Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

เข้าพบนายกรัฐมนตรี

leave a comment »

พบนายกรัฐมนตรี นำเสนอแผนการใข้ E-Commerce เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ ไปข้างหน้า มีสมาคม E-Commerce, DAAT, Logistics มาร่วมกันให้ข้อเสนอ

ไม่เคยเจอนายกฯ ตัวจริง ดูแกตั้งใจมากๆ ฟังและจดที่ทุกคนพูด มากกว่าคนอื่นๆ ในห้อง ใส่ใจรายละเอียด สนใจแทบทุกคนในห้อง Eyes Contact ดีมาก

พวกเรานำเสนอไปหลายอย่าง ส่วนของผมเสนอ 3 เรื่อง ได้แก่….

  1. การปรับคณะกรรมการ E-Commerce แห่งชาติ ให้บูรณาการมากขึ้น นำเอกชนเข้าไปร่วมทำงานมากขึ้น
  2. การสร้างและสนับสนุนผู้ช่วย (Enabler) ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ออนไลน์ และนำพาออกไปค้าขายนอกประเทศให้มากขึ้น
  3. นโยบายการสนับสนุนจากรัฐหลายๆ ด้าน เช่น ภาษี, ชิมช้อปใช้ ดิจิทัล, การกระตุ้นให้ใช้ E-Tax Invoice

รวมถึงเล่าปัญหาที่ผ่านมา สิบกว่าปีว่าการพลักดัน E-Commerce ของภาครัฐทำไมถึงไม่ได้ผล.!

แผนหลายอย่างที่พวกเรานำเสนอไป แกให้หลายๆ หน่วยงานนำไปพลักดันต่อ มาดูกันว่าเราจะเดินหน้าต่อยังไง.!

ผมแอบยิงคำถามแกไปตรงๆ หลายข้อ!

  • เคยซื้อของผ่าน E-Commerce มั้ย?
  • ถ่ายรูปกับแก ชูสามนิ้วได้มั้ย! (อันนี้ฮามาก)

คุณว่าแกตอบผมว่าอะไร.! ฮ่าๆ @ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ดูแผนที่ผมนำเสนอได้ที่นี่ครับ

https://docs.google.com/presentation/d/1erOPxXvf8btqHAhFmq_Y9GUfsPSzbKjnYsLF7USbpUI/edit

Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2020/09/03 at 1:38 PM

เมื่อเพื่อนดีๆ พูดถึงเรา

leave a comment »

บันทึกไว้หน่อย ประทับใจหนุ่ยมากครับ

https://www.facebook.com/602951975/posts/10157311854941976/

Written by pawoot

2020/08/29 at 7:49 AM

ทางรอดของ ‘สตาร์ทอัพ’ ยุคหลังโควิด

with one comment

วิกฤติโควิด-19 ซ้ำเติมกลุ่มสตาร์ทอัพไทย จากที่ต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน และอาจมีเพียงไม่กี่รายที่จะอยู่ในรอด วันนี้หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยิ่งทำให้หลายรายเริ่มทยอยแลนดิ้งแล้ว เนื่องไม่มีนักลงทุน โจทย์ใหญ่คือทางรอดของสตาร์ทอัพไทยคืออะไร?

ธุรกิจในประเทศไทยในยุคโควิดต้องการประสิทธิภาพ โดยนำเอาดิจิทัลเข้ามาใช้ในธุรกิจ ผมได้พูดคุยกับน้องๆ สตาร์ทอัพในช่วงก่อนโควิดได้ทราบว่าธุรกิจสตาร์ทอัพไทยหลายรายน่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน และสถานการณ์หลังโควิดหลายคนเริ่มทยอยแลนดิ้งแล้ว เพราะไม่มีนักลงทุน บางคนปิดกิจการ บางคนลดขนาดตัวเองลง เริ่มหาทางรอดตาย หาทางที่จะหารายได้อย่างเร็วที่สุด

ผมอยากให้คำแนะนำว่าก่อนที่จะแลนดิ้งหรือปิด ให้มองก่อนว่าตอนนี้ธุรกิจของคุณมี Asset หรือจุดเด่น เช่น มีซอฟต์แวร์ มีฐานลูกค้า มี business model อะไรอยู่บ้าง ลองหาคนหรือองค์กรที่ใหญ่กว่าไปรวมกับเขา อย่างน้อยขายไปก็ยังได้เงิน หรือยังสามารถโตได้อีก

อีกวิธีคือปรับธุรกิจ ลองปรับไปเป็นแบบอื่นที่ใกล้กันหรือสามารถต่อยอดได้ เป็นการเริ่มจากสิ่งที่มีอยู่ ปรับใแล้วนักลงทุนอาจหลับมาสนใจได้ หรือถ้าธุรกิจยังดูมีอนาคตดีลอง Lean ตัวเองลงจากเดิมหรือเป็นการจำศีล ยังไม่ปิดโดยทันที ลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดเพื่ออยู่ต่อได้ยาวนานมากขึ้น เมื่อจังหวะที่ตลาดกลับมาจึงเอาใส่อีกทีหนึ่ง หรืออาจปรับ business model เปลี่ยนมุมมอง บางทีเปลี่ยนที่ยืนแค่นิดเดียว แต่ช่วยได้มหาศาลก็มีตัวอย่างมาแล้ว

“ดังนั้น จึงอยากให้น้องๆ สตาร์ทอัพคุยกับคนอื่นเยอะๆ เปิดโลกให้มากกว่าที่ยืนอยู่ บางทีจะทำให้เห็นอะไรใหม่ หรือใครที่คิดว่าตัวเองจะไม่ไหวแล้ว ผมว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีถ้าคุณจะแลนดิ้ง (Landing) ได้ แต่ก็ต้องต้องมีศิลปะสักหน่อย ลองสร้างทางเลือกไว้หลายทางก่อนตัดสินใจปิด บางทีอาจเจอคนที่มีความต้องการที่พอดีกันมาร่วมงานกันก็ได้”

ตอนนี้ภาครัฐเองก็ทำหลายนโยบาย มีการตั้งกองทุนขึ้นมาซึ่งเป็นการรวมตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย เช่น กลุ่ม ปตท. CP ไทยเบฟ ฯลฯ เอาเงินมาลงเป็นกองทุนหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า InnoSpace (http://www.innospacethailand.com) และเริ่มอัดเม็ดเงินเพื่อลงไปช่วยสตาร์ทอัพในประเทศไทยแล้ว เป็นทางออกสำหรับคนที่จะแลนดิ้งธุรกิจ ให้สามารถออกเป็นหุ้นกู้แปลงสภาพได้หรือ Convertible Debenture ง่ายๆ คือสามารถขายหุ้นให้กับคนทั่วไปได้

ตรงนี้ทำให้สามารถขายหุ้นให้กับนักลงทุนได้ แต่จะเป็นเหมือนเงินกู้ นักลงทุนสามารถแปลงสภาพเงินกู้เป็นหุ้นได้ในอนาคต ผมมองดูแล้วว่าจะเป็นการเปิดทางให้คนทำธุรกิจที่ไม่จำเป็นแต่สตาร์ทอัพเท่านั้น สามารถมีวิธีการรูปแบบใหม่ในการระดมเงินเข้ามาในธุรกิจได้ง่ายมากขึ้น

ทั้งนี้ ข้างต้นอาจเป็นมุมของสตาร์ทอัพในการหาทางรอด แต่ในมุมของคนที่ทำธุรกิจอยู่แล้วและต้องการลงทุน ทั้งสองกลุ่มนี้เหมือนอยู่ละโลก แต่จะทำอย่างไรให้ทั้งสองโลกมาเจอกันได้

สำหรับเจ้าของธุรกิจ

“ผมว่าธุรกิจในประเทศไทยโดยเฉพาะยุคโควิดต้องการ efficiency หรือประสิทธิภาพ ต้องการเอาดิจิทัลเข้ามาใช้ในธุรกิจ แต่ไม่รู้จะหามาได้อย่างไร ทุกท่านคงอยากหาคนทำเทคโนโลยีแต่ไม่มีคนทำ โดยเฉพาะผู้ใหญ่หลายๆ คน ในขณะที่อีกโลกหนึ่งของเด็กๆ ทำได้ทุกอย่างที่ว่ามาแต่ไม่มีทุน สตาร์อัพไทยมีเทคโนโลยีดีๆ แต่ขาดคนแมทช์”

อย่างไรก็ดี ในแง่ของผู้ใหญ่ที่ทำธุรกิจอยู่อาจต้องออกแรงมากขึ้นเพื่อเข้าถึงน้องๆ อีกวงการหนึ่ง และเช่นเดียวกัน น้องๆ ในวงการสตาร์ทอัพก็ต้องพยายามกระโดดเข้ามาหาพี่ ๆ ให้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อสองคนมาบรรจบเข้าด้วยกันก็จะเป็นการรวมตัวกันที่ลงตัว พี่ๆ มีเงินต้องการเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย น้องๆ เองไม่มีเงินแต่มีเทคโนโลยี นั่นคือต้องหาให้เจอ

การลงทุนในสตาร์ทอัพช่วงเริ่มต้นใหม่ใช้เงินไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะเอาไปใช้กับการจ้างคนเป็นหลัก บางธุรกิจใช้เงินแค่หลักแสนเท่านั้น หรือ 1-2 ล้านบาทขึ้นอยู่กับธุรกิจตอนนั้นว่าเขาโตแล้วหรือยัง การลงทุนราคาถูกในตอนเริ่มต้น ข้อดีคือเราลงทุนไม่แพง แต่จุดอ่อนคือโอกาสล้มเหลวมีสูง

ฉะนั้น ถ้าหากเราสามารถเข้าไปช่วยเขาได้ในจุดที่เราเก่งมันจะกลายเป็นการร่วมงานที่ดี ทำให้ยุคหลังโควิดผมว่าจะไม่ค่อยเจอแล้วที่ต้องใช้เงินถึง 20-30 ล้านบาท แค่หลักแสนหรือล้านเดียวคุณก็สามารถหาบริษัทประเภทที่ต้องการได้แล้ว หรือถ้าเคยอยากลงทุนในสตาร์ทอัพบางตัวก่อนหน้าโควิด ผมแนะนำว่าลองโทรไปหาเค้าอีกที ตอนนี้ราคาจะลงไปอีกเยอะเลยจริงๆ การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี เทคสตาร์ทอัพ นอกจากจะได้ช่วยเหลือน้องๆ สตาร์ทอัพไทยแล้วยังเป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งครับ

ธุรกิจบทเรียนแรกของลิงเป็ป.!

leave a comment »

ธุรกิจบทเรียนแรกของลิงเป็ป.!

เป็ปเริ่มทำธุรกิจกับเพื่อนในการรับงานสร้างบ้านในเกมส์ Roblox โดยเพื่อนไปโพสต์รับงานในเว็บ Fiverr.com แล้วมาเอางานมากระจายให้เป็ปและเพื่อนๆ ทำต่อ เป็ปดีใจมาก เพราะตัวเองได้ค่าตอบแทนเป็น Robux (ค่าเงินในเกมส์) โดยที่เป็ปเค้ายังไม่ได้มองภาพรวมของ “ธุรกิจ” รับสร้างบ้านในเกมส์ว่ารายได้เข้ามา จนมาถึงเค้า เป็นยังไง

ผมก็นั่งฟังเค้าอธิบายว่าเค้าได้ เงิน Robux มายังไง แล้วก็มาเขียนสรุปให้เค้าเข้าใจว่า เค้าเป็น “คนทำงาน” และมีเพื่อนเค้าเป็น “นายหน้า”​ รับงานเข้ามา และ เพื่อนเค้าได้รายได้เท่าไร.! และเค้าได้รายได้เท่าไร?​

เมื่อเค้าเข้าใจภาพรวมทั้งหมดแล้ว ผมก็ถามเค้าใหม่ว่า อยากเป็น “คนทำงาน” หรือเป็น “คนหางาน” คำตอบอยู่ใน Video นี้แล้ว

ถือว่าเป็น บทเรียนธุรกิจบทแรก ที่ลิงเป็ปได้เรียนรู้ ในขณะที่เค้าอายุ 11 ขวบ

ดู VDO ที่เราได้พูดคุยกันที่นี่ https://youtu.be/e4zUhGnqM3o

ผมไม่ชอบ Happy Birthday

leave a comment »

ขอแจ้งล่วงหน้า.!

ผมไม่ค่อยชอบให้ใครมา Happy Birthday ผม.! วันเกิดคือวันๆ นึงของผมเท่านั้น ผมไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับมันเลย แม้แต่นิดเดียวเลยล่ะ  คนสนิทผมจะรู้ดี

ผมปิดการแจ้งเตือนวันเกิดที่คนอื่นจะเห็นทุกอย่าง ทุกแอพ ทุกทาง.! เพราะไม่อยากให้ใครมารู้

ปีก่อนพลาดมีคนจำได้ และมาโพสต์ Happy Birthday ผมก็ดันเกรงแล้วปล่อยไว้ใน Wall

แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ ที่มีคนอีกมากมายตามเข้ามา Hap กันต่อเนื่อง…

จะปีนี้ หรือจะปีไหน.. ไม่ต้องมา Hap อะไรใดๆ ผมนะครับ ผมมีความสุขของผมทุกวันดีครับ และใครมา Hap ผ่าน Facebook Wall หรือ Social อันไหน ขออนุญาต ลบนะครับ ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม อาจจะดูประหลาด และขวางโลกไปหน่อย

แต่ก็ต้องกราบขอโทษจริงๆ

และสุดท้าย วันนี้ไม่ใช่วัดเกิดผมนะครับ ไม่ต้อง Hap…… แค่ขอบอกล่วงหน้า.! หึๆ

จงใช้เวลากับลูก.! ให้มากที่สุดในช่วงเค้าเด็ก

leave a comment »

ลูกจะอยู่กับเราตั้งแต่เด็ก จนถึงตอนเค้าอายุ 14-15 หลังจากนั้นเค้าก็จะเติบโตไปในโลกของเค้า เพื่อน สังคมใหม่ของเค้า  ช่วงเวลาที่เราจะอยู่ใกล้ชิดกันจะน้อยลงไปอย่างต่อเนื่อง (ลองมองดูชีวิตตัวเองที่ผ่านมาสิ)

พ่อแม่หลายคน ใช้เวลามัวทำแต่งาน หรือออกไปเจอเพื่อนนอกบ้าน จนเราลืมลูกไป

ผมเป็นคนทำงานหนักมาก เมิ่อก่อนทำตลอด วันหยุดก็ทำ ไปลงเรียน ป.เอก ด้วย แต่พอนึกได้ว่าเวลาเรากับเค้ามีน้อยมาก ผมลาออกจาก ป.เอกทันที วันหยุด หยุดรับงาน (เมื่อก่อนมีงานสอน ตจว. บ่อยมาก ตอนนี้เลิกรับหมด) ใช้เวลาอยู่บ้าน อยู่กับลูกๆ ทำกิจกรรม ปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา สัตว์ ต่างๆ ร่วมกัน

ช่วงเวลานี้แหละ เป็นช่วงที่จะใช้เวลาใกล้ชิดเค้า หล่อหลอมเค้าได้มากที่สุด.! เพราะเมื่อมันผ่านไปแล้ว มันก็จะผ่านไป.!

ชอบภาพนี้จัง.!  เห็นมาหลายที ขอนำมาบันทึกไว้เน๊อะ

กลับมาสอนและ Workshop ที่ท่าเรือ กาญจบุรี

leave a comment »

เช้าวันเสาร์ กลับมาสอนการทำการค้าออนไลน์และ Workshop การใช้เครื่องมือต่างๆ ให้กับชาวท่าเรือ จ.กาญจนบุรี ชุมชนบ้านเกิดของงผม สอนตั้งแต่ 9 โมงจนถึงเย็น มีพี่ๆ ป้าๆ น้าๆ อาๆ มากันหลายคนเลย มีคุณป้าคนนึงอายุ 70 กว่าแล้วก็ยังมานั่งเรียนด้วย และตั้งใจทำตาม ประทับใจมากๆ ครับ

กิจกรรมนี้เป็นงานของ โรงเจ เข่งซิ่วตั๊ว ท่าเรือ

Read the rest of this entry »

การตัดสินใจทางธุรกิจกับการใช้ Big Data + AI ที่ใช้ได้ฟรี.! กับ Creden Business Credit Score

leave a comment »

ในการทำธุรกิจ ยิ่งเรารู้ข้อมูลคู่ค้า คู่แข่ง หรือ สภาพตลาดโดยรวม จะทำให้เราตัดสินใจเรื่องบางอย่างได้ง่ายมากขึ้น ช่วงนี้ทีม Creden ทำตัวระบบ Credit Score (ที่ยังไม่มี Score) ระบบ Big Data + AI ของธุรกิจทั้งประเทศไทย สำหรับคนทำธุรกิจที่เพิ่งเพิ่มความสามารถเช็ก ผู้ถือหุ้นได้แบบลงลึก ดูมูลค่าบริษัทแบบเจาะลึก ดูรายได้ รายจ่าย และอีกมาก….

Read the rest of this entry »

จุกเกือบตาย.!

leave a comment »

[ประโยคบอกเล่า] เมื่อคืนไปงาน reunion ของ Ultra Wealth มา ดื่มไวน์ไป 2 แก้ว เหล้า 1 แก้ว อาหารนิดหน่อย ไม่เมาเลย อยู่ในงานไม่นาน ชั่วโมงเดียว ก็กลับบ้าน

หลับมาตลอดทาง ระหว่างทางรู้สึกหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ก็คิดว่าคงมีลมแน่นในตัว แต่เริ่มอึดอัดมากขึ้น (ตอนนั้นคิดว่าอยากไป รพ.เหมือนกัน)

แต่พอถึงบ้าน ลงจากรถ โลกก็เริ่มหมุน เข้าไปบ้าน ก็เริ่มเดินเซล่ะครับ จนล้มไปชนประตูซะโครมใหญ่ โลกหมุน หน้ามืดไปหมด เรียกว่าหัวถิ่มดีกว่า ลูกๆ เมียตกใจ แต่ขอไปนอนพักตรงโซฟา หน้าแอร์ ได้มีลมเย็นๆ ได้นอนพัก รู้สึกดีขึ้นเยอะ นอนไป 15 นาทีก็รู้สึกว่าดีขึ้น ลุกขึ้นมาเดินได้ปกติ

ตื่นเช้ามาก็ปกติ

ก็นั่งคิดว่าที่เป็นเมื่อวาน เพราะอะไร? แพ้อาหาร? แพ้ไวน์? แต่ไม่ได้เมาแน่ๆ เพราะปกติมากตอนออกจากงานมา แต่แอบสงสัยไวน์ เพราะวันก่อน ไปงานนึงไปทานไวน์มาก็รู้สึกแบบเดียวกันแต่ไม่มากเท่าเมื่อคืน…

เมื่อคืนช่วยที่เป็นก็ใส่ Samsung Watch มีการเก็บการเต้นหัวใจไว้ก็ปกติดี…. จริงๆ ถ้าใส่ Garmin มันจะเก็บอัตราการเต็นหัวใจได้ถี่กว่านี้ ปกติใส่สลับไปมา

ผมเป็นคนสุขภาพดี ออกกำลังกายประจำ

แต่กำลังคิดว่า

  1. ลองดื่มไวน์ ที่สงสัยสิ ว่าจะเป็นอีกมั้ย?
  2. ไปหาหมอเช็กละเอียด

สรุปหลังจากหาข้อมูลน่าจากการถามคนที่มีประสบการณ์หรือมีคนรู้จักเป็นแบบนี้ในรูปแบบ crowd sourcing พบว่า ผมน่าจะเป็น “กรดไหลย้อน” ครับ จบ…!

Written by pawoot

2020/01/31 at 1:04 AM

ลุยแผนพลักดัน E-Commerce ประเทศไทย.! 2014-2020

with 2 comments

July 22, 2014

ย้อนกลับไปในปี 2014 ผมมีแนวความคิดว่า ประเทศควรมี Framework ของ E-Commerce ของไทย และนำเสนอของคณะกรรมการสมาคม e-commerce เลยออกมาเป็น Thailand e-Commerce Framework อันแรกของไทย

ขอบันทึกภาพบรรยกาศในห้องทำงานกันครับ

 

วันนี้ [29 June 2017] ไปประชุมแผน E-Commerce ของประเทศมา ที่กระทรวงพาณิชย์ มีหลายกระทรวงมาร่วมประชุม

หลังจากประธานเปิดประชุม ผมเปิดฉากได้รุนแรงมาก คือ ขออาษา Lead โครงการนี้จากที่ประชุม ขอให้เอกชนเป็นคนนำรัฐในโครงการนี้ [บรรยกาศในห้องประชุม] เพราะผมเห็นโครงการนี้มันไม่คืบหน้ามาหลายปี ในขณะที่ มาเลย์เซีย สร้างแผน E-Commerce ชาตินำไทยไปแล้ว ทั้งๆ ที่เค้ามาดูงานที่พวกเราทำที่ประเทศไทย เมื่อหลายปีก่อน
ผมปล่อยให้รัฐเดินเกมส์แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ด้วยโครงสร้างขององค์กรรัฐ ไม่มีเจ้าภาพด้วยนี้ตรงๆ และกระทรวงต่างๆ อำนาจเท่ากัน ไม่สามารถสั่งกันได้ ทำให้การทำงานด้านการพลักดัน แผน e-commerce ของชาติ กลับมาสู่วังวนเดิมๆ ของการทำงานซ้ำซ้อน ไม่มีการคุยกัน ทำเอาหน้า และไม่เดินร่ามไปด้วยเอกชน
ผมเคยพลักดันโครงการนี้ เข้าไปในคณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตอนที่ผมเป็นกรรมการ แต่โครงการมันก็ไม่ไปไหนจรืงๆ ไม่มีหน่วยงานให้ความร่วมมือ
พอแล้วครับ…! ผมปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ผมเชื่อเสมอว่าถ้าเราอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในประเทศของเรา “เรา” เท่านั้น ต้องลุกขึ้นมาทำด้วยตัวเราเอง อย่าหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะมีคนมาทำให้เรา
วันนี้ในที่ประชุม ผมอาจจะดูกร้าวร้าวมาก ที่ไปดึงงานนี้มา แต่ผมขอให้ความตั้งใจผมที่จะเปลี่ยนประเทศด้วย E-Commerce มันเป็นจริงๆ ซักทีเถอะ ขอผมนำรัฐไทยไปถึงเป้าหมายร่วมกัน ถึงเวลาที่เอกชนต้องเดินออกมานำหน้ารัฐ และพารัฐเดินไปทิศทางที่ถูกต้องและควรจะเป็นร่วมกัน

 

อย่าเอาแต่บ่น ด่ารัฐ อยากเห็นประเทศเราเป็นยังไง… จงลุกขึ้นมา “ทำ” 

 

อย่าสร้างเหตุผลที่จะหยุดคุณไว้ เพราะคุณเองก็สามารถทำได้… ถ้าคุณคิดจะทำ 

Read the rest of this entry »

%d bloggers like this: