงานหนักโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นเช่นนั้นเมื่อไหร่ให้ลองตรวจสอบว่า คุณกำลังทำหน้าที่ที่ “เพื่อนร่วมงาน” ควรจะทำอยู่หรือเปล่า

9. ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง เรามีความถนัดต่างกัน วิธีทำงานที่ดีคือ รู้พื้นที่ของตัวเอง และปล่อยพื้นที่ที่เราไม่ถนัดให้คนที่เขาถนัดกว่า

10. เราอาจได้ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นงานในแบบที่เราอยากได้ แต่นั่นไม่ได้หมายถึง “งานที่ดี” ระหว่างทางอาจมีการสูญเสีย “คุณภาพ” ของงานนั้นไป แต่เราไม่รู้ตัว เพราะเราค่อยๆ เฉือน “รสนิยม” ของเพื่อนร่วมงานที่เราเลือกมาทิ้งไป และค่อยๆ ใส่ “รสนิยม” ของเราเข้าไป

11. “งานที่เราชอบ” อาจไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะชอบ บางครั้งเราสงสัยว่า เพื่อนร่วมงานคนนั้นเคยทำสำเร็จมาแล้ว ทำไมพอทำงานกับเราแล้วไม่ได้ผลลัพธ์แบบนั้น อืม นี่เป็นคำถามที่น่าทบทวน

12. หากเราเป็นเจ้าของงาน แล้วงานออกมาไม่ได้ดั่งใจ คนที่ควรตำหนิคือตัวเราเอง เราอาจเลือก “เพื่อนร่วมงาน” ผิดแต่แรก เลือกไม่ตรงกับรสนิยมที่เราอยากได้

13. เมื่อไหร่ที่ “เพื่อนร่วมงาน” ยังถกเถียงต่อสู้เพื่อ “งานที่ดี” อยู่ จงดีใจไว้เถิดว่าเขายังมีใจให้งานนั้น

14. แต่เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มพยักหน้าตามทำนองว่า “เอาไงก็ได้ครับ/ค่ะ” เตรียมใจไว้เลยว่า “สมอง” กำลังกลายร่างเป็น “มือ” ไปแล้ว

15. หลายครั้งที่งานหนักขึ้นเพราะเราเลือกผิด เลือกรสนิยมผิด เลือกสมองมาเป็นมือ หลายครั้งงานเราหนักขึ้นเพราะเราเข้าไปมีส่วนร่วมในส่วนที่เขาทำได้ดีกว่า เรามักเสียเวลาไปกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ การถกเถียง และล้วงลูก เวลาเราบอกว่า “งานหนัก” สิ่งที่น่าทบทวนที่สุดคือบทบาทของเราเอง ทั้งการตัดสินใจ กระบวนการทำงาน และการเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมงาน

6 เทคนิคทำให้คุณต้องลุกไปออกกำลังกาย.! (ผมทำมาแล้ว ได้ผล.!)

with one comment

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนอยากสุขภาพดี อยากผอม อยากลดพุง แต่พอถึงตั้งใจกลับได้ในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่อาทิตย์หรือเดือน ผมมีเทคนิคที่จะทำให้คุณสามารถลุกขึ้นมาออกกำลังกายระยะยาวๆ ได้ครับ ผมทำมาตลอดปีกว่าแล้วครับ ได้ผลจริงๆ ครับ เป็นการผสมผสานระหว่างวางกลยุทธ์และการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ช่วยด้วย

1. หาเพื่อนที่ชอบหรืออยากออกกำลังกายเหมือนกันให้เจอ

อันนี้สำคัญมากๆ ลองถามๆ เพื่อนที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว หรือบางคน “อยาก” แต่ไม่มีเวลา หรือขี้เกียจเหมือนเราอันนี้แหละดีเลยครับ

Read the rest of this entry »

ประสบการณ์การทำ 2 Startup TixGet.com และ Creden.co

with 2 comments

ผมมักจะมีไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะด้วยเป็นคนที่ชอบคิดอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา อยากทำนู้น อยากทำนี่ แต่ปัญหาผมคือ ผมคิดแล้วผมเสือกดันชอบทำ จนทำให้ตลอดที่ผ่านมา ผมทำอะไรเต็มไปหมด จนมันมากมายก่ายกอง……

ช่วงหลังจากที่ผมได้เริ่มทำ Shippop.com กับโมชิ ทำให้ผมเห็นแนวทางในการที่ผมสามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้ โดยการ “ทำร่วมกับคนอื่นๆ” สร้างทีมขึ้นมา ทีมที่มีความคิดคล้ายๆ กัน ทีมที่มี Passion ในสิ่งที่ผมคิดเริ่มขึ้นมา และผมก็สามารถช่วยได้ในสิ่งที่ผมถนัดคือ Business Model, Financial, Network & Connection, Expansion, etc… รวมถึงสร้าง Synergy กับธุรกิจในกลุ่มทั้งหมดที่ผมมี โดยที่ผมไม่ต้องลงไปอยู่ใน Daily Operation ให้เป็นหน้าที่ของทีมที่เค้ามีเวลา และมีโฟกัสกับสิ่งๆ นั้นเต็มที่ นั่นคือสิ่งที่ผมทำกับ Shippop.com และโมชิและทีมก็ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว

ผมเริ่มติดใจกับโมเดลการทำธุรกิจแบบนี้ เลยเริ่มมาใช้กับ TixGet.com และ Creden.co โดย ทั้ง TixGet.com และ Creden.co จริงๆ ปั้นอยู่มานานมากๆ เปลี่ยนทีมไปหลายทีม เพราะด้วยความที่มันเริ่มต้นไอเดีย มันต้องมีการลงมือลงแรงกันในการ Research, ทำ Feasibility รวมไปถึง Business Plan และการทำ MVP หรือ Product ตั้งต้นออกมา

Read the rest of this entry »

Email ฉบับหนึ่งที่ผมได้รับ.! มันสะท้อนงานทำงานของผมที่ผ่านมา

with one comment

ผมได้มีโอกาสเจอพี่คริส ในงานสัมมนาแห่งหนึ่ง แกคุยกับผมและพบกว่าแกติดตามผมมานานเลยทีเดียว รู้และเข้าใจสิ่งที่ผมพูดและทำมาตลอด ซึ่งแทบจะเป็นคนแรกที่ผมได้รับรู้ว่ามีคนติดตามผมขนาดนี้ พี่คริส email มาหาผม… เมื่ออ่านผม มันยิ่งทำให้ผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น ว่าสิ่งที่เราทำในหลายๆ งาน หลายๆ โครงการทั้งงานสังคม งานรัฐ งานของตัวเอง มันมีความหมายกับประเทศไม่ทางตรงหรือทางอ้อม ส่วนใหญ่งานที่ผมทำ ผมมักทำมันให้ดีที่สุด แล้วก็ผ่านไป ไม่ค่อยจดจำ หรือนำไปใช้สร้างชื่อ ยกยอตัวเอง หลายๆ งานทำไปแล้ว บางงานเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ เป็นงานที่มีผลกระทบกับคนจำนวนมาก แต่พองานจบ… ผมก็ปล่อยมันไป มองไปข้างหน้า และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ขอบคุณพี่คริสมาก ที่ทำให้ผมรู้ว่างานที่ผมทำที่ผ่านมา มีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ.. ดีใจที่ได้เจอพี่และขอบคุณมากครับพี่ email มาครับ

บันทึกประวัติศาสตร์ของตระกูล ไม่เริ่มที่เราแล้วจะเริ่มที่ใคร?

leave a comment »

[23 Jul 2017] ผมเป็นคนใน Generation ที่ 4 ของตระกูล ผมยังทันอากงผมที่อยู่ใน Generation ที่ 2 โดยมีเหล่ากง อพยพมาจากเมืองจีนตั้งแต่ปี 2459 ในช่วงของ รัชกาลที่ 6
แต่เรื่องราวในช่วงเหล่ากง และเหล่าม่าผมช่างเรืองรางเหลือเกิน และคนที่พอจะรู้เรื่องราวของ Generation ที่ 1 ก็มีเพียงเหล่าบรรดาอาม่าทั้ง 3 ที่ยังสุขภาพแข็งแรงของพวกเรา เวลาผมเจออาม่าผมชอบถามถึงเรื่องราวในอดีต ช่วงเร่ิมต้นธุรกิจ ช่วงอาม่าสาวๆ การเติบโตของตระกูลของเรา สนุกๆ มากๆ โดยผมเองเห็นภาพเก่าๆ ที่อาม่ามีเก็บไว้ในห้อง ผมมองไปในอนาคตข้างหน้าว่า ลูกๆ หลานๆ ของผม เค้าจะรู้เรื่องราวของบรรพบุรษของเค้าแบบที่ผมพอทราบนิดๆ หน่อยๆ บ้างไหมนะ?

คำถามข้อใหญ่เกิดขึ้นในหัวของผมทันที แล้วเรื่องราวของตระกูลของเรามันเป็นอย่างไร? หากหมดรุ่น Generation 2 ไป ใครจะเป็นคนเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ลูกหลานเราฟัง ภาพของหนังเรื่อง “รอดลายมังกร” พุดขึ้นในหัวผมทันที ผมมีความคิดที่อยากมีประวัติเรื่องราวของตระกูลของเรามานาน ในที่สุดมันก็ถึงเวลาที่เราต้องทำแล้วครับ

ผมประสานกับอ้อบน้องชายผม ถึงแนวความคิดนี้ น้องชายผมคนนี้สนับสนุนผมตลอด.. ในที่สุดเราก็เริ่มโดยหานักเขียน (เราใช้เวลาค่อนข้างนานเลยทีเดียว กว่าจะได้นักเขียนกันมา)​ ในที่สุดเราก็ได้พี่น้อย นักเขียนที่เพื่อนอ๊อบแนะนำมา ผมนัดพี่น้อยมาคุยพร้อมอ้อบ (Online Con-Call) ดูจากผลงานของพี่น้อย เจ๋งเลยทีเดียว ผมตกลงให้พี่น้อยรับงานนี้ทันที

เราให้พี่น้อย ลงพื้นที่ไปคุยกับบรรดาอาม่าทั้ง 3 ที่จังหวัดกาญจนบุรี บ้านเกิดของผม และได้พบกับญาติพี่น้องคนสำคัญของตระกูลของเรา หลังจากนั้นพี่น้อยก็ใช้เวลาเรียบเรียง เรื่องราวที่เก็บจากหลายๆ คน จากข้อมูลชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากเหล่าบรรดาอาม่า อาเจ็ก อาโกว และเราได้เปิดห้อง Line Group ที่รวบรวมญาติพี่น้อง คนสำคัญของแต่ละสายตระกูลมาร่วมกันให้ข้อมูลกับพี่น้อย หลายครั้งที่อาแปะ หลายๆ ท่านแชร์ข้อมูลออกมา ที่ผมแทบไม่เคยทราบมาก่อนถึงความเป็นมาของตระกูลของเรา (ขอบคุณอาแปะ อาโกว อาม่า และญาติพี่น้อง หลายๆ ท่านที่ให้ข้อมูลสำคัญมาครับ)


ภาพของ 6 อากงและเหล่าม่า

ในที่สุดพี่น้อยก็เขียนประวัติของตระกูลของผมเสร็จ ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน กับ Version ที่ใกล้สมบูรณ์แบบ ที่พี่น้อยใส่เรื่องราวประวัติศาตร์ของประเทศไทย จีน เข้าร่วมกับตระกูลของผมได้อย่างสวยงาม เขียนบรรยายเรื่องราวท่ีได้เก็บมา จนผมสามารถเข้าใจว่า ตระกูลผมเป็นมายังไง ตั้งแต่เหล่ากงข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน จนมาพบเหล่าม่า และมาจนถึงมาเหล่ารุ่นอากง ณ.ตอนนี้บันทึกนี้ใกล้เสร็จแล้ว เหลือข้อมูลบางส่วน และเราจะนำมาใส่ร่วมกับภาพเก่าๆ ที่เราได้รวบรวมมาจากหลายๆ ที่เพื่อทำเป็นหนังสือ ทำเป็นสื่อออนไลน์ (ผมตั้งใจจะใส่ใน blog ของตระกูล) และส่งต่อไปให้กับคนในตระกูล

วันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวบางส่วนให้กับอาม่าผมฟัง ท่านฟังอย่างมีความสุขมากๆ หัวเราะและให้ข้อมูลเพิ่มกับเรื่องราวที่ผมอ่านให้ท่านฟัง ผมดีใจมากๆ ที่ท่านมีความสุขกับเรื่องราวของตระกูลเราที่เราได้รวบรวมไว้ วันที่ผมอ่านให้อาม่าฟังวันนี้ มันทำให้ผมอยากจะอ่าน แล้วอัดเสียงตัวเองเป็นไฟล์ แล้วส่งให้ญาติๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ไม่สะดวกจะอ่าน ได้ฟังผ่านมือถือ จะได้ฟังเรื่องราวได้ง่ายๆ จริงๆ แอบคิดไปถึงอยากทำเป็นละครเลยล่ะ (อินกับละครรอดลายมังกรมาก)

ต้องยอมรับว่า เรื่องราวเหล่านี้ ล้ำค่ามากๆ สำหรับผมและคนในตระกูลของเรา มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะสอนให้ลูกหลานรุ่นหลังๆ ต่อจากไปนี้เข้าใจว่า ที่มาที่ไปของพวกเค้ามาจากไหน? เราต้องเข้าใจ “ราก”​ ของเรา เพื่อเราจะได้เดินไปข้างหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมภูมิใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสพลักดันให้ประวัติศาสตร์ของตระกูลของผม ออกมาเป็นเรื่องราวที่คนรุ่นหลังๆ สามารถเรียนรู้ได้ต่อไปจากวันนี้

หลายๆ คนมักไม่รู้คุณค่าของข้อมูล และสิ่งที่เรา และคนรอบข้างของเราได้เคยทำผ่านไป (โดยเฉพาะคนในครอบครัว) คุณจะรู้ว่ามันมีค่าก็เมื่อมันหายไปแล้ว..​ดังนั้น หากคุณมีโอกาสจงเริ่มเก็บสะสมเรื่องราว โดยเฉพาะของตระกูลของคุณ ก่อนที่มันจะเลือนลานหายไป จนคนรุ่นหลังๆ ต่อจากคุณไม่สามารถหาที่มาที่ไปได้อีกเลย

ปล. หากบันทึกทั้งหมดสมบูรณ์และได้รับอนุญาติจากญาติๆ ให้เผยแพร์ได้ ผมจะหาโอกาสมาแบ่งปันครับ

ปล 2 (26 สิงหา 2017) ตอนนี้เสร็จแล้วครับ สามารถอ่านได้ที่ https://lohengmong.wordpress.com/


ภาพถ่ายกับซี่อึ้ม (อาม่าที่ 3) โกวหนี กับพ่อผม และลูกๆ ผมครับ


กับอาม่าของผมที่ยังแข็งแรง เล่าเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างกับเกิดขึ้นเมื่อวาน

%d bloggers like this: