Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

บันทึกประวัติศาสตร์ของตระกูล ไม่เริ่มที่เราแล้วจะเริ่มที่ใคร?

leave a comment »

[23 Jul 2017] ผมเป็นคนใน Generation ที่ 4 ของตระกูล ผมยังทันอากงผมที่อยู่ใน Generation ที่ 2 โดยมีเหล่ากง อพยพมาจากเมืองจีนตั้งแต่ปี 2459 ในช่วงของ รัชกาลที่ 6
แต่เรื่องราวในช่วงเหล่ากง และเหล่าม่าผมช่างเรืองรางเหลือเกิน และคนที่พอจะรู้เรื่องราวของ Generation ที่ 1 ก็มีเพียงเหล่าบรรดาอาม่าทั้ง 3 ที่ยังสุขภาพแข็งแรงของพวกเรา เวลาผมเจออาม่าผมชอบถามถึงเรื่องราวในอดีต ช่วงเร่ิมต้นธุรกิจ ช่วงอาม่าสาวๆ การเติบโตของตระกูลของเรา สนุกๆ มากๆ โดยผมเองเห็นภาพเก่าๆ ที่อาม่ามีเก็บไว้ในห้อง ผมมองไปในอนาคตข้างหน้าว่า ลูกๆ หลานๆ ของผม เค้าจะรู้เรื่องราวของบรรพบุรษของเค้าแบบที่ผมพอทราบนิดๆ หน่อยๆ บ้างไหมนะ?

คำถามข้อใหญ่เกิดขึ้นในหัวของผมทันที แล้วเรื่องราวของตระกูลของเรามันเป็นอย่างไร? หากหมดรุ่น Generation 2 ไป ใครจะเป็นคนเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ลูกหลานเราฟัง ภาพของหนังเรื่อง "รอดลายมังกร" พุดขึ้นในหัวผมทันที ผมมีความคิดที่อยากมีประวัติเรื่องราวของตระกูลของเรามานาน ในที่สุดมันก็ถึงเวลาที่เราต้องทำแล้วครับ

ผมประสานกับอ้อบน้องชายผม ถึงแนวความคิดนี้ น้องชายผมคนนี้สนับสนุนผมตลอด.. ในที่สุดเราก็เริ่มโดยหานักเขียน (เราใช้เวลาค่อนข้างนานเลยทีเดียว กว่าจะได้นักเขียนกันมา)​ ในที่สุดเราก็ได้พี่น้อย นักเขียนที่เพื่อนอ๊อบแนะนำมา ผมนัดพี่น้อยมาคุยพร้อมอ้อบ (Online Con-Call) ดูจากผลงานของพี่น้อย เจ๋งเลยทีเดียว ผมตกลงให้พี่น้อยรับงานนี้ทันที

เราให้พี่น้อย ลงพื้นที่ไปคุยกับบรรดาอาม่าทั้ง 3 ที่จังหวัดกาญจนบุรี บ้านเกิดของผม และได้พบกับญาติพี่น้องคนสำคัญของตระกูลของเรา หลังจากนั้นพี่น้อยก็ใช้เวลาเรียบเรียง เรื่องราวที่เก็บจากหลายๆ คน จากข้อมูลชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากเหล่าบรรดาอาม่า อาเจ็ก อาโกว และเราได้เปิดห้อง Line Group ที่รวบรวมญาติพี่น้อง คนสำคัญของแต่ละสายตระกูลมาร่วมกันให้ข้อมูลกับพี่น้อย หลายครั้งที่อาแปะ หลายๆ ท่านแชร์ข้อมูลออกมา ที่ผมแทบไม่เคยทราบมาก่อนถึงความเป็นมาของตระกูลของเรา (ขอบคุณอาแปะ อาโกว อาม่า และญาติพี่น้อง หลายๆ ท่านที่ให้ข้อมูลสำคัญมาครับ)


ภาพของ 6 อากงและเหล่าม่า

ในที่สุดพี่น้อยก็เขียนประวัติของตระกูลของผมเสร็จ ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน กับ Version ที่ใกล้สมบูรณ์แบบ ที่พี่น้อยใส่เรื่องราวประวัติศาตร์ของประเทศไทย จีน เข้าร่วมกับตระกูลของผมได้อย่างสวยงาม เขียนบรรยายเรื่องราวท่ีได้เก็บมา จนผมสามารถเข้าใจว่า ตระกูลผมเป็นมายังไง ตั้งแต่เหล่ากงข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน จนมาพบเหล่าม่า และมาจนถึงมาเหล่ารุ่นอากง ณ.ตอนนี้บันทึกนี้ใกล้เสร็จแล้ว เหลือข้อมูลบางส่วน และเราจะนำมาใส่ร่วมกับภาพเก่าๆ ที่เราได้รวบรวมมาจากหลายๆ ที่เพื่อทำเป็นหนังสือ ทำเป็นสื่อออนไลน์ (ผมตั้งใจจะใส่ใน blog ของตระกูล) และส่งต่อไปให้กับคนในตระกูล

วันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวบางส่วนให้กับอาม่าผมฟัง ท่านฟังอย่างมีความสุขมากๆ หัวเราะและให้ข้อมูลเพิ่มกับเรื่องราวที่ผมอ่านให้ท่านฟัง ผมดีใจมากๆ ที่ท่านมีความสุขกับเรื่องราวของตระกูลเราที่เราได้รวบรวมไว้ วันที่ผมอ่านให้อาม่าฟังวันนี้ มันทำให้ผมอยากจะอ่าน แล้วอัดเสียงตัวเองเป็นไฟล์ แล้วส่งให้ญาติๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ไม่สะดวกจะอ่าน ได้ฟังผ่านมือถือ จะได้ฟังเรื่องราวได้ง่ายๆ จริงๆ แอบคิดไปถึงอยากทำเป็นละครเลยล่ะ (อินกับละครรอดลายมังกรมาก)

ต้องยอมรับว่า เรื่องราวเหล่านี้ ล้ำค่ามากๆ สำหรับผมและคนในตระกูลของเรา มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะสอนให้ลูกหลานรุ่นหลังๆ ต่อจากไปนี้เข้าใจว่า ที่มาที่ไปของพวกเค้ามาจากไหน? เราต้องเข้าใจ "ราก"​ ของเรา เพื่อเราจะได้เดินไปข้างหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมภูมิใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสพลักดันให้ประวัติศาสตร์ของตระกูลของผม ออกมาเป็นเรื่องราวที่คนรุ่นหลังๆ สามารถเรียนรู้ได้ต่อไปจากวันนี้

หลายๆ คนมักไม่รู้คุณค่าของข้อมูล และสิ่งที่เรา และคนรอบข้างของเราได้เคยทำผ่านไป (โดยเฉพาะคนในครอบครัว) คุณจะรู้ว่ามันมีค่าก็เมื่อมันหายไปแล้ว..​ดังนั้น หากคุณมีโอกาสจงเริ่มเก็บสะสมเรื่องราว โดยเฉพาะของตระกูลของคุณ ก่อนที่มันจะเลือนลานหายไป จนคนรุ่นหลังๆ ต่อจากคุณไม่สามารถหาที่มาที่ไปได้อีกเลย

ปล. หากบันทึกทั้งหมดสมบูรณ์และได้รับอนุญาติจากญาติๆ ให้เผยแพร์ได้ ผมจะหาโอกาสมาแบ่งปันครับ


ภาพถ่ายกับซี่อึ้ม (อาม่าที่ 3) โกวหนี กับพ่อผม และลูกๆ ผมครับ


กับอาม่าของผมที่ยังแข็งแรง เล่าเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างกับเกิดขึ้นเมื่อวาน

ชมคอนเซ็ปต์ Mashambas คอนโดเกษตรแนวตั้งครบวงจร ใช้พื้นที่น้อยได้ผลผลิตมาก ความหวังใหม่ในการแก้ปัญหาความอดอยากของมนุษยชาติ :: Techmoblog.com

leave a comment »

ชอบ concept นี้มาก ขอบันทึกไว้ เอาไปใช้จริงครับ

————————————————

ทุกวันนี้ประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับพื้นที่เพาะปลูกที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่ามนุษยชาติอาจจะต้องเผชิญกับความอดอยากครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้ นำไปสู่การคิดค้นวิธีเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแบบใหม่ๆ ที่ยั่งยืนและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด สำหรับบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปชมอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์การเกษตรแนวใหม่ที่ผสมผสานระหว่างเกษตรกรรมและสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว นั่นก็คือคอนโด Mashambas ครับ

Mashambas คือคอนเซ็ปต์ฟาร์มเกษตรแนวตั้งในรูปแบบคอนโดมีเนียม ออกแบบโดยสถาปนิกชาวโปแลนด์ Pawel Lipiński และ Mateusz Frankowski เกษตรกรสามารถปลูกพืชในแต่ละชั้นของตัวตึกโดยมีปุ๋ยและเมล็ดเตรียมไว้ให้อย่างเพียบพร้อม ในส่วนของพื้นที่เพาะปลูกสามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรเพียงพอที่จะเลี้ยงผู้คนทั้งเมืองในแอฟริกาได้สบาย บริเวณชั้นล่างจะเป็นศูนย์ฝึกอบรบ คลีนิกแพทย์ และศูนย์บริการขั้นพื้นฐานอื่นๆ ส่วนชั้นล่างสุดจะเป็นตลาดแบบ open-air ให้เกษตรกรนำผลผลิตของตนมาขาย ทำให้Mashambas กลายเป็นคอนโดเกษตรแบบครบวงจรที่มีตั้งแต่ศูนย์ฝึกอบรม พื้นที่เพาะปลูก และพื้นที่ซื้อขายผลผลิตในตัว นอกจากนี้ โครงสร้างของ Mashambas ยังถูกออกแบบมาให้ถอดประกอบและเคลื่อนย้ายง่าย ทำให้ย้ายที่ตั้งหรือแบ่งโครงสร้างบางชั้นไปให้คอนโดแห่งอื่นๆ ได้อีกด้วย

ชื่อ Mashambas มาจากภาษาสวาฮิลี แปลว่า “ผืนดินสำหรับการเพาะปลูก” ซึ่ง Pawel Lipiński และ Mateusz Frankowski ต้องการใช้ชื้อนี้เพื่อสะท้อนถึงจุดประสงค์ของคอนเซ็ปต์ดังกล่าว นั่นคือการสนับสนุนโอกาสทางเกษตรกรรมและต่อสู้กับความอดอยากในชุมชนทุรกันดารในประเทศแถบแอฟริกา

สถาปนิกทั้งสองเชื่อว่า เมื่อเกษตรกรปรับปรุงการเก็บเกี่ยวได้ พวกเขาก็จะดึงตัวเองขึ้นจากความยากจนได้ เมื่อเกษตรกรเจริญ พวกเขาก็จะกำจัดความยากจนและความหิวโหยในชุมชนให้หมดไปในที่สุด

ขณะนี้ Masahmbas ยังเป็นเพียงแค่แนวคิด และยังไม่มีแผนจะก่อสร้างขึ้นมาจริงๆ แต่เพียงแค่ตัวคอนเซ็ปต์ก็ช่วยให้เราเห็นความเป็นไปได้ของวิถีเกษตรแบบอนาคตได้อย่างชัดเจนทีเดียวครับ

—————————————
ที่มา : evolo

แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

http://www.techmoblog.com/mashambas/

Written by pawoot

2017/07/11 at 4:36 PM

Posted in Farm Life

สัด.! อยากตายห่าเร็วหรือเมิง.!

leave a comment »

อายุเข้าช่าง 40 ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพสำคัญมากๆ หลายๆ คนมันจะรอให้เราป่วยก่อน แล้วค่อยมานึกว่าเราควรออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร 

ทุกวันนี้.ผมตื่นตี 5:30 อาทิตย์ละ 2 วันมาเข้าฟิตเนส (หาเวลาระหว่างวันไม่ได้จริงๆ) ผมวิ่งอย่างน้อย 10 km ทุกๆ อาทิตย์ ลงรายการวิ่งบ้าง ปั่นจักรยานบ้าง ทานอาหารเน้นผัก ผลไม้ ลดการทานเนื้อ เห็นได้ชัดว่าสุขภาพดีขึ้นมาก ผมจะไม่ยอมเป็นคนแก่ที่อ้วน ลงพุงเด็ดขาด 

หลายคนชอบบอกว่า เดียวชีวิตเราก็ตายห่าแล้วล่ะ ขอใช้ให้เต็มที่ กินเต็มที่ ช่างแม่ง.! แต่ใครจะรู้ ว่าหากเวลาที่คุณเจ็บป่วยจริงๆ เป็นมะเร็งจริง คุณยังจะมีความคิดเหล่านี้อีกมั้ย 


แต่หากถึงเวลานั้น วันที่คุณป่วย มีโรครุมเร้า คุณอาจจะคร่ำควรว่าทำไม กูไม่กินอาหารดีๆ ทานผักผลไม้ ลดการทานเนื้อ หมั่นออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก ตั้งแต่เนิ่นๆ วะ

นี่แหละ.! มันถึงเวลานั้นแล้ว… เวลาที่คุณควรลุกขึ้นมาทำได้แล้ว มันไม่ใช่เพื่อตัวคุณหรอก แต่มันเพื่อคนรอบข้างตัวคุณที่คุณรัก ที่หากคุณป่วย และตายห่าไปกว่าเร็วเวลาอันควร พวกเค้าจะอยู่ได้อย่างไร เค้าจะต้องรับภาระขนาดไหน ที่มาดูแลคุณ เงินที่คุณหามา กลับต้องเอามาจ่ายค่าหมอรักษาคุณ  

ที่เขียนมายาวๆ แบบนี้ เพราะอยากเป็นเตือนเพื่อนๆ ผม และคนที่อายุเข้าเลข 4 หรือเลยไปแล้ว ว่าห่วงสุขภาพเราได้แล้ว คุมอาหาร ออกกำลังกายได้แล้วว่ะ

สัด.! ทำไมต้องรอมึงต้องให้ถึงวันนั้น แล้วค่อยอยากทำวะ? ออกไปวิ่งได้แล้วเย็นนี้ และกำหนดวันออกกำลังกายในแต่ละอาทิตย์ให้ชัด หากลุ่มเพื่อนที่ออกกำลังกาย กำหนดกฏกับพวกมันไปเลย หากกูไม่ไป กูไม่ออกกำลังกาย กูยอมโดนปรับเงิน  ลดการแดกหนัก แดกไม่สนใจสุขภาพได้แล้วเมิง… 
ออกจะกระชากๆ หน่อย… แต่ทำเหอะ 

Written by pawoot

2017/06/30 at 8:40 AM

ลุยแผน E-Commerce ประเทศ.! 2017

with one comment

วันนี้ [29 June 2017] ไปประชุมแผน E-Commerce ของประเทศมา ที่กระทรวงพาณิชย์ มีหลายกระทรวงมาร่วมประชุม

หลังจากประธานเปิดประชุม ผมเปิดฉากได้รุนแรงมาก คือ ขออาษา Lead โครงการนี้จากที่ประชุม ขอให้เอกชนเป็นคนนำรัฐในโครงการนี้ [บรรยกาศในห้องประชุม] เพราะผมเห็นโครงการนี้มันไม่คืบหน้ามาหลายปี ในขณะที่ มาเลย์เซีย สร้างแผน E-Commerce ชาตินำไทยไปแล้ว ทั้งๆ ที่เค้ามาดูงานที่พวกเราทำที่ประเทศไทย เมื่อหลายปีก่อน
ผมปล่อยให้รัฐเดินเกมส์แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ด้วยโครงสร้างขององค์กรรัฐ ไม่มีเจ้าภาพด้วยนี้ตรงๆ และกระทรวงต่างๆ อำนาจเท่ากัน ไม่สามารถสั่งกันได้ ทำให้การทำงานด้านการพลักดัน แผน e-commerce ของชาติ กลับมาสู่วังวนเดิมๆ ของการทำงานซ้ำซ้อน ไม่มีการคุยกัน ทำเอาหน้า และไม่เดินร่ามไปด้วยเอกชน
ผมเคยพลักดันโครงการนี้ เข้าไปในคณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตอนที่ผมเป็นกรรมการ แต่โครงการมันก็ไม่ไปไหนจรืงๆ ไม่มีหน่วยงานให้ความร่วมมือ
พอแล้วครับ…! ผมปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ผมเชื่อเสมอว่าถ้าเราอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในประเทศของเรา “เรา” เท่านั้น ต้องลุกขึ้นมาทำด้วยตัวเราเอง อย่าหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะมีคนมาทำให้เรา
วันนี้ในที่ประชุม ผมอาจจะดูกร้าวร้าวมาก ที่ไปดึงงานนี้มา แต่ผมขอให้ความตั้งใจผมที่จะเปลี่ยนประเทศด้วย E-Commerce มันเป็นจริงๆ ซักทีเถอะ ขอผมนำรัฐไทยไปถึงเป้าหมายร่วมกัน ถึงเวลาที่เอกชนต้องเดินออกมานำหน้ารัฐ และพารัฐเดินไปทิศทางที่ถูกต้องและควรจะเป็นร่วมกัน

อย่าเอาแต่บ่น ด่ารัฐ อยากเห็นประเทศเราเป็นยังไง… จงลุกขึ้นมา “ทำ” 

อย่าสร้างเหตุผลที่จะหยุดคุณไว้ เพราะคุณเองก็สามารถทำได้… ถ้าคุณคิดจะทำ 

 

Update 30 June 2017

ผมนัดทีม ETDA คุยแผน Thailand E-Commerce Strategy หลังจากไปเก๋ามาจากที่ประชุมใหญ่ในวงหลายๆ กระทรวงวันก่อน

วันนี้เรารวมแผนของ ETDA, กระทรวงพาณิชย์, มาเลย์เซีย, และ ฟิลิปปินส์ เข้าด้วยกัน และเตรียมแผนสำหรับ การประชุมครั้งหน้า

19657142_10156434847712178_8418441427163468619_n

19554242_10156434848472178_520033152732892132_n

19510450_10156434848617178_350539718686415574_n

มี Facebook Live ถามความเห็นคนด้วยเกี่ยวกับแผนนี้ เริ่มตั้งแต่ 5 โมง ยัน 2 ทุ่มครึ่ง มาดูบรรยกาศว่าพวกเราทำงาน คิดงานกันยังไง ดูได้เลยครับ https://www.facebook.com/pawoot/videos/10156433895837178/

Screen Shot 2017-07-02 at 2.00.48 AM

ขอบคุณและชื่นชมทีม ETDA ที่อยู่ด้วยกันยันดึก ขอบคุณพลอยผู้ช่วยคนเก่งอยู่ด้วยกันตลอด

#อยากเห็นประเทศเปลี่ยนต้องลงมือทำ @ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ – สพธอ.

———————————–
Update 11 Jun 2017

วันนี้นัดประชุม Thailand E-Commerce Strategy & Framework มีหน่วยงานรัฐมาหลายแห่ง อย่างกระทรวงพาณิชย์, สรรพกร, กระทรวง DE, TOT, EGA, BOT 

และเอกชนอย่าง สภาอุตสาหกรรม, สภาหอการค้า, Grab, Central, IBM, Priceza, Readyplanet, TARAD และอีกมาก 
เราเปลี่ยนรูปแบบการประชุมจากห้องประชุมของรัฐที่ซีเรียสๆ มาเป็นการแบ่งกลุ่มทำ workshop ร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน (ต่างจากประชุมของรัฐครั้งก่อนๆ ที่ผมเคยไปมา) ไม่มีพิธีรีตรอง ไม่มีคำพูดสวยหรูทางการ มีแต่การนำเสนอไอเดีย การถกพูดคุย ดารขีดเขียน การนำเสนอไอเดีย ซึ่งผลออกมาดีมาก productive มาก

สิ่งที่ได้นอกจากผลของงาน มันคือความสัมพันธ์ที่ดี และการได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่ทำงานสนับสนุน E-Commerce เหมือนกัน แต่ต่างองค์กร ได้คิด ได้ระดมสมองร่วมกัน ทำให้เรารู้ว่า งานที่เราทำ มีองค์กรอื่นทำคล้ายๆ กับเรา เราจะได้ไม่ทำงานซ้ำซ้อนกัน และสามารถทำร่วมกันได้ อันนี้สำคัญมากๆ ผมมองการทำงานของรัฐแบบเดิมๆ ไม่ได้เอื้อให้เกิดบรรยกาศแบบนี้เท่าไร วันนี้สนุกมากๆ ครับ

ขอบคุณทุกๆ คนที่มาร่วมกันในวันนี้มากๆ และขออภัยกับความที่อาจจะดูไม่สุภาพ และ aggressive เกินไปในประชุมที่ผ่านมา แต่หากไม่มีวันนั้น เราก็ไม่มีวันนี้ครับ.! 

ขอบคุณทีมงาน ETDA พี่แอน, พี่อุ น้องๆ ในทีม พลอย ที่ช่วยกันพลังดันงานนี้ งานเพิ่งเริ่มครับ เราต้องมีแผนและกรอบกลยุทธ์ E-Commerce ของชาติที่ทุกๆ หน่วยงานมีความร่วมมือกันให้ได้ครับ 

** ดู video บรรยกาศการทำ Workshop ได้ที่นี่ครับ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10156483507452178&id=648712177

 

แจก Bitcoin ในรายการวิทยุ

leave a comment »

วันนี้พูดเรื่อง Bitcoin ในรายการวิทยุ FM 96.5 (ผมจัดทุกวันศุกร์ 4 โมงกว่า) อยากให้คนเข้าใจมันจริงๆ เลยขอแจก Bitcoin ให้คนฟังรายการคนละ 1 mBT (มิลลิบิตคอยน์)  คิดเป็นราคาประมาณ 100 บาท แจก 5 คน โดยให้ส่ง Facebook Inbox มา 

ผลปรากฏว่าหลังรายการจบ มีคนส่งมาขอมาเพียบเลย ขอเลือก 5 ท่านแล้วเดียวส่งให้นะครับ
ผมซื้อ Bitcoin มา 500 บาทเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อลองให้รู้ว่ามันคืออะไร มาวันนี้มันกลายเป็น 3,500 บาท โตขึ้น 700% เลยว่ะ

พาลูกไปทำงานด้วย

leave a comment »

DEF Special Course : Facebook In-depth โดย อ.มิว มีตัวซนไปแจมหน้าห้องด้วย 

คลาสจัดเสริมพิเศษสำหรับนักเรียนที่อยากรู้เชิงลึก 

#DEFtribe

ผมชอบพาลูกมาตอนทำงานวันหยุดบช (แต่ปกติเดียวนี้ไม่ค่อยรับงานวันหยุดเท่าไร) เพราะผมอยากให้ลูกๆ ตามผมตอนไปทำงานด้วย เค้าจะได้รู้และซึมซับ เรียนรู้ในงานที่ผมทำ มันอาจจะไปทำให้เค้าได้เรียนรู้บางอย่างในตอนเค้าโต 

เหมือนผมตามป๊าผมไปที่ต่างๆ ในตอนเด็กๆ ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ดังนั้นพ่อแม่อย่าปล่อยลูกๆ ไว้ที่บ้าน พาเค้าไปทำงานด้วยนะ ลองดู อาจจะยุ่งๆ หน่อย แต่ผมว่าเค้าจะได้เห็นและพบคนใหม่ๆ เสริมมุมมองและประสบการณ์เค้าครับ

Written by pawoot

2017/06/03 at 12:28 PM

​Super Tripple Viral Expert Speaker รวม 3 นักคิด นักทำ Viral Marketing ชั้นนำระดับประเทศในวันเดียวของหลักสูตร DEF 

leave a comment »

Super Tripple Viral Expert Speaker รวม 3 นักคิด นักทำ Viral Marketing ชั้นนำระดับประเทศในวันเดียวของหลักสูตร DEF กับ 

แนวคิดการเจาะและตีโจทย์ของการสื่อสารและแคมเปญกับพี่ต่อ ธนญชัย จาก ฟิโนมิน่า ผู้กำกับหนังโฆษณาระดับโลก ได้สัมภาษณ์ชีวิตและวิธีคิดของแก 


มุมมองที่แตกต่าง การใช้ชีวิตที่ลงไปสัมผัสในทุกระดับของสังคม ความหลงไหลในการที่อยากจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น การท้าทายตัวเองที่ทำให้งานยากขึ้นไปอีกหลายระดับ การตีโจทย์ที่ลึกดำดิ่งสู่จุดที่น้อยคนจะไปจุดนั้น

ผมเรียนรู้อะไรเยอะมากจากการได้คุยกับพี่เค้า สุดๆ มากกับ session นี้ของ #DEF คนล้นห้อง พลังเต็มทะลักทะล้น.! พี่ต่อใช้เวลาว่างในการปลูกป่า.. ผมก็มีความฝันที่จะทำไร่ ทำสวน.. ยิ่งมาเจอแกแบบนี้ ยิ่งกระตุ้นให้ผมอยากทำฝันให่เป็นจริงเร็วขึ้น
ต่อด้วยตอนบ่ายกับ พี่จิน CJ Work เอเจนซี่มือฉมังด้าน Viral Campaign อันดับต้นๆ ของไทย

และจบด้วยคุณวิชัย Salmon House Creative Production House ที่สร้างผลงานเกรียวกราวไปทั่วหน้าจอออนไลน์ทั้งประเทศ

วันเดียวจบ… เจาะเทคนิคการ คิด-ตีโจทย์-Production Viral Marketing และต่อด้วยการลงมือคิดและถ่ายทำ Viral Campaign ของตัวเองสำหรับแต่ละทีมที่เรียน โจทย์คือ สินค้า OTOP ของกาญจน์บุรี ของตัวเองที่แต่ละทีมต้องคิดและทำออกมาให้เปรี้ยง..ในวัน ส-อ นี้ ดีใจมากที่ หลักสูตรที่คิดไว้ มันออกมาเป็นจริง

เติบโตไปด้วยกัน ผู้เรียน ผู้สอน OTOP นักศึกษา
#DEFtribe

%d bloggers like this: