Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Archive for the ‘ชีวิตประจำวัน (Daily Life)’ Category

เทคนิคการเพิ่มยอดขาย กับการอุดรูรั่วของถัง.!

leave a comment »

วันนี้คุยเรื่องนี้และพูดหลายครั้งใน Town Hall ของ TARAD Group เกี่ยวกับการเพิ่มยอดการเติบโตขององค์กร

หลายคนมักคิดว่าการสร้างยอดขายให้องค์กรเป็นหน้าที่ของทีม Sale หรือ Marketing เพียงอย่างเดียว.! แต่หากเรามาดูดีๆ การสร้างยอดขายเกิดจาก

  1. รายได้จากลูกค้าใหม่
  2. รายได้จากลูกค้าเก่า ที่ซื้อซ้ำ
  • ซึ่งผมมองว่า การเกิดรายได้จากลูกค้าใหม่แน่นอนเกิดจากทีม Sale และ Marketing แต่ถ้าองค์กรไหนมีแต่ลูกค้าใหม่เข้ามา แต่ไม่สามารถรักษาลูกค้าเก่าไว้ได้ ก็จะเหมือนกับการเติมน้ำเข้าถังที่มีรูรั่ว เติมเท่าไรก็ไม่เต็มซักที
  • ดังนั้นนอกเหนือจากการสร้างลูกค้าใหม่แล้ว การรักษาและสร้างรายได้จากลูกค้าเก่าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับองค์กร โดยการทำให้ลูกค้าอยู่กับเราไปนานๆ มันจะทำให้เกิดการซื้อซ้ำ มันไม่เป็นหน้าที่ของฝ่ายขาย หรือฝ่ายการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กรที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เช่น ทีมบริการลูกค้า customer support, ทีมออกแบบ Design, ทีมพัฒนา Product & Service, ทีมบัญชี, ทีม HR, ทีมผู้บริหาร หรือแม้ไปจนถึงแม่บ้านที่ดูแลความสะอาด

    .

    ทำไมทุกคนถึงมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยกับยอดขาย?

    • ถ้าทีมบริการลูกค้า Customer Support ตอบคำถามลูกค้าไม่ดี ตอบไม่รู้เรื่อง ลูกค้ารู้สึกแย่ รู้สึกว่าช่วยเหลือเค้าไม่ได้ เค้าคงไม่อยากใช้บริการขององค์กรนั้นต่อ
    • ถ้าทีมออกแบบ Design ออกแบบงาน ออกแบบสื่อโฆษณา ไม่รู้เรื่อง ไม่สวย ไม่น่าประทับใจ ลูกค้าก็คงไม่อยากใช้บริการสินค้าหรือบริการที่หน้าตาห่วยๆ แน่ๆ
    • ถ้าทีมพัฒนา Product & Service พัฒนาสินค้าและบริการออกมาห่วย ใช้แล้วมีปัญหา ลูกค้าที่ไหนจะอยากใช้บริการต่อ
    • ถ้าทีมบัญชี ทำเอกสารบัญชีผิดพลาด ช้า ไม่ตอบสนองลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ลูกค้าคงไม่อยากใช้บริการเช่นกัน
    • ถ้าทีม HR หรือฝ่ายบุคคล หาคนเข้ามาร่วมองค์กรได้คนไม่ดี หรือไม่ได้มีการฝึกฝนอบรมทีมงานในองค์กรให้เก่งมากขึ้น องค์กรนั้นจะเดินหน้าไปได้ยังไง? องค์กรนั้นจะให้บริการลูกค้าได้ดีได้อย่างไร?
    • รวมไปถึงแม่บ้านที่ทำความสะอาด หากแม่บ้านไม่ดูแลออฟฟิศสำนักงานให้สะอาด เข้ามาแล้วสกปรก ไม่น่ามอง รกไปหมด ลูกค้าที่เข้ามาก็คงไม่ปรับใจองค์กรนั้นแน่ๆ
    • โดยเฉพาะผู้บริหาร เจ้าของกิจการ ที่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น

    .

    ดังนั้นทุกคนในองค์กรต้องมองให้ออกว่า “ตัวเราเองและทุกฝ่าย” มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเติบโต ยอดขายขององค์กรอย่างแน่แท้ และหากทุกคนในองค์กร รู้ว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับการเติบโตขององค์กร ดังนั้นเมื่อทีมฝ่ายขาย ทีมการตลาดหาลูกค้าใหม่ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และทีมอื่นๆ ก็ทำงานหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด “มองลูกค้าเป็นที่ตั้ง” ไม่ได้มองแต่หน้าที่ของตัวเอง มันก็จะเหมือนกับเราเติมน้ำใส่ถังน้ำที่ไม่มีรูรั่ว เติมแล้วก็จะเต็มได้เร็วมาก จงรำลึกไว้เสมอว่า……

    .

    “เราทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในการทำให้องค์กรเติบโต”

    .

    และเช่นเดียวกับ ผู้บริหารและหัวหน้า ควรมีการมอนิเตอร์ตัวเลขจำนวนลูกค้าปัจจุบันที่ใช้งานอยู่ (Current Customer), ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) และจำนวนการยกเลิกการใช้งาน (Chern Rate) ของลูกค้า และควรมีทีมที่เกี่ยวข้องดูแลตัวเลขนี้อย่างใกล้ชิด นำมันมาเป็น KPI หรือ OKR ของทีมคุณ องค์กรคุณด้วย จะยิ่งช่วยป้องกันทำให้น้ำไหลรั่วออกนอกถังได้ดีขึ้น

    .

    .

    ลิงเป็ปกับคอมพิวเตอร์ ทำไมเด็ก 7 ขวบถึงชอบคอมพิวเตอร์ได้ขนาดนี้

    leave a comment »

    ลิงเป็ปลูกชายคนโตของผม เป็นเด็กที่เติบโตมา โดยมีความชอบอะไร ก็ชอบอย่างชัดเจน และมุ่งมั่นในสิ่งนั้นอย่างจริงๆ จังๆ และต่อเนื่อง โดยดูได้จากตอนอายุ 2 ขวบ เค้าก็เริ่มชอบ “แอร์และพัดลม” อย่างมาก ลองอ่านเรื่องราวที่เค้าชอบแอร์และพัดลมได้ที่นี่ครับ https://pawoot.wordpress.com/2014/05/11/pep-and-air-con/

    แต่เมื่อเค้าโตขึ้นมา ความชอบด้านแอร์และพัดลมของลิงเป็ปก็เปลี่ยนไป ไปเป็นคอมพิวเตอร์ จากเดิมที่ชอบเปิด Youtube ดูข้อมูลแอร์ไดกิ้น หรือแอร์ยี่ห้อต่างๆ ก็มาหาข้อมูลด้านคอมพิวเตอร์แทน โดยเค้าชอบคอมพิวเตอร์เก่าๆ เกมส์เก่าๆ

    เป็นตอน ขวบกว่าๆ กับการจับคอมพิวเตอร์ครั้งแรกๆ

    (กำลังทยอยเอาข้อมูลลงเพิ่ม)

    Read the rest of this entry »

    ทุกวันนี้คุณทำงานไปเพื่ออะไร? TARAD Group.!

    leave a comment »

    เคยถามตัวเองไหมว่า ทุกวันนี้คุณทำงานไปเพื่ออะไร?

    เพื่อเงินเดือน? เพื่อหน้าที่การงาน? เพื่อบริษัท? ผมเคยตั้งคำถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร?

    การที่ผมได้ทำ TARAD.com ผมได้เห็นว่าเทคโนโลยีที่เราทำ มันทำให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับ ผู้ประกอบการไทย ทำให้ครอบครัวมีรายได้ ชุมชนเติบโต และสังคมเติบโต Vision ของผมคือ “การเพิ่มศักยภาพใหักับผู้ประกอบการและสังคมไทย” และพวกเราชาว TARAD.com เราทำสิ่งนั้นมาโดยตลอด

    แต่ในช่วงภาวะวิฤกติของบริษัทในช่วงปี 2016-2017 ที่การแข่งขันทางด้าน E-Marketplace รุนแรงอย่างมากทำให้องค์กรอย่าง TARAD.com ได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก partner จากญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งได้ถอนตัวออกจากประเทศไทย ทำให้ผมต้องเข้าไปอุ้มบริษัท TARAD.com ด้วยตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะพาบริษัทไปในทิศทางไหน… รู้อย่างเดียวเจ้าของธุรกิจที่อยู่กับ TARAD ต้องอยู่ต่อ น้องๆ ทีมงาน ต้องมีงานทำ

    ตอนที่บริษัทญี่ปุ่นได้บริหาร บริษัทได้อยู่ในภาวะขาดทุนอย่างหนักทุกเดือน แต่เนื่องจากมีบริษัทแม่ที่มีกำไร เข้ามาช่วยสนับสนุนเงินทุกเดือน แต่หลังจากไร้บริษัทแม่โอบอุ้ม ผมต้องทำทุกวิธีทางในการทำให้บริษัทลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ และกลับมามีกำไรให้เร็วที่สุด

    ทำให้เราละเลยการ “ฟังลูกค้า” ลืม Vision ที่เราตั้งไว้ เรามองว่าเราจะอยู่รอดได้อย่างไรท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงนี้ แต่หลังจากที่เราได้รับโอกาสที่ดีจากกลุ่ม TCC ที่ได้เข้ามาสนับสนุน ร่วมลงทุนใน TARAD.com ทำให้เราสามารถลุกกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง

    เราปรับ Business Model, ปรับทีม ปรับการทำงาน จนเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เรามีบริษัท Pay Solutions เข้ามาอยู่ในกลุ่ม เราเปลี่ยนเป็น TARAD Group เรามีบริการหลายๆ อย่างครบสมบูรณ์ในการให้บริการการค้าออนไลน์ครบวงจร เรามีพี่ใหญ่อย่างกลุ่ม TCC คอยสนับสนุนและพลักดัน ทุกอย่างดีขึ้นจากวันก่อนมาก จนทำให้เราเริ่มกลับมามองว่าที่ผ่านมาเราละเลย และลืมอะไรไปบ้าง? เมื่อเราเริ่มกลับมายืนที่จุดเดิม ผมเริ่มกลับมาถามตัวเองว่าเราทำงานทุกวันไปเพื่ออะไร.! ผมเริ่มกลับมามองในเป้าหมายที่ผมเคยตั้งไว้ และจะพาบริษัท ทีมงานทุกคนกลับมาที่จุดเดิม คือการ Empower การเพิ่มศักยภาพ ทำให้สังคมดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เราสร้างขึ้นมา

    เราจะเริ่มกลับไปหาลูกค้าพร้อมกับนำสิ่งใหม่ๆ ที่เรากำลังทำอยู่ไปบอกเค้า ไปฟัง ไปนั่งคุย ไปอยู่ข้างๆ เค้า เราจะทำให้ธุรกิจของผู้ประกอบการไทยดีขึ้น แข็งแรงขึ้น พร้อมรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่ได้มีแค่คนไทยอีกต่อไป เราจะพาคนไทยออกสู่ตลาดโลก นำสินค้าไทยไปให้ชาวโลกได้เห็น ได้สัมผัส ได้ใช้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย ชุมชนของไทย และสังคมไทยให้ดีขึ้น และนี้คือ “ราก” นี้คือ “แก่น” ของพื้นฐานการทำงานที่ TARAD Group

    นี้คือ Vision และคำสัญญาที่เราจะทำให้สังคมดีขึ้นด้วยมือของพวกเราชาว TARAD Group

    สนับสนุนเรา เติบโตร่วมไปกับพวกเราครับ

    ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ป้อม)

    CEO TARAD Group
    7 สิงหาคม 2018

    [รีวิว] การใช้ AIS Fibre อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจาก AIS

    leave a comment »

    สวัสดีครับทุกๆคนที่เข้ามาอ่านบลอกของผม วันนี้ผมจะมารีวิวอินเทอร์เน็ตบ้านที่ทาง AIS ส่งมาให้รีวิวกันนะครับ

    ปกติผมใช้บริการ 4G ของ AIS กับโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว (เป็น Serenade แล้วครับ อิอิ ) ใช้มานาน หลายปีแล้วเหมือนกัน ก็เลยใช้อินเทอร์เน็ตบ้าน เป็นแบรนด์เดียวกันซะเลย ล่าสุดทาง AIS ได้ออกแพ็กเกจ Power4 package ที่รวมทั้งการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านความเร็วสูง ด้วยFiber Optic 100% พร้อม การใช้งาน 4G  หรือ Wifi นอกบ้าน และ รวมถึงการดู content TV จาก AIS PLAYBOX ฟรี ไปเลย 3 เดือนเต็มๆ (ลูกผมชอบดู Cartoon Network ส่วนผมกับภรรยา ชอบดูหนังทาง HBO มากถือว่าตอบโจทย์สุดๆ ) ซึ่งทั้งหมดราคา 799 บาทต่อเดือน

    ผมกำลังใช้งาน Internet จาก AIS Fibre

    จากการใช้งานด้าน Internet ดูแล้วผมขอสรุปข้อดีของทาง AIS Fibre ไว้ตามนี้

    1. AIS เป็นเครือข่ายเดียวที่ใช้ Pure Fibre ที่ในอนาคตรองรับการเพิ่มความเร็ว และ บริการใหม่ๆ โดยใช้สายไฟเบอร์เส้นเดิม
    2. ในแพ็คเกจแถม Router แบบ Dual Band Wifi ที่เสถียร เร็ว และ ไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาณทับซ้อน เพราะมี 2 คลื่นความถี่ คือ 2.4 และ 5 GHz  เพราะบ้านผมมีอุปกรณ์ IT เยอะมาก เช่น Ipad ของผม น้องเป๊บ ของน้องป้อน และภรรยา มือถือผมอีก  2 เครื่อง และ โน้ตบุ๊คด้วยครับ Wifi ที่เสถียรเลยจำเป็นมาก
    3. AIS Playbox ดูรายการมากกว่า 100 ช่อง และ ช่อง HD อีก 10 ช่อง
    4. ลูกค้า AIS เดิม รับส่วนลดค่าแพ็คเกจรายเดือน 10% ครับ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแพ็คเกจ) และ ยังได้สิทธิ AIS Privilege  ที่มี Promotion ส่วนลด ร้านอาหาร ซื้อของ และ ความบันเทิงต่างๆ
    5. AIS Fibre ใช้ IPv6 ซึ่งรองรับ Internet of things ทำให้ผมทดลองใช้ Google Home กับ Smart Device ต่างๆได้ครับ ผมกำลังทำบ้านให้เป็น Smart Home เลยลองซื้อ IOT หลายๆชิ้นมาเล่นครับ
    6. หากเกิดปัญหา ทางแบรนด์ AIS ก็มีบริการหลังการขาย จาก ทั้ง AIS Fibre Contact Center , AIS Shop

    สิ่งสำคัญของสัญญาณอินเทอร์เน็ตนอกเหนือจากความเร็วก็คือ พื้นที่การให้บริการ  ซึ่ง พื้นที่ให้บริการของเอไอเอส ไฟเบอร์ครอบคลุม  50 จังหวัด
    ลองตรวจสอบพื้นที่บ้านของคุณดูนะครับว่าสามารถใช้ AIS Fibre ได้หรือไม่ที่ลิ้งก์นี้ครับ  https://newfibre.ais.co.th/process/checkcoverage

    หากใครสนใจ หรือกำลังมองหาอินเทอร์เน็ตใช้ภายในบ้านที่มีความเร็ว แรง ผมแนะนำ Power4 package ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูในหน้าเว็บไซต์  http://www.ais.co.th/fibre/package_power4.html   หรือ ติดต่อไปที่ 1175 และสอบถามพนักงานได้ที่ AIS Shop และ Telewiz ทุกสาขาครับ

    #เร็วแรงแซงธุรกิจ #แรงเหนือใครอันดับหนึ่ง #เอไอเอสไฟเบอร์#ติดเน็ตโทร1175

     

    Written by Pawoot.com

    2018/06/29 at 5:11 PM

    สร้างโอกาศทางธุรกิจด้วยการออกมาจากธุรกิจ

    leave a comment »

    การเดินทางไปต่างประเทศเจอเพื่อนทางธุรกิจต่างประเทศใหม่ๆ และการออกทริปเจอกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ใหม่ๆ การไปเรียน Class อะไรใหม่ๆ ส่วนตัวผมมองว่าเป็นสิ่ง “จำเป็น” ของการทำธุรกิจ โดยเฉพาะตอนนี่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก

    หากคุณมัวแต่นั่งทำงานอย่างเดียว ใช้ความรู้เดิมๆ ที่เคยรู้มา ไม่เคยออกไปดูโลกบ้าง ไปพบปะคนอื่นบ้าง แล้วคุณก็ทำงานอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ หรือนั่งอ่านจากโลกออนไลน์อย่างเดียว…….

    ธุรกิจคุณจะขาด input ใหม่ๆ แล้วมันจะไม่มี output ใหม่ๆ ออกมา ธุรกิจจะเติบโตแบบธรรมชาติ (Organic) ไม่มีอะไรสร้างสิ่งใหม่ เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโต

    โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำองค์กร หากคุณมัวแต่อยู่ใน Operation ธุรกิจ ไม่ออกไปเปิดหูเปิดตาดูอะไรใหม่ๆ พบเพื่อนใหม่ๆ ทางธุรกิจ ธุรกิจของคุณก็คงไม่มีอะไรใหม่ๆ

    ดังนั้นการเดินทางไปต่างประเทศของผม การออกไปพบเพื่อนใหม่ มันสร้างอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเอง และธุรกิจได้จริงๆ ตัวอย่างเช่น ผมสามารถไปเปิดธุรกิจในกลุ่มออกไปประเทศมาเลเซีย และกำลังจะมีประเทศอื่นๆ เร็วๆ นี้. รวมถึงยังได้สร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยทั้งหมดเกิดจากการที่เราได้เปิดหู เปิดตา อย่างที่บอกมาตอนต้น

    ดังนั้นหากใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรหากงาน trade show งานสัมมนา ต่างประเทศออกไปฟัง ออกไปดูอะไรใหม่ๆ บ้าง ไป๊ๆๆๆ

    หรือใครเป็นลูกน้อง ควรรวมตัวไปไล่หัวหน้าคุณให้ออกไปหาอะไรใหม่ๆ มาเติมในออฟฟิสได้แล้ว.!

    ปล. ระวังอย่าออกไปเยอะไปแบบผ้มมมมมม ฮ่าๆๆๆ

    นี้เลยความฝันที่อยากทำ.!

    leave a comment »

    เห็นคุณแหม่ม แคทริยา และคุณสงกานต์ สามี ไปทำฟาร์มที่เชียงราย.. อ่านแล้ว ใช่เลย นี้คือสิ่งที่เราอยากทำเลย ขอเก็บไว้เป็นข้อมูล และแรงบันดาลใจครับ

    Read the rest of this entry »

    แจ็ก หม่า กับสิทธิพิเศษที่ไทยสนับสนุน ที่นักธุรกิจไทยต้องกลับมาดูตัวเอง

    leave a comment »

    เห็นข่าวเกี่ยวกับ สรรพากรแจง “แจ็ก หม่า” ได้ยกเว้นภาษี 13 ปีตามเงื่อนไขบีโอไอ ส่วนคนไทยต้องเสียภาษีตามกฎหมายเดิม ผมว่าเราต้องวิเคราะห์ข่าวนี้ให้ดีนะครับ Alibaba Group ได้อาศัยการสนับสนุนจากการเข้ามาลงทุนในประเทศในการยกเว้นภาษี นิติบุคคลผ่าน BOI ซึ่งมีหลายๆ บริษัทไอทีในไทยได้เช่นกัน (ผมเองเมื่อตอนที่มี Rakuten จากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนกับ TARAD.com ก็ได้ BOI โดยไม่เสียภาษีเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าไม่ได้ใช้สิทธิภาษีนี้เลยตลอด 6 ปีที่เค้ามาลงทุน เพราะอยู่ในช่วงการลงทุนหนัก และขาดทุนหนัก โดยใช้เงินไปหลายร้อยล้านบาท ก็ถือเป็นการดึงต่างประเทศมาลงทุนกระตุ้น E-Commerce ในไทย แต่ถ้าจำไม่ผิด Rakuten TARAD ได้สิทธิ 7-8 ปี แต่ทำไมครั้งนี้ Alibaba Group ได้ถึง 13 ปี )

    ดังนั้นการได้สิทธิพิเศษจาก BOI ที่ได้สิทธิพิเศษหลายๆ โดยเฉพาะการไม่เสียภาษีนิติบุคคลตอนสิ้นปีตลอดอายุการสนับสนุน จึงเป็นสิ่งปกติท่ีรัฐต้องการดึงนักลงทุนมาลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่จะช่วยพัฒนาประเทศ “ซึ่งบริษัทคุณเองก็สามารถขอรับสิทธินี้ได้ครับ” ผมเคยเปิดบริษัท TARADb2b.com เป็นบริษัทที่พัฒนาระบบ B2B แบบ Alibaba เลยในช่วงปี 2007 ซึ่งก็ได้รับสิทธิพิเศษนี้จาก BOI เช่นกัน (อ่านเพิ่มกลุ่มอุตสาหกรรมที่ BOI ให้สิทธิ http://www.boi.go.th/newboi/index.php?page=eligible_activities&language=th)

    ถึงได้ BOI ยกเว้นภาษีนิติบุคคล แต่ก็ไม่ยกเว้นภาษี VAT นะครับ ดังนั้นในทุกรายการ การขายของ Alibaba Group จะต้องถูกนำไปคิด VAT ด้วย แต่กำลังคิดอยู่ว่า เค้าจะโดนตรงไหน? เพราะรายการสินค้าที่นำเข้ามาจากจีน มาขายในไทย ได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง เช่น

    • การยกเว้นจากการได้ FTA ไทย-จีน (Free Trade Agreement) อ่านเพิ่ม http://www.thaifta.com/ThaiFTA/Home/FTAbyCountry/tabid/53/ctl/detail/id/4/mid/480/usemastercontainer/true/Default.aspx
    • การยกเว้นจากการนำสินค้าเข้ามาผ่านทางไปรษณีย์ หากสินค้ามีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 ไม่ต้องเสียภาษี (ซึ่งเคยได้ยินข่าวมากว่ากลุ่ม Alibaba จะพยายามขอดันขึ้นไปเป็น 3,000 บาท)

    สิทธิพิเศษที่ภาครัฐเตรียมไว้ ที่คุณควรจะไปรับ

    ต้องบอกว่ารัฐไทยเตรียมการสนับสนุนเอกชนไทยไว้มากมายครับ แต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้น “เอกชนไทยส่วนใหญ่” มักไม่รู้ถึงสิทธิพิเศษตรงนี้

    เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผมแนะนำว่า คุณหรือบริษัทของคุณต้องกลับมามองดูตัวเองดีว่า เราจะขอสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ภาครัฐจัดเตรียมใว้ให้ยังไง เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทต่างชาติเท่านั้นถึงจะได้รับการสนับสนุน บริษัทไทยเองก็ได้เช่นกันครับ

    • ตัวอย่างสิทธิประโยชน์ที่สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสามารถของการสนับสนุนได้เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) มีเงินให้เปล่ากับหลายๆ โครงการในการสนับสนุนการวิจัย การพัฒนาอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา ได้ในวงเงินหลักแสน จนไปถึงหลักหลายล้านบาทเลยครับ ลองไปดูเพิ่มได้ที่ http://www.nia.or.th หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล (DEPA) ก็มีเงินทุนช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ลองดูได้ที่ http://www.depa.or.th/th/funds
    • หรือแม้แต่การออกไปดูงาน ออกแสดงสินค้าที่ต่างประเทศ ที่รัฐมีการสนับสนุนมาตลอด ทั้งค่าบูธในงานที่ไปออก หรืออาจจะมีค่าเดินทางไปด้วยแล้วแต่งานและโครงการ ลองดูได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ http://www.ditp.go.th

    มีสิทธิพิเศษอะไรอีกมากมายที่รัฐไทยเตรียมไว้มากมาย แต่ยังขาดการรับรู้จากธุรกิจเอกชนคนไทยเอง ซึ่งผมว่า เราเองก็ต้องมาคอยดูและสอดส่องว่ารัฐมีอะไรดีๆ ให้บ้าง และเช่นเดียวกัน รัฐเองก็ต้องทำให้เอกชนที่คุณต้องสนับสนุนรู้ด้วยเช่นเดียวกันว่าคุณมีสิทธิพิเศษหรือการสนับสนุนอะไรบ้าง โดยไม่ได้ปล่อยให้สิทธินี้ตกไปอยู่กับบริษัทต่างชาติเพียงอย่างเดียวครับ

    %d bloggers like this: