Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Archive for the ‘เนื้อหาสาระ’ Category

แจก Bitcoin ในรายการวิทยุ

leave a comment »

วันนี้พูดเรื่อง Bitcoin ในรายการวิทยุ FM 96.5 (ผมจัดทุกวันศุกร์ 4 โมงกว่า) อยากให้คนเข้าใจมันจริงๆ เลยขอแจก Bitcoin ให้คนฟังรายการคนละ 1 mBT (มิลลิบิตคอยน์)  คิดเป็นราคาประมาณ 100 บาท แจก 5 คน โดยให้ส่ง Facebook Inbox มา 

ผลปรากฏว่าหลังรายการจบ มีคนส่งมาขอมาเพียบเลย ขอเลือก 5 ท่านแล้วเดียวส่งให้นะครับ
ผมซื้อ Bitcoin มา 500 บาทเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อลองให้รู้ว่ามันคืออะไร มาวันนี้มันกลายเป็น 3,500 บาท โตขึ้น 700% เลยว่ะ

เพิ่มศักยภาพธุรกิจไทย ง่ายดาย

leave a comment »

​ทางสภาอุตสาหกรรม มาสัมภาษณ์ผมถึงแน้วโน้มประเทศไทย นี้คือข้อมูลบางส่วน และมี FB live ดูได้อีกเพียบเลยครับ 

============================

วิเคราะห์ทิศทางและมุมมองด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยในยุคดิจิทัลในปี 2017 

ร่วมกับคุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO, Founder บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด

และนายกสมาคมอีคอมเมิร์ซประเทศไทย
ในยุคดิจิทัลนี้ มีสิ่งไหนที่ควรจำตามอง  สิ่งไหนที่ควรปรับเปลี่ยนหรือแก้ไข 

ในขณะที่ตลาดโลกกำลังปรับตัว ประสิทธิภาพ (Efficiency)  ในการดำเนินธุรกิจ และศักยภาพของผู้ประกอบการเป็นสิ่งสำคัญที่จะหนุนเศรษฐกิจไทยให้ไปรอด 
คุณภาวุธเล่าถึง การทำ Data Analytics ของเขาร่วมกับป้าที่ร้านอาหารตามสั่งข้างออฟฟิศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) ที่สามารถทำได้แม้ในร้านเล็กๆ และช่วยกระตุ้นยิดขายว่า   ” ผมเคยไปทานร้านอาหารตามสั่งแถวตึกออฟฟิศ แล้วผมก็สังเกตุเห็นว่าลูกค้าต้องรอนานมากกว่าจะได้ทาน แล้วผมก็มีโอกาสได้ไปยืนคุยกับป้าเจ้าของร้าน ผมบอกกับป้าว่า ด้วยความต้องการอยากจะปรับ efficiency ให้กับร้านของป้า ผมเลยเข้าถามแกว่า ป้าเคยวิเคราะห์ข้อมูลมั้ย ว่าวันๆ นึงป้าขายได้กี่จาน  แล้วลูกค้าเนี่ยเค้าสั่งเมนูไหนเยอะที่สุด ผมจึงตัดสินใจทำแบบสอบถามออกมาแล้วเอาไปให้ป้ากรอก แล้วแกก็พบว่า ส่วนใหญ่คนที่มาทานที่ร้านอาหารจะสั่งผัดกระเพรา มีบางส่วนสั่งผัดพริกแกง เมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าชอบสั่งอะไร  ป้าก็ควรจะปรับการทำอาหารอาจจะด้วยการผัดเตรียมไว้ก่อน หรือทำในลักษณะของ Pre-Cooked แล้วพอคนมาสั่งก็ผัดใหม่เพื่อให้ได้อาหารจานร้อน จากเดิมที่ป้าใช้เวลา 3 นาทีต่อจาน ก็ลดลงเป็น 1 นาทีต่อจาน  efficiency ก็เพิ่มมากขึ้น ป้าก็สามารถขายอาหารได้เยอะและเร็วขึ้น ”    แล้วก็สืบเนื่องมาถึงการวิเคราะห์ข้อมูลของส่วนผสมและวัตถุดิบที่ป้าใช้ จากเดิมป้าต้องไปซื้อของสดทุกเช้า ป้าก็วิเคราะห์และซื้อของมาไว้เป็นรายสัปดาห์แทน  หรือจากเดิมซื้อตลาดสด ก็เปลี่ยนไปซื้อจากฟาร์มเลยก็ได้ ก็จะได้ของที่ราคาถูกลงเมื่อซื้อในจำนวนมากๆ และไม่ต้องไปซื้อบ่อยๆ   การเพิ่มประสิทธิภาพเพียงเท่านี้ก็ช่วยลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ได้แล้ว ซึ่งป้าก็ยอมรับว่า ป้าได้ลูกค้าเพิ่มจริงๆ


ดู Facebook Live ส่วนอื่นต่อได้ที่นี่ครับ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10155747941662178&id=648712177 

ก้าวต่อไปของมนุษยชาติ

leave a comment »

เห็นบทความนี้ใน Line สรุปถึงการมาของอนาคตที่กำลังจะเกิด (บางอย่างเกิดไปแล้ว) ไว้ได้ดีมากๆ ชอมาบันทึกไว้อ่านเองครับ


=================================

​เรียนนาย เล่าสู่กันฟัง ใกล้แล้ว ครับนาย 💜โลกเปลี่ยน…คนเป็นครูต้องตีลังกากลับหัวคิดสอนแบบเดิมไม่ได้แล้ว!!!
💜ตรงกับบทความในหนังสือ

“This is a กู” ว่า…

โลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจกำลังเปลี่ยนหลายอย่างตอนนี้ มันตีลังกากลับหัวหมดกลับหัวจนคนไทยงง และตามไม่ทัน
💜เมื่อก่อนธุรกิจที่มั่นคง น่าเชื่อถือต้องมีโรงงาน มีสำนักงาน มีบุคคลากรเยอะๆ

แต่สมัยนี้ ยิ่งน้อยยิ่งดีแต่น้อยอย่างมีประสิทธิภาพ

คนน้อย กำไรเยอะ ค่าตอบแทนสูง

มันกลับหัวไปหมดจากอดีต
💜Apple ไม่เคยมีโรงงานผลิตของตัวเอง

แต่ครองตลาดอันดับ 1 ของโลก เพราะจ้างผลิตล้วนๆ กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี
💜Facebook , Google มีรายได้มหาศาลจากโฆษณา โดยไม่มีพนักงานขายโฆษณาเลยสักคน เพราะใช้พาร์ทเนอร์ และให้ลูกค้าทำเองได้ กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี
💜วันนี้ไม่เพียงแต่ตัวอย่างข้างต้น

แต่เราจะเห็นโมเดลธุรกิจแบบนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เฮ่ย ! นี่เรื่องจริง ไม่ได้ล้อเล่น

ไม่เชื่อคุณดูข้อมูลต่อไปนี้
💜Uber เป็นบริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่ไม่มีรถของตัวเองสักคน
💜Alibaba เป็นแหล่งค้าปลีกออนไลน์

ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

แต่ไม่เคยมีสินค้าและสตอกสินค้าเลยสักชิ้น
💜และล่าสุด Airbnb ผู้จัดหาห้องพักใหญ่ที่สุดในโลก

แต่ไม่มีห้องพักของตัวเองเลยแม้แต่ห้องเดียว 
💜นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

นี่คือการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

โลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจกำลังเปลี่ยน

หลายอย่าง มันตีลังกากลับหัวหมด

คุณตามการเปลี่ยนแปลงทันนะครับ…
💜”ร้านค้าอยู่บนอากาศ

สาขาคือมนุษย์ทุกๆคน”
💜ชีวิตในอนาคต
💜โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร?

ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร?
💜ในปี 1998 บริษัทโกดักมีพนักงาน 170,000 คนและมียอดขาย 85% ของกระดาษภาพถ่ายทั่วโลก แต่ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีรูปแบบธุรกิจของพวกเขาหายไปและต้องประสบกับภาวะล้มละลาย
💜สิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัทโกดักจะเกิดขึ้นอีกกับอีกหลายอุตสาหกรรมใน 10 ปีข้างหน้า และคนส่วนใหญ่จะยังมองไม่เห็น

จะมีใครในปี 1998 ที่คาดคิดบ้างว่าอีก 3 ปีต่อมาคุณจะไม่ถ่ายภาพบนแผ่นฟิล์มกระดาษอีกต่อไป กล้องดิจิตอลอันแรกที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1975 มีความละเอียดเพียง 10,000 พิกเซล 
💜ตามกฎของมัวร์ เทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่สร้างความผิดหวังในตอนแรกและใช้เวลานานก่อนที่มันจะกลายเป็นความสำเร็จและเป็นวิธีที่ดีกว่าในเวลาอันรวดเร็ว
💜มันจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับปัญญาประดิษฐ์(หุ่นยนต์), สุขภาพ, รถยนต์ไฟฟ้า, ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ,การศึกษา, เครื่องพิมพ์ 3 มิติการเกษตรและการจ้างงาน 
💜ขอต้อนรับเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 และต้อนรับสู่ยุคทวีคูณ
💜(1) ซอฟแวร์จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมมากที่สุดใน อีก 5-10 ปีข้างหน้า Uber เป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ใด ๆ แต่จะกลายเป็นบริษัท รถแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Airbnb  จะเป็นบริษัท โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใด ๆเลยคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์(หุ่นยนต์)จะฉลาดขึ้นเป็นทวีคูณและมีความเข้าใจโลกดีกว่ามนุษย์ ในปีนี้คอมพิวเตอร์สามารถเอาชนะมนุษย์ในการเล่นเกมหมากรุกโกะ ซึ่งเร็วกว่าที่คาดคิดไว้ถึง10 ปี
💜(2) ในสหรัฐอเมริกา, ทนายความที่จบใหม่เริ่มตกงาน เพราะคอมพิวเตอร์ IBM Watson, สามารถให้คำแนะนำด้านกฎหมาย พื้นฐานได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีและมีความแม่นยำถึง 90% เมื่อเทียบกับมนุษย์ที่มีความแม่นยำเพียง 70%  ดังนั้นถ้าคุณกำลังเรียนกฎหมายอยู่ก็เลิกได้เลย เพราะในอนาคต อาชีพทนายจะหายไปกว่า 90% เหลือแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายเฉพาะด้านเท่านั้น
💜(3) ปัจจุบันคอมพิวเตอร์วัตสันได้เข้ามามีส่วนช่วยพยาบาลในการวินิจฉัยโรคมะเร็งได้เร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ถึง 4 เท่า

 

💜(4) Facebook ขณะนี้มีซอฟแวร์ในการจดจำรูปแบบใบหน้ามนุษย์ที่เหนือกว่าคน ในปี 2030 คอมพิวเตอร์จะเริ่มฉลาดกว่ามนุษย์
💜(5) รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติคันแรกจะเผยโฉมต่อสาธารณชนในปี 2018  

ประมาณปี 2020 อุตสาหกรรมรถยนต์จะล่มสลาย ไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องมีรถยนต์เป็นส่วนตัวอีกต่อไป เพราะเพียงแค่คุณโทรศัทพ์เรียก รถแท๊กซี่ก็จะมารับคุณในตำแหน่งที่คุณเรียกและส่งคุณไปยังจุดหมายปลายทาง โดยคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่จอดรถแต่จ่ายเฉพาะค่ามิเตอร์และยังสามารถทำงานไปด้วยในขณะเดินทางอีก ลูกๆของเราก็ไม่จำเป็นต้องสอบใบขับขี่หรือซื้อรถยนต์
💜(5) ตัวเมืองก็จะเปลี่ยนแปลงไปเพราะรถยนต์จะหายไปจากท้องถนนถึง 90-95% เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่จอดรถให้กลายเป็นสวนสาธารณะได้

 อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกปีละ 1.2 ล้านคนก็จะลดลง

 รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะช่วยลดอุบัติเหตุทางจราจรจากหนี่งรายต่อทุก 100,000 กม.เหลือเพียงหนึ่งรายต่อทุก 10 ล้านกม. ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตมนุษย์ได้ปีละนับล้านคน
💜(6) บริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่จะประสบกับการล้มละลาย บริษัท รถยนต์ที่อนุรักษ์นิยมจะเพียงแค่พยายามพัฒนารถยนต์ของตนให้ดีขึ้นในขณะที่ บริษัท TECH (Tesla, Apple, Google) จะปฏิวัติการสร้างรถยนต์โดยใส่คอมพิวเตอร์ลงในล้อรถยนต์ ผมคุยกับวิศวกรจากโฟล์คสวาเกนและออดี้; พวกเขากลัวคู่แข่งอย่างเทสลามาก
💜(7) บริษัท ประกันภัยจะเกิดปัญหาใหญ่เพราะเมื่อไม่มีอุบัติเหตุ, เบี้ยประกันก็จะถูกลง 100 เท่า รูปแบบธุรกิจประกันภัยรถยนต์จะหายไป
💜(8) อสังหาริมทรัพย์จะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าคุณสามารถทำงานได้ระหว่างการเดินทาง คนก็จะย้ายออกไปอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนอกที่มีทัศนียภาพสวยงามกว่ามากขึ้น
💜(9) รถยนต์ไฟฟ้าจะกลายเป็นรถยนต์กระแสหลักภายในปี 2020 เมืองก็จะมีเสียงดังหนวกหูลดลงเพราะรถทุกคันจะเป็นรถไฟฟ้า 
💜(10) ราคาค่าไฟฟ้าก็จะถูกลงและเป็นพลังงานสะอาดอย่างเหลือเชื่อ: การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากใน 30 ปีที่ผ่านมา แต่คุณเพิ่งจะเห็นผลกระทบของมัน ปีที่แล้วมีการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกมากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินฟอสซิล ราคาค่าไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะถูกลงอย่างมากจนทำให้บริษัทเหมืองแร่ถ่านหินต้องปิดตัวลงในปี 2025
💜(11) ราคาค่าไฟฟ้าที่ถูกลงจะทำให้มีน้ำราคาถูกและเหลือเฟือจากการเปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืดโดยการใช้กระแสไฟฟ้าเพียง 2kWh ต่อการผลิตน้ำจืดหนึ่งลูกบาศก์เมตร  เราจะไม่ขาดแคลนน้ำในสถานที่ส่วนใหญ่อีกต่อไป เพียงแต่อาจขาดแคลนน้ำดื่มเท่านั้น ลองจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าทุกคนสามารถมีน้ำสะอาดให้ใช้ได้เท่าที่เขาต้องการโดยเกือบจะไม่มีค่าใช้จ่ายเลย
💜(12) สุขภาพ: ร​​าคา Tricoder X จะมีการประกาศในปีนี้ จะมี บริษัทที่ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทำงานได้กับโทรศัพท์ของคุณ (ชื่อ “Tricorder” มาจากภาพยนตร์เรื่อง Star Trek) ซึ่งจะสแกนม่านตาของคุณ พร้อมทั้งตรวจตัวอย่างเลือดและลมหายใจของคุณแล้ววิเคราะห์ ข้อมูลทางชีวภาพ 54 ตัวที่จะบอกโรคได้เกือบทุกชนิดด้วยราคาที่แสนถูก ดังนั้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ก็จะสามารถเข้าถึงการแพทย์ระดับโลกในราคาที่เกือบฟรี
💜(13) การพิมพ์ 3 มิติ: ราคาของเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ถูกที่สุดได้ลดลงจาก 18,000 $ มาเป็น400 $ ภายในเวลาเพียง 10 ปีและมีความเร็วขึ้นกว่าเดิม 100  เท่า บริษัทรองเท้าใหญ่ๆได้เริ่มต้นการผลิตรองเท้าด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รวมถึงในสนามบินที่อยู่ห่างไกลก็เริ่มมีการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องบินโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้ว สถานีอวกาศในขณะนี้ก็มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับผลิตชิ้นส่วนอะไหล่เอง เพื่อลดความจำเป็นในการเก็บอะไหล่จำนวนมาก ในปลายปีนี้ สมาร์ทโฟนใหม่จะมีความสามารถในการสแกน 3 มิติ ที่จะทำให้คุณสามารถสแกนเท้าของคุณและพิมพ์รองเท้า 3 มิติที่เหมาะสมกับเท้าของคุณไว้ใส่เองที่บ้าน ได้ ประเทศจีนในขณะนี้มีการสร้างอาคารสำนักงาน 6 ชั้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้แล้ว ภายในปี 2027  10%   ของผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจะถูกผลิตโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
💜(14) โอกาสทางธุรกิจ: ถามตัวคุณเองก่อนว่า “ในอนาคตจะเกิดสิ่งนั้นขึ้นไหม” ถ้าคำตอบคือใช่ คุณจะมีวิธีทำให้มันเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ไหม แต่ถ้ามันไม่สามารถจะใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ของคุณ ก็จงลืมความคิดนั้นไปได้ เพราะความคิดใด ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อความสำเร็จในศตวรรษที่ 20 จะล้มเหลวในศตวรรษที่ 21
💜(15) ตำเหน่งงาน: 70-80% ของตำเหน่งงานจะหายไปใน 20 ปีข้างหน้า จะมีงานใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่มันก็อาจจะยังไม่เพียงพอในระยะเวลาที่สั้นเกินไป
💜(16) การเกษตร: ในอนาคตจะมีหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการเกษตรราคาถูกเพียงตัวละ 100 $  เกษตรกรในโลกที่ 3  จะทำงานเป็นผู้จัดการแทนที่จะทำงานกลางแดดตลอดทั้งวัน การเกษตรแบบ Aeroponics จะใช้น้ำน้อยมาก 
💜(17) เนื้อลูกวัวที่ผลิตในจานเพาะเลี้ยงเซลและเริ่มมีการขายในขณะนี้จะมีราคาถูกลงกว่าเนื้อลูกวัวจริงภายในปี 2018 

ปัจจุบัน 30% ของพื้นที่ทางการเกษตรทั้งหมดใช้สำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ ในอนาคต พื้นที่เหล่านั้นจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
💜(18) โปรตีนจากแมลงจะมีการวางตลาดในเร็วๆ นี้ มันมีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ และมันจะถูกติดฉลากว่าเป็น “แหล่งโปรตีนทางเลือก” (เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังคงรังเกียจการกินแมลงเป็นอาหาร)
💜(19) มีแอปที่เรียกว่า “moodies” ซึ่งสามารถบอกอารมณ์ของคุณได้ในปัจจุบัน แต่ภายในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันที่สามารถบอกการแสดงออกทางใบหน้าของคุณว่าคุณกำลังพูดโกหกอยู่ ลองนึกถึงภาพคนดีที่มายืนยันว่า อุปกรณ์ GT 200 ทำงานได้จริง แต่ขณะถูกถ่ายทอด แอปบอกว่าคนคนนี้กำลังตอแหลอยู่
💜(20) Bitcoin Onecoin Crypto-currency (เงินดิจิตอลที่ใช้ซื้อขายทางอินเตอร์เน็ต): จะกลายเป็นสกุลเงินกระแสหลักในปีนี้ และอาจจะกลายเป็นสกุลเงินสำรองด้วย
💜(21) อายุวัฒนะ: ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของชีวิตมนุษย์เพิ่มขึ้น 3 เดือนต่อทุกปี

สี่ปีที่แล้วอายุเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 79 ปี ปัจจุบันนี้เพิ่มเป็น 80 ปี ภายในปี 2036 เราทุกคนอาจมีชีวิตยืนยาวไปถึงมากกว่า 100 ปี
💜(22) การศึกษา: ปัจจุบันราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 10 $  ในแอฟริกาและเอเชีย ภายในปี 2020 คนในโลก 70% จะมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ซึ่งหมายความว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับโลกได้ เด็กทุกคนสามารถใช้ Khan Academy สำหรับเรียนรู้ทุกสิ่งที่เด็กในโรงเรียนของประเทศที่เจริญแล้วเรียนได้ ซอฟแวร์นี้ได้เปิดใช้แล้วในประเทศอินโดนีเซียและจะมีเป็นภาษาอาหรับ ภาษาสวาฮิลีและภาษาจีนในฤดูร้อนนี้ สำหรับApp ภาษาอังกฤษจะเปิดให้ใช้ฟรีเพื่อให้เด็กในประเทศแอฟริกาได้เรียนพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องเคล่วภายในเวลาเพียงครึ่งปี
💜ดังนั้น ผู้เตรียมตัวเผชิญหน้ากับอนาคตจึงจะอยู่รอดและได้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่/

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

Written by pawoot

2016/12/19 at 8:31 AM

Pitch, Please: 14 Must-Read Pitch Lessons Every Startup Founder Should Know | 500 Startups

with one comment

A few reasons you won’t raise money:

Your business isn’t the right fit for VC (which is totally OK!)
You business could be interesting to VC, but you have nothing yet. Stop pitching, and focus on building a solid business that solves a big problem, getting customers, and assembling a great team.
You’re not talking to the right investors, or you may live in a city without a mature ecosystem that supports early stage companies, or…..
Your pitch sucks, and you can’t tell your story on stage or on the fly. 
I can help with the last one. Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2016/04/27 at 9:16 AM

วิธีการคิดแผนธุรกิจ Mastering Business Plan

with one comment

เมื่อวานไปช่วยน้องคนนึงทำแผนธุรกิจ เลยขอสรุปขั้นตอนการวางแผนธุรกิจไว้ดังนี้ครับ ทุกอย่างมันจะเกี่ยวผันกันหมดครับ 

สำหรับคนทำธุรกิจอยู่แล้ว ดูได้ว่าเรามีสิ่งเหล่านี้ครบหรือไม่ และสำหรับคนที่จะเริ่มต้นธุรกิจใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเริ่มต้นธุรกิจครับ

  1. ไอเดีย (Idea) – มีไอเดียอยากทำอะไรบางอย่าง
  2. Vison & Objective – มีเป้าหมายและทำไปตอบโจทย์อะไร
  3. สินค้าหรือบริการ (Product or Service) – มีสินค้าหรือบริการอะไร
  4. แผนพัฒนาสินค้า บริการ (Development Plan) – จะทำอย่างไรให้สินค้าและบริการพัฒนาออกมาได้
  5. กลยุทธ์ การตลาด (Marketing & Strategy) – จะทำให้คนรู้จักและเข้ามาใช้ได้อย่างไร
  6. ทีมงาน (Team and Responsible) – มีคนและทีมงานเท่าไร
  7. Road Map & Action Plan & KPI – แผนงาน แผนดำเนินงานและตัวชี้วัดที่ชัดเจน
  8. แผนการเงิน (Financial Plan) – จะใช้และได้เงินเท่าไร อย่างไร
  9. แผนสำรอง (Backup Plan) – หากไม่เป็นไปตามแผน จะมีแผนอื่นอย่างไร

ผมทำเทมเพลทวางแผนการทำธุรกิจไว้แล้ว สนใจไป โหลดมาใช้ได้เลยครับ 
ปล. เขียนไว้คร่าวๆ ก่อนเดียวมาเขียนต่อ (Feb 11, 2016)

พากลับไปเขมรในอดีต.! ประวัติศาสตร์ที่เปิดดูด้วยเทคโนโลยี

leave a comment »

เจาะลึกประวัติของอารยธรรมเขมร โดย University of Sydney ในช่อง BBC Earth ใช้เครื่อง Lasers ติดฮอลิคอปเตอร์สแกนพื้นที่แถบเขาพระวิหาร ทำให้สามารถคาดการณ์ถึง อดีตของเขมรในยุครุ่งเรือง มีภาพให้เห็นเมืองและอาณาจักรของเขมรในอดีต คาดการณ์ว่าในยุคนั้น เขมรมีประชากรมากกว่าอังกฤษอีก ผมเป็นคนชอบประวัติศาสตร์ครับ ชอบของไทยมาก และเอเซีย ค่อยๆ อ่านมานานล่ะเป็น e-book
Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2015/10/25 at 5:41 PM

ลงปก Forbes Magazine

with one comment

นิตยสารฟอร์บแมกกาซีน เป็นนิตยสารธุรกิจแนวหน้าระดับโลก ที่ผมอ่านประจำตอนนี้มีเวอร์ชั่นประเทศไทยแล้ว และผมได้รับเกียรติสัมภาษณ์ลงปก Forbes Magazine พร้อมกับหมู Ookbee และ Max จาก StockRadars ซึ่งปกติคนที่จะได้ลงหน้าปกจะเป็นนักธุรกิจหลายพันล้าน นึ่น่าจะเป็นครั้งแรกของ Forbes Thailand ที่คนลงปกยังเจี๋ยมเจี้ยมอยู่เลย ฮ่าๆๆ

ในเล่มสัมภาษณ์ผมถึงความเป็นมา และก้าวต่อไปของผมว่าจะเป็นอย่างไร หากมีเวลาลองหามาอ่านดูนะครับ

   Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2015/07/04 at 1:44 PM

%d bloggers like this: