Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Archive for April 2014

มาทำสีผมกันเถ๊อะ จากเด็กแว้น

leave a comment »

ปกติผมสีผมอยู่บ่อยๆ เมื่อคืนนึกครึ้มอกครึ้มใจ เอาครีมเปลี่ยนสีผมที่ซื่อไว้มาทำซะตอนดึกๆ ผมซื้อแบบไม่มีแอมโมเนีย

ระหว่างที่ทำไปก็นั่งเกมส์ XCOM ล่าเอเลี่ยนไปด้วย ผมเป็นคนผมสีดำมาก ทำแต่ละครั้งสีไม่ค่อยเห็นเท่าไร ครั้งนี้ก็เลยปล่อยทิ้งไว้นานๆ แล้วเอาไดร์เป่าผมเป่าให้ร้อน สีจะได้ชัด (มีคนเคยบอก) ผลปรากฏว่าสีผมออกมา

แม่ง….. นึกว่าเด็กแว้น…. สีมันช่าง

ช่างมันเหอะ มันออกมาแบบนี้แล้ว แปลกไปอีกแบบ ฮ่าๆๆ

image

 

Read the rest of this entry »

ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ยกปี 2557 เป็นปีทองแห่ง M-Commerce

leave a comment »


774d94876bbf41014288a3941d14cd88-0

ในภาพ: นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ราคูเท็น ตลาดดอทคอมชูนิ้วฉลองกระแส e-commerce และ m-commerce ที่กำลังมาแรงต้อนรับอ๊อฟฟิศใหม่ของราคูเท็น ตลาดดอทคอม

ร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ ราคูเท็น ตลาดดอทคอม เว็บไซต์ที่ให้บริการด้าน E-Commerce ชั้นนำของไทย ได้เฮแน่ในปี 2557 นี้ ผลจากการเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ของ M-Commerce ในไทย

ราคูเท็น ตลาดดอทคอมเป็นในเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนมือถือได้อย่างคล่องตัว เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ยอดการเข้าชมผ่านมือถือมากถึง 53%จากยอดการเข้าชมเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือน มกราคมถึงเดือน มีนาคมปี พ.ศ.2557 ที่ผ่านมา โดยหัวใจหลักของการเติบโตอยู่ที่ การมุ่งเน้นโปรโมทแคมเปญต่างๆ และหมั่นศึกษาพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคอยู่เสมอ ทำให้ยอดขายโตพุ่งขึ้นถึง 80% นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ราคูเท็น ตลาดดอทคอมเปิดเผย

“ในขณะที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่อยู่ติดตัวผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น หากผู้คนต้องการที่จะหาข้อมูลของสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ แน่นอนเขามักจะใช้สมาร์ทโฟนของเขาในการค้นหา ที่ราคูเท็น ตลาดดอทคอม เราสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้นด้วยการช่วยให้นักช้อปสามารถทำการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ค้นหาและเลือกช้อปสินค้าโดนใจได้ทุกที่ ทำให้การช้อปปิ้งเป็นเรื่องที่แสนจะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การช้อปปิ้งผ่านสมาร์ทโฟนยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับร้านค้ามากยิ่งขึ้น จากการที่เราได้ทำการสร้างสรรค์โปรโมชั่นใหม่ๆซึ่งได้ช่วยผลักดันให้ร้านค้าเติบโตจนยอดช้อปผ่านสมาร์ทโฟนทะลุเป้ากันไปหลายราย” คุณภาวุธเสริม

ในขณะที่ความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งของ M-Commerce เป็นที่ถูกอกถูกใจของขาช้อปในชีวิตที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลาแบบในปัจจุบัน ดังนั้นความปลอดภัยในการชำระเงินย่อมเป็นสิ่งที่นักช้อปทั้งหลายล้วนตระหนักถึง ราคูเท็น ตลาดดอทคอม จึงมอบช่องทางที่แสนปลอดภัยในการชำระเงินให้กับลูกค้า อันจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมผ่านมือถือของนักช้อปได้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีช่องทางการชำระเงินเพิ่มเติมผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต หรือ ชำระผ่านธนาคาร หรือจะเป็นผ่านทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่มีให้บริการมากกว่า 7,000 จุดทั่วประเทศ

“M-Commerce กลายเป็นกระแสเติบโตอย่างมากในปี พ.ศ.2557 นี้ โดยคนส่วนใหญ่มักจะจัดสรรตารางการช้อปปิ้งของเขาสอดคล้องกับเวลาว่างจากการทำงาน ส่วนร้านค้าปลีกที่สามารถตอบสนองความต้องการในการช้อป และโทรศัพท์มือถือก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สนับสนุนการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ง่ายดายยิ่งขึ้น โมบายแพลตฟอร์มของราคูเท็น ตลาดดอทคอม เป็นหนึ่งในช่องทางที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าอย่างสูงสุด พร้อมไปกับความคิดริเริ่มในการทำการตลาดของเราที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า และคอยให้สนับสนุนให้คำปรึกษาทางด้านอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ร้านค้าออนไลน์ เพื่อให้ร้านค้าบน ราคูเท็น ตลาดดอทคอม มีรากฐานที่มั่นคงและก้าวไปสู่ความสำเร็จทางการค้าได้อย่างสวยงาม” คุณภาวุธ กล่าว

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งเน้นในการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ร้านค้าอย่างต่อเนื่อง ราคูเท็นตลาดดอทคอมจึงได้มีการจัดสัมมนาขึ้นทุกๆเดือน เพื่อส่งเสริมการค้าผ่านทาง E-Commerce และ M-Commerce สำหรับการสัมมนาครั้งต่อไป จะมุ่งเน้นไปที่การทำการตลาดผ่านทาง Facebook และ Instagram โดยจะจัดขึ้นใน วันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2557และ 30เมษายน พ.ศ.2557ตามลำดับ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ http://www.tarad.com/seminar

กรุงเทพฯ–23 เม.ย.–สปาร์คคอมมิวนิเคชั่นส์

Written by pawoot

2014/04/25 at 1:09 AM

จดหมายหาน้องคนนึงที่กำลังจะออกไปทำงานที่อื่น

with one comment

วันนี้ผมส่งจดหมายหาน้องคนนึงที่กำลังจะออกไปทำงานที่อื่นๆ ชอบเลยขอนำมาโน็ตเก็บเอาไว้ครับ นานๆ ผมจะได้มีโอกาสหาน้องที่ออกไปเท่าไรครับ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บอย

ขอบคุณมากที่ได้มาทำงานให้กับ TARAD ได้เติบโตและเดินไปข้างหน้า และขอขอบคุณแทนร้านค้า ที่บอยได้ออกแบบและสร้างโอกาสให้เค้าสามารถ เพิ่มช่องทางการขาย เพิ่มรายได้ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศไทย
งานที่เราทำอยู่ในปัจจุบัน มันกำลังค่อยๆ เปลี่ยนประเทศไทย ให้เติบโตไปข้างหน้ามากขึ้นครับ.! มองให้เห็น แล้วเราจะเข้าใจ ภูมิใจ และเห็นความสำคัญว่าเราทำงานหนักไปเพื่ออะไร นอกเหนือจากตัวเอง
ปล.​เอ็งไม่ได้ไปคนเดียวนะ เหมือนวิญญานจากตึกเก่าจะตามเอ็งไปด้วยนะ เค้าบอกว่าประทับใจเอ็งมาก ยินดีด้วยนะ  อิอิ

Written by pawoot

2014/04/24 at 9:13 AM

ไปออกรายการ Talk Asan กับการตลาดและการค้าออนไลน์​เราจะทำยังไง ถึงขยายไป ต่างประเทศได้ SME ควรดู

leave a comment »

ได้มีโอกาสไปออกรายการ Talk Asan กับการตลาดและการค้าออนไลน์​เราจะทำยังไง ถึงขยายไป ต่างประเทศได้ SME ควรดู

Written by pawoot

2014/04/14 at 2:26 AM

บันทึกลูก 2014

with one comment

ตอนนี้เป็ป อายุ 5 ขวบแล้ว

  • เป็ปสูง 108 CM สูงได้มาตรฐาน หนัก 19.1 Kg
  • ซนเป็นลิงสุดๆ เรียกว่ารั้นและพูดไม่ฟังดีกว่า หากต้องการจะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ ยีงคงชอบแอร์อยู่ มาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ หรือเรียกได้ว่าตั้งแต่รู้เรื่องก็ชอบแอร์แล้ว
  • ช่วงนี้ชอบแงะของที่บ้าน พังไปเยอะมาก พัดลม ของนู้นๆ โดนเป็ปแกะเละหมด พังสถานเดียว ขีดเขียนบ้านจนเป็นรอยไปหมด
  • ช่วงนี้เป็ปไอมาก ไอแบบแห้งๆ เหมือนมีอะไรติดคอ หาหมอหลายทีก็ไม่หาย

 

น้องป้อนอายุ 3 ขวบ

  • ป้อนสูง 95 CM สูงกว่ามาตรฐาน น้ำหนักจำของน้องป้อนไม่ทัน
  • เข้าโรงเรียนไปปลายปีก่อน เตรียมอนุยาลที่ ธรรมาภิรักษ์ แถวปิ่นเกล้า ที่เดียวกับพี่เป็ป ยิ่งป้อนน่ารัก ชอบสีชมพู ตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยสีชมพู แพ้พี่เป็ปตลอด โดนพี่ตี ตบ ถีบ อยู่เนือยๆ พี่เป็ปชอบแย่งของน้องป้อนประจำ ตอนนี่ชอบแต่งหน้า เจอเพลงก็จะเต้น และฮัมตามประจำ

 

ทั่วไป

  • เด็กสองคนนี้ชองเล่นเยอะมาก ออกไปไหนทีไร มีของเล่นใหม่ทุกที
  • เดือนเมษาพาลูกๆ ไปสิงค์โปร์พร้อมป้านง เด็กๆ สนุกมากๆ แต่ผู้ใหญ่เหนื่อยมาก โดยเฉพาะลิงเป็ป โยเย ดื้อ ไม่ฟัง แย่งของน้องหน้าตาเฉย ฮ่าๆๆ ทริปนี่รถเข็นเด็กที่คืดว่าไม่ได้ใช้ มีประโยชน์มากในการเดินเยอะๆ เราไปกันหลายที่มาก เช่น Universal, Singapore Flyer, Science Center, Snow City
  • เดือน พฤษภาคม ลุงกิต (ไอ้กิตเพื่อนผมที่ ม. รังสิต) ซื้อไขขวงไฟฟ้าให้เป็ป ในงานสถาปนิก 2014 เป็ปชอบมาก กลับมา เอามาแงะพัดลมที่บ้านเป็นชิ้นๆ ผมโดนเอ็มว่า เลยต้องมาช่วยกันต่อกับเป็ป
  • ที่งานสถาปนิก เป็ปเดินเข้าบูทแอร์ไดกิ้น แล้วไปสร้างครามประทับใจให้กับพนักงาน โดยบอกได้หมดว่าแอร์อันไหนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ จนเค้าชวนไปดูที่สำนักงานใหญ่ เป็ปชอบมากๆ
  • เราไปเชียงใหม่กันทั้งครอบครัว กันเอง ไปพักที่ de farm ของพี่นุก หัวหน้าเอ็ม แถวแม่ริม เด็กๆ ชอบมากเช่นกัน วันก่อนกลับเราเจอแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ จากเชียงราย แรง 6 แมกนิจูดเลยทีเดียว ไปครั้งนี้เป็ปปวดฟัน เลยแวะหาหมอที่เชียงใหม่ หมอสันนษลบานว่าเป็ปรากฟันอาจตายได้ จากการล้มตั้งแต่เด็กๆ เราพาเด็กๆ ไป night safari เด็กๆ ชอบมาก ให้อาหารกวางและสัตว์

 

——- เขียนบนเครื่อง ตอนไปจาการ์ต้า อินโดนิเซีย 12 Nov 2014 ———–

เป็ป 5 ขวบ

  • คุยรู้เรื่องมากขึ้น ดื้อน้อยลง แต่ยังคงอารมณ์ศิลปินอยู่ ติดป้านงมากๆ วันก่อนเราจะไปพัทยา น้องป้อนอยากไปทะเล แต่อยู่ๆ ก่อนไป ก็บอกว่าไม่อยากไปหากป้านงไม่ไป เลยต้องหลอกล่อกันอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ผล เลยต้องใช้วิธีอุ้มไปเลย ซึ่งเป็ปก็แหกปากร้องให้กระจาย จนตนเองหาวิธีการเปลี่ยนเรื่อง เบี่ยงเบนความสนใจ พอดีขับผ่านบ้านเก่าตรงตลิ่งชั่น และแวะเข้าไปดู เค้ากำลังตกแต่งบ้านใหม่ให้โอ้พอดี พอไปถึงเลยบอกให้แวะไปลงไปดูแอร์ และการก่อสร้าง เป็นวิ่งเข้าไปดูของ แลการสร้างในบ้าน รวมถึงแอร์ และหยุดร้องไห้ คุยเรื่องแอร์และของในบ้านเฉิบๆ เหมือนว่าเมื่อกี้ไม่ได้ร้องให้มาเลย
  • เป็ปเป็นเด็กที่อยากได้อะไรก็จะร้องเอาให้ได้ บางครั้งก็พูดรู้เรื่อง แต่บางครั้งเราก็ไม่ยอม ก็ปล่อยให้ร้องให้ไป (พยายามเบี่ยงเบนความสนใจแล้ว) เค้าก็จะร้องไห้ และพูดวนอยู่อย้างนั้น เช่น อยากให้ป้านงมาด้วย ก็จะพูดวนแบบนั้นไปเรื่อยๆ บางทีพูดวนๆ แบบนั้นเป็นชั่วโมงๆ เลยก็มี (เพราะไม่อยากตามใจ จนเกินไป)
  • เป็ปมีเพื่อนสาวที่เป็ปชอบมากๆ ชื่อน้องเอย่า อยู่ห้องเดียวกัน เป็ปบอกว่าเป็ปมีเพื่อนคนเดียวคือเอย่า และเค้าคือแฟนเป็ป แต่มีวันนึง ผมมีโอกาสไปเจอเอย่า เลยให้เป็ปถามเอย่าว่าเป็นแฟนเป็ป หรืแเปล่า เอย่าบอกว่าไม่ใช่ สงสารเป็ปมากๆ เพราะเป็ป เป็นเด็กที่ชอบอะไรแล้วจะชอบสิ่งๆ นั้นเลย และจะอยู่กับสิ่งๆ นั้น เปลี่ยนใจได้ยากมาก อย่าเช่นการชอบแอร์ ตั้งแต่เด็ก และชอบเอย่า (นิสัยของคนที่มีลายผิวลักษณะของ “นกกระจองเทศ”)
  • ช่วงนี้เป็ปชอบลงไปนอนกับป้านง ไม่ค่อยนอนกับเราเท่าไร แต่ในวันหยุดก็จะขึ้นมานอนด้วยกัน
  • ผมเริ่มให้ลูกเล่น ipad โดยมอญ ipad mini ของผมให้เค้าไป เพราะเห็นว่าใน ipad มีแอพดีๆ มากมายๆ ที่จะมาช่วยเสริมจินตนาการเค้าให้ดีมากขึ้น เพื่อที่จะลดเวลาการดูการตูนในทีวีลง (ตอนเด็กๆ เป็ปชอบ Cartoon Netwotk มากเล่น การ์ตูน Oggy มาก แล้วมาต่อด้วย Tom & Jerry, The Adventure (Jake & Finn) ผมก็ชอบเรื่องนี้ และการตูนที่ครอบครัวปลากับกระต่าย (จำชื่อไม่ได้)
  • ปลายปีเป็ปชอบดูช่อง Nickalodian แล้ว เช่น Spong Bob อย่างมาก พอเวลาดูอะไร น้องป้อนก็จะดูตาม

ป้อน 3 ขวบ

  • น้องป้อนผมเริ่มยาวแล้ว เริ่มพูดจารู้เรื่อง น้องป้อนต่างจากเป็ปคือ เป็นเด็กที่เรียนรู้เร็วมากๆ เพียง 3 ขวบสามารถโต้ตอบภาษาอังกฤษสั้นๆ กับคุณแม่ได้ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้สอนเค้าเยอะเหมือนตอนสอนเป็ป พูดจาน่ารัก ขี้อ้อน แต่ แต่… พอจะบทไม่รู้เรื่องนี้ น้องป้อนไม่สนใจเหตุผลอะไรทั้งนั้น ซึ่งต่างจากเป็ป ที่พูดจาเข้าใจเหตุผลมากกว่า
  • น้องป้อนนอนขี้เซา นอนกับเราเสมอ ตรงกลาง และชอบตีลังกาไปมา ถีบหน้าผมประจำเวลานอนตอนดึก ไม่ห่มผ้า (เป็นทั้งเป็ป) ผมต้องมาห่มให้กลางดึกเป็นประจำ และตื่นยากมากๆ จะมีลีลา ไม่ยอมอาบน้ำ กลิ้งไป กลิ้งมา เราต้องหาเหตุผล และกลเม็ดต่างๆ มากมายที่จะเอาเธอขึ้นมาอาบน้ำให้ได้ ช่วงนี้ผมอาบน้ำให้น้องป้อน ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนบ่อยๆ (เป็ปเริ่มอาบน้ำเองได้แล้ว แต่แปรงฟันเร็วมาก)
  • น้องป้อมเริ่มมีความชอบรองเท้า อย่างมากในช่วงนี้ วันก่อนผมไปพัทยา ร้องให้ผมพาไปซื้อรองเท้าให้ (เด็ก 3 ขวบเองนะ) จนตอนนี้ป้อนมีรองเท้า (โดยเฉพาะสีชมพู) เป็นสิบคู่แล้ว มีความเป็นหญิงมากๆ
  • น้องป้อนกลัวพี่เป็ปมาก เวลาป้อนเล่นของพี่เป็ปอะไรอยู่ เวลาพี่เป็ปพูด หรือตวาดว่า “อันนี้ของเค้า” น้องป้อนจะตกใจ และโยนของชิ้นนั้นทิ้งไปในทันที (แน่สิพี่เป็ป แรงเยอะขนาดนั้น) เมื่อวาน (Nov 21, 2014) พี่เป็ปจูงมือน้องป้อนๆ ดีใจมากๆ รีบบอกพี่นงทันทีว่า “พี่เป็ปจูงมือหนูด้วย” ด้วยนำ้เสียงดีใจ
  • และช่วงนี้เด็กๆ สองคนเริ่มเล่นด้วยกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว เค้าก็เล่นสร้างบ้านกัน เล่นนู้นๆ นี่กันมากกว่าแต่ก่อน และหากมีเวลาว่าง ผมก็จะพาเด็กไปหา น้องคาร์ปูชินโน่ เด็กน้อยเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน เพราะเค้าจะได้ไปเจอเด็กคนอื่นบ้าง บ้านเค้ามีของเล่นหลากหลายเช่นกัน
  • ปีนี้เป็นปีแรกที่เราเริ่มมีการจัดลอยกระทงในหมู่บ้าน เด็กๆ ชอบมาก โดยเฉพาะน้องป้อน เพราะเฝ้ารอเวลา วันลอยกระทงล่วงหน้าหลายวันเลยทีเดียว เราเลยใช้เป็นข้อต่อรอง หรือโน้มน้าวน้องป้อนประจำ ว่าหากทำแล้วจะพาไปลอยกระทง ซึ่งได้ผลอย่างมาก (พอหมดเทศกาลลอยกระทงต้องหาเหตุผลอื่นแทน)
  • พี่เป็ปเป็นตัวอย่างของน้องป้อน พี่เป็ปทำอะไร น้องป้อนก็จะทำตามเหมือนกัน น้องป้อนรักพี่เป็ปมาก พูดว่ารักพี่เป็ปบ่อยๆ แต่พี่เป็ปมักไม่ค่อยพูดว่ารักน้องเท่าไร ออกจะชอบแกล้งน้องด้วย แต่ลึกๆ เป็ปรักน้องป้อน มีหลายๆ moment ที่พี่น้องคู่นี้มีอะไรน่ารักๆ ด้วยกัน เดช่นเล่นกัน จูงมือกัน ซื้อของให้กัน

 

ครอบครัว

ปีนี้เป็นปีแรกที่ผมเริ่มเรียน ปริญญาเอก ที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย คณะดุษฏีบัญทิตด้าน นวัตกรรม (CUTIP) รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 8 ซึ่งปีแรกมันต้องมีวิชาที่ต้องลงเรียน ทำให้ผมแทบไม่มีเวลาว่างเลยในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จากเดิมที่เมื่อก่อน เรามักจะมีกิจกรรมครอบครัว ออกไปข้างนอก (ไปเล่นม้าหมุน และอุปกรณ์หยอดเหรียญที่ Tesco ปิ่นเกล้า หรือ ไปเซนทรัลบัญทิตน้อย ส่วนใหญ่เอ็มจะพาไป) หรือไปต่างจังหวัด ส่วนใหญ่หัวหินคือสถานที่เราชอบไปกัน เพราะมีคอนโดอยู่ที่นั้น ทำให้ในปีนี้หลังจากผมเรียน เราแทบไม่มีเวลาไปไหนกันเลย ซึ่งผมเองหากมีเวลาว่างในบางช่วง ผมก็จะพยายามหาเวลาพาครอบครัวไปเที่ยวกัน

Written by pawoot

2014/04/13 at 9:38 PM

มาทำเลสิคกันเถอะ (Let’s do Lasik)

leave a comment »

ผมเป็นคนใส่แว่นตั้งแต่ตอน ม. 3 (ตอนนั้นซัก อายุซัก 14-15 ได้มั้ง) ตอนเด็กมีความรู้สึกว่า อยากใส่แว่นมากๆ เพราะรู้สึกว่า ใส่แว่นแล้ว “เทห์” ไม่เหมือนใคร และที่สำคัญคือ ที่บ้านผม (ในตระกูลคุณอาเจ็กผมทั้งหลาย ใส่แว่นกันเกือบหมดทั้งบ้าน) ทำให้ผมใส่แว่นมาเกือบ 20 ปี (เริ่มทำตอนปี 2010) โดยไปเห็นตาป้อม Siwat ไปทำแล้ว รู้สึกว่ามันสะดวก สบายดีจริงๆ เพราะทำกิจกรรมต่างๆ ได้สะดวกเช่นว่ายน้ำ ทำนู้นๆ นี่ๆ นั้นๆ ไม่ต้องมีแว่นมาให้วุ่นวาย

ผมปรึกษา ป้อม ศิวัตร แล้วพบว่าใครใช้บริการที่ TRSC ศูนย์ทำเลสิค ซึ่งแน่นอน นายคนนี้ก่อนจะทำ เค้าทำ Research มาเยอะมากๆ ทำให้ผมตัดสินใจได้ทันที เมื่อนายคนนี้เลือกทำที่นี่ โดยเฉพาะ “ตา” คือสิ่งสำคัญ ดังนั้นจะเลือกใครทำอะไร ผมต้องเลือกที่ดีที่สุด อย่าไปเสียดายกับอวัยวะที่สำคัญที่สุดของเราเลยครับ

โดยผมได้เข้ารับการรักษาสายตาผิดปกติด้วยวิธี Ultimate LASIK กับ นพ.เอกเทศ ชันซื่อ (คนนี้ดังมาก) เข้ารับการตรวจวิเคราะห์สภาพตา เมื่อวันที่ 12/2/2010 และเริ่มเข้ารับการผ่าตัด เมื่อวันที่ 4/3/2010 เมื่อก่อนผมมีปัญหาสายตาก่อนเข้ารับการักษา ตาขวา สั้น 2.00 เอียง 0.50 ตาซ้าย สั้น 2.00 เอียง 0.25 ความสามารถในการมองเห็น 20/100

แต่หลังจากทำไปแล้วหลายปี ค่าสายตาการตรวจครั้งล่าสุด ตาขวา สั้น 0.25 เอียง 0.25 – ตาซ้าย สั้น 0.25 เอียง 0.25 และความสามารถในการมองเห็น 20/20

ขั้นตอนการทำเลสิค

1. ต้องไปตรวจตาก่อนว่ามีความพร้อม และสามารถทำได้หรือเปล่า

ไม่ใช่ว่าทุกคนที่อยากทำเลสิค แล้วจะทำได้นะครับ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพดวงตาด้วย ดังนั้นทาง TRSC จึงให้ผมเข้าไปตรวจวิเคราะห์สภาพตาก่อน โดยวันนั้นต้องไปนอนแล้วหยอดยาขยายม่านตา แล้วให้แพทย์ทำการตรวจสอบสภาพตาก่อน ส่วนใหญ่ผมว่าน่าจะทำกันได้ ยกเว้นกรณีที่ตาของบางคนอาจจมีกรณี กระจกตาบางเกินไป หรือกรณีอื่นๆ ซึ่งอาจจะทำได้ หรือไม่ได้ ต้องลองปรึกษาหมอดูนะครับ

2. หลังจากตรวจตาแล้ว หากคุณมีความพร้อมและสามารถทำเลสิคได้ คุณก็จะสามารถเริ่มต้นได้ทันที โดยนัดกับทางคุณหมอ แล้วพอถึงเวลานัด ก็มาตามนัด แต่ไม่ต้องขับรถมานะครับ เพราะหลังจากทำ ตาของคุณจะไม่สามารถสู้แสงได้ และต้องปิดตาเอาไว้ 1 คืน ทางที่ดี พาคนมาด้วย หรือจะนั่ง Taxi กลับเอาก็ดีเหมือนกันครับ

3. ตอนวันมาทำ ต้องบอกเลยครับ มันช่างรวดเร็วจริงๆ ซึ่งจริงๆ แล้วการทำคือช่วงเวลาที่เครื่องทำการปฏิบัติการกับตาเรา ซึ่งเอาจริงๆ ใช้เวลา 1-2 นาทีเท่านั้นเอง แต่วันนั้นก็จะมีการเตรียมตัวก่อนล่วงหน้าซักนิดนึงครับ

4. หลังจากทำเสร็จแล้ว ก็จะมีการปิดตา และนอนพัก 1 คืน ตื่นเช้ามา คุณก็จะได้ดวงตาใหม่ ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนได้ทันที

สรุปข้อดีของการทำเลสิค

  1. ไม่ต้องใช้แว่นตาอีกต่อไป ทำให้การทำกิจกรรม การออกกำลังกาย การขับรถ สะดวกมากๆ
  2. ใส่แว่นตาดำได้หลากรูปแบบ จากเดิมแทบจะใส่ไม่ได้เลย เพราะต้องเอาแว่นสายตาไปทำสีก่อน ทั้งมีตัวเลือกน้อยและเปลืองด้วย ใส่แว่นดำก็ไม่หลากหลาย
  3. เดินเหิรสบาย ไม่ต้องมากังวลอะไร บอกลาแว่นตาได้เลยครับ
  4. ปลอดภัยมากๆ ไม่มี side effect เลยสำหรับกรณีผม บางคนอาจจะเคยได้ยินคนบอกว่า เห็นเบลอ เห็นไม่ชัดหลังทำ ต้องบอกเลยครับ ว่าตอนนี้เทคโนโลยีการทำมันพัฒนาไปมากครับ ผมทำแล้วปกติมากๆ ไปตรวจตามาหลายปี สุขภาพตาดีจริงๆ เห็นชัดเจนมากๆ

คำแนะนำ

  • สำหรับคนที่สนใจ และอยากทำ ส่วนตัวผมใช้บริการของ TRSC (http://www.lasikthai.com) มา แล้วประทับใจมากๆ บริการดีเวอร์ๆ  พนักงานเค้าใส่ใจทุกขั้นตอนการให้บริการ ผมขอแนะนำเลยครับ ดังนั้นหากคุณถามว่า “ทำเลสิคที่ไหนดี? ผมขอตอบเลยครับว่าที่นี่”
  • และหากสนใจลองโทรไปคุยกับเค้าแล้วบอกเค้าว่า “คุณภาวุธ จาก TARAD.com แนะนำมา คุณจะได้รับส่วนลดพิเศษด้วยนะครับ” (หากไม่ได้ยังไง ส่งมาแจ้งผมได้นะ ทาง Facebook ผมจะไปตามให้)

สำหรับผม การทำเลสิค คือการให้ของขวัญตัวเอง ที่คุ้มค่ามากที่สุดตั้งแต่เคยให้มา เพราะมันคุ้มค่า และดีกับชีวิตของผมจริงๆครับ

Written by pawoot

2014/04/13 at 10:47 AM

ไปพูดงาน Retail World Asia ที่สิงค์โปร์

with one comment

ช่วงนี้ผมเดินทางไปเป็นวิทยากร ต่างประเทศบ่อยมาก จนผมว่ามันเยอะเกินไปแล้ว ในช่วงเดือน Mar – Apr 2014 ผมเดินทางไปสิงค์โปร์รวม 6 ครั้งเลยทีเดียว ทั้งประชุมและไปเป็นวิทยากร เอาเว้ย ถือว่าได้ไปแสดงศักยภาพของคนไทย ในเวทีระดับภูมิภาค และเปิดกบาลรับรู้อะไรใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมครับ

Image

Written by pawoot

2014/04/11 at 11:06 AM

มาเป็นวิทยากรงาน Asia Conference on Social Media, Social Commerce and Mobile Marketing for Insurance 2014 ที่สิงค์โปร์

with one comment

ช่วงวันที่ 8-9 เมษ 2014  ผมได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรของาน Asia Conference on Social Media, Social Commerce and Mobile Marketing for Insurance 2014 ได้พูด 2 sessions แหนะ งานนี้ผมได้ให้เค้าเชิญ Marcus Foon เค้าเป็นเพื่อนผม เจอที่ GBG Malaysia และชวนมาทำธุรกิจ Zocial inc ในประเทศมาเลเซีย

Screen Shot 2014-04-09 at 1.14.23 AM

Written by pawoot

2014/04/09 at 12:36 AM

“มองข้ามในสิ่งที่เป็น มุ่งในสิ่งที่ไป”

leave a comment »

หลายคนชอบสร้างข้อจำกัดและเหตุให้ตัวเอง ในการไปพุ่งไปข้างหน้า หรือไปที่สิ่งอยากเป็น เลยแค่อยากบอกว่า

“มองข้ามในสิ่งที่เป็น มุ่งในสิ่งที่ไป”

ชอบคำนี้อะ เลยขอนำมา blog ไว้ซักหน่อยนะ

Written by pawoot

2014/04/07 at 1:18 PM

ทางรอดของธุรกิจกงสี

leave a comment »

ข้อมูลน่าสนใจมาก ของธุรกิจกงสี ป๊าผมแชร์มาทาง Line เหมาะสำหรับคนที่มีธุรกิจครอบครัว

» ทางรอดของ`ธุรกิจกงสี´ …โดย CEO แห่ง CP ALL

สิ่งที่คนรุ่น “อาเสี่ย” ประหวั่นพรั่นพรึงที่สุดก็คือ กลัวว่าธุรกิจที่ตกทอดมาถึงมือตน จะคงทนถาวรต่อไปได้สักกี่น้ำ เพราะมีคำกล่าวมายาวนานว่าธุรกิจครอบครัว แค่ 3 ชั่วคนก็จะล่มสลาย

ธุรกิจครอบครัวในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ในมือของคนจีน จึงมีคำเรียกเป็นภาษาจีนว่า “ธุรกิจกงสี” ผมขอวิเคราะห์โดยแบ่งธุรกิจกงสีออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ…

1. ธุรกิจกงสีแบบดั้งเดิม
2. ธุรกิจกงสีแบบใหม่

ธุรกิจกงสีแบบดั้งเดิม มักจะมีอากงเป็นเถ้าแก่ใหญ่ และสมาชิกในครอบครัวทุกคนมีส่วนร่วมในการผลิต หรือการซื้อขาย

รายได้จากผลประกอบการทั้งหมดจะรวมใส่ไว้ในกองกลาง ค่าใช้จ่ายจิปาถะทั้งส่วนรวมและส่วนตัวของแต่ละคน ก็จะหยิบออกจากเงินกองกลางนี้

ถ้าสมาชิกครอบครัวยังน้อย ปัญหาก็น้อยตาม แต่ถ้ามีสมาชิกมากขึ้น บางครอบครัวอาจนับได้เป็นร้อยคน ปัญหาก็จะสะสมพอกพูนเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาที่เกิดจาก “สมาชิกที่มาภายหลัง” ได้แก่ บรรดา “อาซ้อ” หรือ สะใภ้ทั้งหลายที่ไม่มีความผูกพันกับคนในตระกูลคนอื่น ๆ นอกจากสามีตัวเอง

จึงไม่ค่อยมีน้ำจิตน้ำใจต่อกัน แถมยังคอยอิจฉาริษยาและยุยงสามีของตนว่า เป็นผู้ที่ถูกญาติพี่น้องเอาเปรียบ ทำงานเหนื่อยแทบตาย แต่ได้ผลตอบแทนไม่ยุติธรรม

เมื่อสิ้นบุญอากง รอยปริร้าวเหล่านี้ก็จะทวีความรุนแรงจนถึงขั้นปริแตกออกจากกัน พี่น้องแยกไปทำธุรกิจประเภทเดียวกัน กลายมาเป็นคู่แข่งคู่แค้น เข่นฆ่ากันเอง องค์กรจึงอ่อนแอรอวันล่มสลาย

::::::::::::::::::

ธุรกิจกงสีแบบใหม่ เล็งเห็นปัญหาของระบบกงสีแบบเก่า จึงจัดโครงสร้างอย่างเป็นระบบมากกว่า โดยจดทะเบียนเป็นบริษัท และแบ่งสัดส่วนของหุ้นให้กับสมาชิกในครอบครัวอย่างชัดเจน

บางตระกูลที่มีศักยภาพเพียงพอ ก็จะแตกธุรกิจออกเป็นหลายบริษัทโดยให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนถือหุ้นไขว้กันในทุกบริษัท

แต่จะมีคนใดคนหนึ่ง ซึ่งมีความสามารถในธุรกิจนั้น เป็นผู้ถือหุ้นมากกว่าผู้อื่น เพื่อจะได้มีอำนาจตัดสินใจอย่างเต็มที่ และได้รับผลตอบแทนมากกว่า สมกับที่ทุ่มเทเวลาและสติปัญญาบริหารงาน

วิธีนี้ คนที่มีความสามารถก็จะได้เป็นใหญ่ในแต่ละบริษัท โดยที่สมาชิกในครอบครัวทุกคนก็ยังคงมีผลประโยชน์ร่วมกัน ในบริษัทที่ญาติพี่น้องคนอื่นดูแล ทำให้ไม่รู้สึกได้เปรียบเสียเปรียบกันมากนัก ก่อให้เกิดความรักความสามัคคี ดีกว่าระบบกงสีแบบเก่า

ระบบกงสีแบบใหม่ยังเปิดให้เพื่อน ๆ ของพ่อบางคน ที่มีประสบการณ์สูงหรือมี “คอนเน็กชั่น” กว้างขวางมาร่วมหุ้นด้วย เพื่อช่วยให้กิจการเจริญเติบโตยิ่งขึ้น

และเมื่อถึงเวลาอันสมควร บริษัทเหล่านี้ก็มีสิทธิ์ที่จะแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน สมัครเข้าเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์กระจายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป ทำให้บริษัทมีฐานเงินทุนที่เข้มแข็งสามารถแข่งขันกับบริษัทข้ามชาติอื่น ๆได้

::::::::::::::::::

ไม่ว่าจะเป็นระบบกงสีแบบเก่าหรือใหม่ ปัจจัยชี้ขาดอนาคตก็คือ “คน”

ต้องดูว่าคนที่บริหารกิจการได้ผ่านร้อนผ่านหนาว บ่มเพาะประสบการณ์ทำงาน และประสบการณ์ชีวิตไว้มากน้อยเพียงใด

โดยปกติ สมาชิกรุ่นแรกที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจนเป็นปึกแผ่น จะมีความมานะบากบั่น พากเพียรพยายามอย่างเต็มเปี่ยม

สมาชิกรุ่นที่สอง ก็ยังมีโอกาสเห็นพ่อทำงานหนัก และอาจต้องลงมือร่วมกันทำงานช่วยสร้างกิจการ จึงยังคงมีจิตวิญญาณนักสู้อยู่กับตัว

ในขณะที่…สมาชิกรุ่นสาม มักจะเกิดและเติบโตมาในสภาพที่คาบช้อนเงินช้อนทองออกมา ไม่มีโอกาสเห็นความทุกข์ยากลำบากของรุ่นอากงหรือรุ่นเตี่ย

แม้จะได้ฝึกหัดทำงานบ้าง ก็ไม่เคยลิ้มรสชาติของการถูกกดขี่ข่มเหง เพราะมีคนเกรงใจมากมาย ทำให้ไม่รู้จักชีวิตที่แท้จริง รู้จักแต่ชีวิตในโรงเรียน เพราะเรียนต่อเนื่องตั้งแต่เด็กจนจบปริญญาโทหรือปริญญาเอก

เมื่อจบมาทางตระกูลอาจจะให้สมาชิกรุ่นสามเริ่มทำงานในตำแหน่งต่ำสุด แต่ก็เลื่อนตำแหน่งเร็วเหมือนติดจรวด ไม่ได้ผ่านการประเมินผลแบบเข้มงวดจริงจังเหมือนพนักงานทั่วไป

สมาชิกรุ่นนี้จึงไม่มีความแข็งแกร่งเท่ารุ่นปู่ รุ่นพ่อ รักความสนุก สะดวกสบาย ไม่ค่อยเอาการเอางาน ทำให้ไม่รู้งานจริง มักถูกหลอกจากคนใกล้ชิดที่ประจบสอพลอ ธุรกิจของตระกูลจึงเริ่มต้นเข้าสู่บทอวสาน

::::::::::::::::::

ตรงกันข้ามกับทางยุโรป ในประเทศเนเธอร์แลนด์ มีกลุ่มธุรกิจใหญ่ของตระกูล ซึ่งสืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 9 แล้ว

หนำซ้ำยังเคยติดอันดับบริษัทยักษ์ใหญ่ลำดับที่ 23 ของโลก ในต้นทศวรรษ 90

และผมโชคดีมีโอกาสไปจิบกาแฟกับทายาทรุ่นล่าสุดของเขาขณะที่มาเที่ยวอยู่ในประเทศจีน ผมอยากสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเลี้ยงกาแฟเศรษฐีใหญ่ของโลกสักหน่อย เสียดายที่ถูกเพื่อนฝูงตัดหน้าชิงจ่ายเงินไปก่อน

จากการสนทนา ทำให้ได้ความรู้ว่า ในตระกูลของเขาจะคัดเลือกผู้ที่มีอำนาจสูงสุด ในการดูแลธุรกิจเพียงคนเดียวในแต่ละรุ่น และให้มีสมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ ที่เก่งกาจเข้าร่วมบริหารให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารงาน

ส่วนพี่น้องคนอื่น ๆ ก็จะดำรงสถานะเป็นผู้ถือหุ้นคอยรับเงินปันผล แต่จะไปประกอบอาชีพอื่นตามที่ตนเองถนัด เช่น บางคนไปเป็นหมอ บางคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย บางคนเป็นศิลปิน ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายหุ้นกันเองในหมู่ญาติพี่น้อง ตามราคาที่สมัครใจด้วยกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หุ้นใหญ่ก็มักอยู่ในมือของผู้มีอำนาจในการบริหารบริษัท

สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำก็คือ เขามอบหมายภาระรับผิดชอบให้แก่ผู้ที่มีศักยภาพ และความสามารถสูงสุด ไม่ได้มอบหมายให้เฉพาะลูกชายคนโต ตามธรรมเนียมจีนโบราณ

:::::::::::::::::::

สำหรับในประเทศไทย ผมมีข้อเสนอว่า ควรจะประยุกต์วิธีการบางอย่างของเขามาใช้ และควรให้สมาชิกรุ่นที่สาม ได้มีโอกาสทำงานในบริษัทอื่น เหมือนพนักงานทั่ว ๆ ไปไม่น้อยกว่า 5 ปี แล้วจึงให้กลับมาช่วยพ่อแม่

และควรแยกกิจการให้แต่ละคนรับผิดชอบไปอย่างเต็มที่ ถ้าใครบริหารไม่ดีก็ต้องยอมยุบบริษัทนั้นทิ้ง ไม่ใช่เก็บไว้คอยถ่วงทั้งหมดให้ทรุดลง

การที่จะรู้ว่าใครบริหารดีหรือไม่อย่างไร ก็ต้องจัดระบบบริหาร และบัญชีการเงินให้โปร่งใส ผู้ถือหุ้นทุกคนสามารถตรวจสอบได้ว่าหมกเม็ดหรือเปล่า ทำให้เรามีบริษัทที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง ไม่ใช่ข้างนอกสุกใสข้างในหนอนเจาะจนพรุนไปหมด

เราควรจะใจกว้าง แยกให้ออกระหว่าง “ตระกูล” กับ “กิจการ” ความผูกพันในสายเลือดเป็นเรื่องหนึ่ง แต่กิจการหรือบริษัทเป็นอีก “นิติบุคคล” หนึ่ง ซึ่งแยกออกไปจากตระกูล

คนในตระกูลต้องมีฝีมือที่ดีพอ จึงจะรับผิดชอบดูแลได้ แต่ถ้าฝีมือไม่ถึงก็ต้องยอมรับสภาพเป็นเพียงผู้ถือหุ้นให้โอกาสคนดีมีฝีมือบริหารอย่างเต็มที่ จึงจะเกิดผลดีกับทุกฝ่าย

บางครั้งก็ต้องชั่งใจให้ดี ว่าจะเลือกเป็นอะไร…ระหว่างการเป็นผู้ถือหุ้นที่ราคาหุ้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยิ้มรับเงินปันผลก้อนงาม ๆ อย่างสม่ำเสมอ

กับ…

การได้ชื่อว่าเป็น…เจ้าของกิจการหรือเป็นผู้บริหารที่บริษัทกำลังสาละวันเตี้ยลง !!

::::::::::::::::::

Credit : ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ – CP ALL Blog

Written by pawoot

2014/04/07 at 1:18 PM

%d bloggers like this: