Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Archive for July 2010

เทคนิคการบริหารเพื่อจัดการหลาย project ในเวลาเดียวกัน

with one comment

วันนี้เปิดเมล์มาเจอ น้องบี  TARAD Solution ส่งบทความดีๆ มาให้อ่านประจำเหมือนเคย บทความนี้น่าสนใจมาก ซึ่งผมเชื่อว่า หลายๆ องค์กร หรือทีมคงประสบปัญหานี้อยู่ คืองานล้นมากว่าคนทำงาน ผมนำมาแบ่งปันเพื่อสิ่งดีๆ เหล่านี้จะได้นำไปใช้กันต่อได้ครับ

เทคนิคการบริหารเพื่อจัดการหลาย project ในเวลาเดียวกัน

http://articles.techrepublic.com.com/5100-10878_11-1061892.html

  1. Time management
    เราจะต้องหยุด เพื่อคิดก่อน ว่างานไหน จะต้องทำเมื่อไร และเรามี เวลาเหลือเท่าไร ไม่ควรมาบริหารเวลาตาม detail แต่ละ project แต่เราควรจะต้องให้ ความสำคัญกับเวลาและ project ทั้งหมดที่มีอยู่ (บริหารภาพรวม)
  2. Checklist for managing multiple projects
    เราควรจะต้องสร้าง portfolio checklist เพื่อบริหารหลายๆ project โดยอาจจะใช้ lift-cycle checklist เพื่อเข้ามา ช่วย (ตัวอย่าง http://www.archives.gov/records-mgmt/initiatives/sdlc-checklist.pdf )
  3. Prioritization of project
    เราจะต้องวิเคราะห์ว่าอันไหนที่สำคัญที่สุด เมื่อเทียบเคียงกัน เพื่อให้เรียงลำดับการทำงานได้ถูกว่าควรทำอะไรให้เสร็จก่อนหลัง ไม่ควรใช้ความชอบไม่ชอบ โดย อาจจะต้องดูไปถึง แผนงานรวมของบริษัท และ วันกำหนดส่งด้วย
  4. Categorize your work
    จะช่วยเรื่องการลดความซับซ้อน เราอาจจะต้องเขียนแผนงาน สำหรับแต่ละ project อย่างน้อยตั้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ และผลลัพท์ที่คาดหวังด้วย และเข้ามาเช็ค ความคืบหน้าตามแผนงานเป็นระยะๆ
  5. Sequence work task
    เพื่อให้มั่นใจว่าทุกๆ project มีการเรียงไปในแบบที่ควรจะเป็น เรา ควรที่จะเรียงให้เป็น โปรเจคต่อโปรเจค การบริหารแต่ละ project ก็จะชัดเจน ไม่มีตกหล่น ด้วยการบริหาร task และการจัดเรียงลำดับที่ถูกต้อง
  6. Create a dashboard
    ใช้ digital dashboard เพื่อให้เห็นภาพรวมการบริหารในทุกๆ project

และอื่นๆก็ลองอ่านดูครับ
จะเห็นว่าจะมีเอกสาร หรือ platform บางแบบที่จะเข้ามาช่วยได้ครับ

http://www.focusedperformance.com/articles/multipm.html
ความจริงที่เกิดขึ้นเมื่องานถูกเสียบ และสลับความสำคัญไปมา ก็จะทำให้ งานล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น และการแก้ไข

Advertisements

Written by pawoot

2010/07/31 at 11:16 PM

รอยเท้าของชีวิต คุณมีแล้วหรือยัง?

with 2 comments

ในการใช้ชีวิตคนเราแต่ละวัน ที่วันเวลามันผ่านไปวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า หลายครั้งเราคงตกใจว่าทำไม “เวลามันถึงผ่านไปเร็วเช่นนี้” มีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของเรา ที่มันผ่านไป บ้างเป็นสิ่งที่ดี บ้างเป็นสิ่งที่ไม่ดี บ้างเป็นสิ่งที่น่าจดจำ

การจดบันทึกประสบการณ์ การทำงานหรือแนวความคิดของคุณ จะช่วยทำให้สิ่งต่างๆ ที่มันผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ มันเป็น “รอยเท้าของชีวิต” และมันจะเป็นรอยเท้าที่อยู่ในนานแสนนาน หากคุณสามารถ นำสิ่งเหล่านั้นลงไปสู่ในโลกของดิจิตอล เช่นในเว็บไซต์หรือ Blog

คิดดู ต่อจากนี้ไปอีก 100 ปี สิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณได้เคยปฏิบัติ มันจะคงอยู่ยาวไปต่อ ตราบใดที่โลกนี้ยังมีการไฟฟ้า และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต “รอยเท้าของคุณก็จะปรากฏอยู่ในโลกใบนี้”

การสร้างรอยเท้า มีหลายรูปแบบ เมื่อคุณยังเป็นเด็กไม่มีประสบการณ์เท่าไร รอยเท้าของคุณก็จะยังเป็นรอยเท้าที่ไม่ลึก ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนมากนัก แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ประสบกาณณ์ของคุณก็จะเริ่มเพิ่มพูนมากขึ้น เปรียบเหมือนน้ำหนักแห่งประสบกาณ์ของคุณก็เริ่มมากขึ้น รอยเท้าของคุณก็เริ่มฝั่งลึกบนลง ผืนแผ่นดินดิจิตอลมากขึ้นด้วยเช่นกัน และรอยเท้าที่ประทับลงไป มันจะเป็นเรื่องราว ที่บอกเล่า และสอน ประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ให้กับคนในครอบครัวคุณ คนรอบข้างคุณ หรือคนที่อยู่บนโลกนี้

“มนุษย์เรา เรียนรู้และเติบโตจากประสบการณ์”

ลองมองตัวเองไปอีก 20-30 ปีข้างหน้า คุณจะยังจำเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตได้อีกไหม หากคุณไม่มีรอยเท้าของคุณ? “ลองมาเริ่มสร้างรอยเท้าของชีวิตของคุณเอง ที่ใช้น้ำหนักของประสบการณ์ชีวิตของคุณ องค์ความรู้ของคุณ ย้ำลงไปบนผืนดินแห่งดิจิตอล กดให้มันลึกลงไป เพื่อเป็น ร่องรอยของชีวิตหนึ่ง ที่เกิดมาบนโลกนี้” เช่นเดียวกัน สิ่งที่คุณอ่านอยู่ตอนนี้ เป็นรอยเท้ารอยหนึ่งของผม มันอาจจะถึงเวลาของคุณแล้วละ ที่คุณจะลอง “หันมาสร้างรอยเท้าของตัวเอง ไม่ได้เพื่อตัวคุณเอง แต่เพื่อโลกใบนี้.!”


ปล. ยังงงตัวเองว่าเขียนบทความนี้ ออกมาได้ยังไง นึกออกตอนอาบน้ำอยู่ ต้องรีบออกมาเขียนไว้ก่อนจะลืมมันไป

Written by pawoot

2010/07/24 at 3:42 PM

ร่วมมือกับ Kbank SME

leave a comment »

วันที่ 20/7/10 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาส ร่วมกับทาง ธนาคารกสิกรไทย ในงานแถลงข่าวความร่วมมือในการเปิดให้บริการ K-SME Premium Mall ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ธ.กสิกรไทยกับ TARAD.com ในการเปิดช๊อปปิ้งมอลล์แห่งใหม่กับ K-SME ซึ่งนับว่ามีโอกาสดีมากๆ ได้เจอกับพี่ปกรณ์ รองกรรมการผู้จัดการจาก Kbank ถือว่าเป็นความร่วมมือที่ดีมากๆ และเป็นอีกก้าวหนึ่ง “ของแผนการปฏิวัติ E-Commerce ของไทย” ซึ่งเราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ของแถม ช่วงนี้ Premium Mall จัดโปรโมชั่นกันทุกอาทิตย์ ลดแหลกแจกซะบั้น มีตัวอย่างของ user บางคนเริ่มติดใจในบริการของเราแล้วครับ

 

 

คำขอบคุณของลูกค้า

leave a comment »

หลังจากเปิดให้บริการ Shopping Mall รูปแบบใหม่  http://Premium.TARAD.com ไป ก็มีทั้งเสียง ติ-ชมเข้ามา คำติ เราขอรับนำมาปรับปรุงให้มันดีขึ้น และคำชม ขอนำมาเป็นน้ำหล่อลื่นให้กำลัง ทีมงานทุกๆ คนครับ ผมมั่นใจว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว กับแผนการ “ปฏิวัติ E-Commerce ประเทศไทย” ฟังดูทำได้ยาก แต่ถ้าเราตั้งใจ และเชื่อมั่น เราก็จะสามารถทำมันได้

Written by pawoot

2010/07/23 at 5:15 PM

เดินทางไกลเพื่อสอน…

with 2 comments

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17/7/10) ได้มีโอกาสไปสอนที่ ม.สุรนารี (โคราช) ซึ่งเป็นประจำที่ผมต้องไปสอนวิชา e-Business อยู่แล้วทุกๆ ปีโดยคำเชิญของ อ.อ๋วน กับ อ.ธรรมศักดิ์ ผมว่าผมสอนทึ่นี่มา 6-7 ปีติดต่อกันแล้วน่ะ แต่สิ่งที่ท้าทายผมมากๆ คือผมต้องสอนคลาสตอน 9 โมงเช้าครับ และผมก็ต้องขับรถเองจาก กรุงเทพไปที่ โคราช เพื่อไปสอน 3 ชั่วโมงเสร็จ ก็ขับกลับรวมเวลาขับรถไป-กลับก็ 6 ชั่วโมง เหนื่อยใช่เล่น เดียวนี้ ผมต้องขอให้อาจารย์เลือกวันสอนเป็นวันเสาร์แทน เพราะจะได้ไม่ไปชนกับวันทำงานของผม เพราะหากไปสอนที่โคราช นั้นหมายถึง ผมต้องใช้เวลาทั้งวันเลยทีเดียว….


IMG_20100717_100820
รรยกาศในห้องเรียนที่สอนที่ ม.สุรนารี

หลังจากที่ต้องขับรถเอง โดยต้องตื่นอย่างน้อยตี 5 เพื่อขับรถออกเดินทางจากกรุงเทพ ไปโคราช ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงโดยประมาณ ไอ้ขาไปไม่เท่าไรครับ แต่ไอ้ขากลับนี้สิ ท้าทายมาก ยืนสอนและพูดตลอด 3 ชั่วโมง ถือว่าเป็นการใช้พลังงานที่เยอะมาก บวกกับนอนน้อย บ่อยครั้งที่ ขับรถขากลับ ผมต้องจอดแวะแอบหลับอยู่ข้างทางประจำ

ต้องยอมรับว่าผมก็ยังคงสนุกกับการสอนน้องๆ อยู่ดี ถึงแม้มันจะดูลำบากกับผมก็ตาม เพราะผมเชื่อว่า “การให้ความรู้กับคน และคนเหล่านั้นนำความรู้และประสบการณ์ที่ผมถ่ายทอดนำไปต่อยอดได้ นั้นหมายถึงเราสามารถช่วยพัฒนาสังคมและประเทศเราได้อีกทางหนึ่ง….” ประเทศไทยยังต้องความรู้อีกมากครับ ดังนั้นการมีโอกาสได้แบ่งปันความรู้ นี้คือโอกาสดีที่จะได้ช่วยเหลือสังคมและประเทศของเราครับ

วันก่อนโชคดีมาก น้องที่ office แนะนำว่า ทำไมพี่ไม่เช่ารถตู้ให้คนขับไปให้ละ..จริงๆ ต้องบอกก่อนว่าปกติผมไม่ชอบการมีคนขับรถเท่าไร เพราะมันผมเป็นคนขี้เกรงใจคน และชอบอยู่ส่วนตัวมากกว่า ไม่ชอบให้มีคนอื่นๆ อยู่ด้วยในเวลาส่วนตัว แต่พอคิดไปคิดมา ก็ชักอยากลองเหมือนกัน เพราะมานั่งขับรถเองไกลๆ เหนื่อยก็เหนื่อย และเวลามีคนขับให้ เราก็มีเวลาพักผ่อน และสามารถทำงานได้ในรถขณะเดินทาง ถือว่าน่าสนใจมากๆ น้องๆเค้าก็แนะนำบริการของ Thai Rent a Car มาให้ ซึ่งเอ็มโทรไปคุย ตอนแรกนึกว่าราคาจะแพงมาก ปรากฏว่า ราคาไม่เท่าไรเลย กับรถตู้พร้อมคนขับ เพราะเห็นโฆษณาในทีวีนึกว่าจะแพง

IMG01071-20100718-1818
ถตู้ที่เช่าจาก Thai Rent a Car ป้ายแดงด้วย

หลังจากที่ได้ลองใช้บริการรถเช่า ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับว่า “ติดใจ” เพราะด้วยเหตุผลหลายอย่าง

  • สบายมากๆ ไม่ต้องขับเอง (แน่นอนอยู่แล้วข้อนี้)
  • คนขับรถที่ส่งมา ถือว่า โปรเฟสชั่นนอลมากๆ ขับรถนิ่มมาก มีการอบรมมาอย่างดี (นี้แหละคือความได้เปรียบของการใช้บริการของบริษัทที่ชำนาญด้านนี้โดยตรง)
  • รถใหม่ (ป้ายแดง) และก็สะอาดมากๆ
  • หลับสบายไรกังวล ทำงานได้ในขณะเคลื่อนที่
  • ไม่ต้องมานั่งจอดรถ ถึงปุ๊ปลงปับ ถือเวลาก็โทรให้มารับ ง่ายดีแหะ…
  • มีเวลาเล่นกันลูกในระหว่างเดินทาง
ไม่ต้องลังเลเลยว่า การเดินทางไกลๆ ผมจะไม่ขับรถเองอีกแล้ว เช่ารถเอาดีกว่า ฮ่าๆ สะดวก ประหยัด คุ้มค่ากว่าเห็นๆ ถือว่าเป็นแนวความคิดใหม่ของผมอีกวันเลยทีเดียวสำหรับเรื่องนี้

‎”มันไม่สำคัญว่าใครจะคิดอย่างไร มันสำคัญที่เราคิดอย่างไรมากกว่า”

with one comment

วันนี้ได้คุยกับอาเจ็กเล็ก เหมือนเดิมครับ คุยกับแกทีไร ผมมักจะได้ไอเดีย หรือมุมมองดีๆ ในชีวิตอยู่เสมอครับ วันนี้แกพูดขึ้นมาคำนึงครับว่า

‎”มันไม่สำคัญว่าใครจะคิดอย่างไร มันสำคัญที่เราคิดอย่างไรมากกว่า”

ซึ่งผมก็คิดตามน่ะ เราคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรใครได้ เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองของตน แต่สิ่งที่สำคัญคือ “ตัวเราเอง” ว่าเราจะสร้างมุมมองของเราต่อสิ่งรอบๆ ตัวเราให้ดีอย่างไร….

Written by pawoot

2010/07/11 at 11:17 PM

ความเป็นมาของ TARAD ในงาน TARAD Award 2010

leave a comment »

ความเป็นมาของ TARAD ในงาน TARAD Award 2010 ลองมาดูกัน

Written by pawoot

2010/07/06 at 1:28 AM

%d bloggers like this: