Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Archive for the ‘เนื้อหาสาระ’ Category

สรุปสงครามโลกครั้งที่ 2 World War 2

leave a comment »

ผมว่าหลายๆ คนอาจจะเคยดูหนังหลายๆ เรื่องที่มีฉากเกี่ยวกับการรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น Saving Private Ryan, Fury หรือ Dunkirk และอีกหลายๆ เรื่อง หนังเหล่านั้นคือส่วนหนึ่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เรื่องราวมันช่างยาวนานติดต่อกันหลายปีเลยทีเดียว หากคุณอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเข้าใจหนังที่คุณดูผ่านมามากขึ้น ผมได้สรุปการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากดูหนัง Documentary “Greatest Events of WWII in Colour” ทาง Netflix มาให้อ่านกันแล้วครับ

Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2019/11/11 at 2:16 AM

มาใช้แอพใบขับขี่ในมือถือกัน

leave a comment »

ใบขับขี่ตลอดชีพหาย.! ได้โอกาสไปทำใหม่ ได้ตลอดชีพเหมือนเดิม ทำชั่วโมงเดียวเสร็จ บัตรใหม่มี QR Code ด้านหลัง แล้วโหลดผ่าน QR Code เข้าไปในแอพ DLT ของกรมการขนส่งทางบก ทำให้ไม่ต้องพกใบขับขี่ตัวจริงอีกต่อไป เจอตำรวจ เปิดแอพโชว์บัตรในแอพได้เลย.!

Read the rest of this entry »

สรรพกรกับการนำเทคโนโลยีมาใช้

leave a comment »

วิเคราะห์กรมสรรพกรกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ และ Transform องค์กร จากสไลด์ของ ดร.เอกนิติ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นแนวคิดการพัฒนากรมและการเปิด Open Data API ที่ใช้พูดในงาน Hackatax กย.62

สรุปคร่าวๆ คือ (ดูภาพข้างล่างประกอบนะ)
กรมสรรพกรมีแนวคิดที่ดีมากๆ ครับ มีการปรับโครงสร้างองค์กรเป็น Agile และการวางแผนทำ Big Data อย่างดี มี Data Lake ไว้รวบรวมข้อมูลในการนำมาใช้ ผ่านโครงสร้างของ Enterprise Architecture ที่น่าสนใจ และใช้ AI + ML (Machine Learning) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยข้อมูลมีข้อมูลจากภายใน (internal data) และ ข้อมูลภายนอก (external data) จากทางอินเทอร์เน็ตและ social media มาประกอบ

มีการเก็บข้อมูลของผู้ค้าขายออนไลน์ โดยมีระบบไปกวาดข้อมูลร้านค้าออนไลน์ มาวิเคราะห์ เช่น ชื่อเว็บ, คนเข้าเว็บ, เบอร์โทร, Social Media, ชื่อบัญชีธนาคาร ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ รายได้ได้ แล้วมาทำ Analytics เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ธุรกิจนั้นๆ

รวมไปถึงมี Dash Board ในการวิเคราะห์ธุรกิจนั้นๆ ออกมาได้เลยว่า ธุรกิจนั้นๆ เสียภาษีเท่าไร? ยังไง?​มีความเสี่ยงเท่าไร?

สรุปสั้นๆ ถ้าสรรพกรทำระบบนี้เสร็จ…​ สรรพกรจะทราบทันทีว่าคนไทยขายออนไลน์มีกี่ราย มีรายได้เท่าไร ต่อยอดไปหลายๆ เรื่องได้ทันที อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว……

…. เริ่มทำธุรกิจให้เสียภาษีถูกต้องกันเถอะครับ คุณจะไม่ปวดหัวต่อไปในอนาคต เชื่อผม.!

Read the rest of this entry »

เทคนิคการเริ่มและนำพาธุรกิจให้รอด.! พร้อมเครื่องมือ

with 2 comments

ตอนนี้บอกได้เลยว่า วิชาในการทำธุรกิจผมดีมากขึ้นจนถึงระดับนึง ถึงขนาดสามารถวิเคราะห์บริษัทที่มาปรึกษา ได้เลยว่า ตอนนี้ “ปัญหา” หรือ “Challenge” ของธุรกิจเค้า อยู่ตรงจุดไหน อะไรคือสิ่งที่เค้าต้องฝ่าฝัน และแก้ปัญหา และวิธีการแก้ปัญหาคือวิธีอะไร? จะใช้เครื่องมือไหน?

อันนี้ไม่ได้โม้นะ แต่กำลังโม้อยู่…ฮ่าๆๆ (จากประสบการณ์ที่ให้คำปรึกษามาหลายๆ ธุรกิจ)

โดยวิเคราะห์จากประสบการณ์ในการทำงาน และทำบริษัทมาหลายบริษัทตลอด 20 ปี ผมเริ่มวิเคราะห์ ได้แล้วว่า บริษัทนั้นๆ อยู่ในช่วงเวลาไหนของธุรกิจ ผมเทียบกับการบินของเครื่องบิน (ดูภาพประกอบ)

1.) Taxi – ช่วงกำลังจะออกจากรันเวย์ คือช่วงที่เรากำลังเริ่มธุรกิจใหม่ๆ เลย ต้องพิสูจน์ว่าสิ่งที่ต้องการทำมันไปได้หรือไม่

2.) Take off – ช่วงกำลังจะบินกระดกหัว คือช่วงที่ธุรกิจกำลังเริ่มเติบโต เริ่มขยายตัว เริ่มมีคนเข้ามาองค์กรมากขึ้น ต้องการคนเข้ามาสนับสนุน ต้องการรายได้มากขึ้น

3.) Fly – ช่วงบินออกไปแล้ว เป็นช่วงที่ธุรกิจอยู่ได้แล้ว และต้องการขยายตัวออกไป ในแนวทางต่างๆ

Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2019/05/22 at 8:33 AM

#เรื่องราวเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9

leave a comment »

เจอบทความนึงใน Line น่าสนใจมากไป ขอบันทึกไว้

———————————–

ไม่ทราบว่าใครเขียน แต่ชอบการเรียงลำดับว่าตอนพระองค์อายุเท่าไร มีเหตุการณ์หรือได้ทำอะไรบ้าง ขอบันทึกไว้ในเฟซบุ๊คตัวเอง เพื่อได้อ่านในปีต่อๆไป

#เรื่องราวเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 มีมากมาย แต่ส่วนใหญ่เวลาได้ข้อมูลเกี่ยวกับท่านเราจะได้ในลักษณะเป็นปี พ.ศ.ซึ่งมันทำให้ไม่เห็นภาพเท่าไหร่ว่าตอนนั้นพระองค์อยู่ในวัยไหน พระชนมายุมากรึยัง เลยลองมานั่งไล่อายุท่านเทียบกับพระราชกรณียกิจแบบคร่าวๆ

มีเรื่องที่คิดไม่ถึงหลายอย่าง เช่น เพลงพระราชนิพนธ์ดังๆ ทรงแต่งตั้งแต่ 18-19 พรรษา เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ที่เราร้องกันนี่ท่านก็ทรงแต่งตั้งแต่อายุ 22 (เทียบกับอายุเด็กสมัยนี้คือทรงอยู่ปี 4) พระราชกรณียกิจต่างๆนานาก็เริ่มตั้งแต่ 20 ต้นๆ แล้ว พอท่านเลย 60 ไปแทนที่จะเกษียณกลับกลายเป็นงานยิ่งมากขึ้น เสด็จต่างจังหวัดเยอะมาก มูลนิธิชัยพัฒนานี่พึ่งตั้งตอนประมาณ 61 พรรษา ทรงงานไปถึงช่วง 80 พรรษา หลังจากนั้นส่วนมากจะไปประทับและทรงงานอยู่ศิริราช

พอเทียบกับเวลาของชีวิตเรา ในเวลาเท่ากันท่านสามารถคิดและสร้างอะไรไว้ได้มากมายเหลือเกิน เก่งจิงๆ เก่งทุกอย่าง เทียบแล้วก็จะรู้ว่าท่านทรงงานหนักจริงๆ ถ้าเป็นญาติพี่น้องเราอายุเกิน 60 ส่วนใหญ่ก็พักผ่อนอยู่บ้านหมดเเล้ว แต่ท่านอายุ หกสิบเจ็บสิบยังออกไปตลุยงานอยู่ ถ้าไม่ออกก็ฟังวิทยุดูทีวีติดตามสถานการณ์บ้านเมืองตลอด

พระราชกรณียกิจต่างๆ ไม่รวมเวลาเสด็จเยี่ยมราษฎร 4 ภาค อยากให้เก็บไว้ดูในวันเกิดของตัวเองทุกๆปี แล้วลองย้อนมองว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรให้ผู้อื่นหรือเพื่อประเทศชาติบ้าง

Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2019/05/08 at 1:58 PM

แจ็ก หม่า กับสิทธิพิเศษที่ไทยสนับสนุน ที่นักธุรกิจไทยต้องกลับมาดูตัวเอง

leave a comment »

เห็นข่าวเกี่ยวกับ สรรพากรแจง “แจ็ก หม่า” ได้ยกเว้นภาษี 13 ปีตามเงื่อนไขบีโอไอ ส่วนคนไทยต้องเสียภาษีตามกฎหมายเดิม ผมว่าเราต้องวิเคราะห์ข่าวนี้ให้ดีนะครับ Alibaba Group ได้อาศัยการสนับสนุนจากการเข้ามาลงทุนในประเทศในการยกเว้นภาษี นิติบุคคลผ่าน BOI ซึ่งมีหลายๆ บริษัทไอทีในไทยได้เช่นกัน (ผมเองเมื่อตอนที่มี Rakuten จากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนกับ TARAD.com ก็ได้ BOI โดยไม่เสียภาษีเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าไม่ได้ใช้สิทธิภาษีนี้เลยตลอด 6 ปีที่เค้ามาลงทุน เพราะอยู่ในช่วงการลงทุนหนัก และขาดทุนหนัก โดยใช้เงินไปหลายร้อยล้านบาท ก็ถือเป็นการดึงต่างประเทศมาลงทุนกระตุ้น E-Commerce ในไทย แต่ถ้าจำไม่ผิด Rakuten TARAD ได้สิทธิ 7-8 ปี แต่ทำไมครั้งนี้ Alibaba Group ได้ถึง 13 ปี )

ดังนั้นการได้สิทธิพิเศษจาก BOI ที่ได้สิทธิพิเศษหลายๆ โดยเฉพาะการไม่เสียภาษีนิติบุคคลตอนสิ้นปีตลอดอายุการสนับสนุน จึงเป็นสิ่งปกติท่ีรัฐต้องการดึงนักลงทุนมาลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่จะช่วยพัฒนาประเทศ “ซึ่งบริษัทคุณเองก็สามารถขอรับสิทธินี้ได้ครับ” ผมเคยเปิดบริษัท TARADb2b.com เป็นบริษัทที่พัฒนาระบบ B2B แบบ Alibaba เลยในช่วงปี 2007 ซึ่งก็ได้รับสิทธิพิเศษนี้จาก BOI เช่นกัน (อ่านเพิ่มกลุ่มอุตสาหกรรมที่ BOI ให้สิทธิ http://www.boi.go.th/newboi/index.php?page=eligible_activities&language=th)

ถึงได้ BOI ยกเว้นภาษีนิติบุคคล แต่ก็ไม่ยกเว้นภาษี VAT นะครับ ดังนั้นในทุกรายการ การขายของ Alibaba Group จะต้องถูกนำไปคิด VAT ด้วย แต่กำลังคิดอยู่ว่า เค้าจะโดนตรงไหน? เพราะรายการสินค้าที่นำเข้ามาจากจีน มาขายในไทย ได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง เช่น

  • การยกเว้นจากการได้ FTA ไทย-จีน (Free Trade Agreement) อ่านเพิ่ม http://www.thaifta.com/ThaiFTA/Home/FTAbyCountry/tabid/53/ctl/detail/id/4/mid/480/usemastercontainer/true/Default.aspx
  • การยกเว้นจากการนำสินค้าเข้ามาผ่านทางไปรษณีย์ หากสินค้ามีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 ไม่ต้องเสียภาษี (ซึ่งเคยได้ยินข่าวมากว่ากลุ่ม Alibaba จะพยายามขอดันขึ้นไปเป็น 3,000 บาท)

สิทธิพิเศษที่ภาครัฐเตรียมไว้ ที่คุณควรจะไปรับ

ต้องบอกว่ารัฐไทยเตรียมการสนับสนุนเอกชนไทยไว้มากมายครับ แต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้น “เอกชนไทยส่วนใหญ่” มักไม่รู้ถึงสิทธิพิเศษตรงนี้

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผมแนะนำว่า คุณหรือบริษัทของคุณต้องกลับมามองดูตัวเองดีว่า เราจะขอสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ภาครัฐจัดเตรียมใว้ให้ยังไง เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทต่างชาติเท่านั้นถึงจะได้รับการสนับสนุน บริษัทไทยเองก็ได้เช่นกันครับ

  • ตัวอย่างสิทธิประโยชน์ที่สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสามารถของการสนับสนุนได้เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) มีเงินให้เปล่ากับหลายๆ โครงการในการสนับสนุนการวิจัย การพัฒนาอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา ได้ในวงเงินหลักแสน จนไปถึงหลักหลายล้านบาทเลยครับ ลองไปดูเพิ่มได้ที่ http://www.nia.or.th หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล (DEPA) ก็มีเงินทุนช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ลองดูได้ที่ http://www.depa.or.th/th/funds
  • หรือแม้แต่การออกไปดูงาน ออกแสดงสินค้าที่ต่างประเทศ ที่รัฐมีการสนับสนุนมาตลอด ทั้งค่าบูธในงานที่ไปออก หรืออาจจะมีค่าเดินทางไปด้วยแล้วแต่งานและโครงการ ลองดูได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ http://www.ditp.go.th

มีสิทธิพิเศษอะไรอีกมากมายที่รัฐไทยเตรียมไว้มากมาย แต่ยังขาดการรับรู้จากธุรกิจเอกชนคนไทยเอง ซึ่งผมว่า เราเองก็ต้องมาคอยดูและสอดส่องว่ารัฐมีอะไรดีๆ ให้บ้าง และเช่นเดียวกัน รัฐเองก็ต้องทำให้เอกชนที่คุณต้องสนับสนุนรู้ด้วยเช่นเดียวกันว่าคุณมีสิทธิพิเศษหรือการสนับสนุนอะไรบ้าง โดยไม่ได้ปล่อยให้สิทธินี้ตกไปอยู่กับบริษัทต่างชาติเพียงอย่างเดียวครับ

ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ.! แนวคิดที่ผมใช้

leave a comment »

คุณเชื่อปะ ว่าทุกอย่าง “เป็นไปได้จริงๆ” มันเป็นไปได้ตั้งแต่คุณคิดแล้วล่ะ.! “แต่เมื่อใดคุณเริ่มตั้งข้อแม้ เริ่มคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ สิ่งนั้นจะแทบจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลย.!” และ จงหลีกเลี่ยงคำเหล่านี้.!

เมื่อใดคุณว่ามันเป็นไปได้จริง สมองคุณจะสั่งให้คุณคิด ทุกวิถีทางที่จะทำให้เป็นจริงให้ได้  มันจะไม่หยุดคิด คิดๆๆๆๆๆ มีบ้างที่จะมีปัญหา มีอุปสรรค แต่หากเรายังเชื่อ ยังมั่นใจ ยังยืนยันว่ามันเป็นไปได้ มันจะมีหนทางเสมอ สู่ความเป็นไปได้นั้น

ดั้งนั้น “จงเชื่อว่ามันเป็นไปได้.! แล้วสิ่งนั้นจะเป็นไปได้จริงๆ” ไอ้นี้มันแนวคิดผมเลยล่ะ

%d bloggers like this: