Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

ก้าวต่อไปของ TARAD.com กับร่วมมือกับ T$pace ของกลุ่ม TCC Group

with 2 comments

ปี 2018 อีกก้าวที่สำคัญของผมและ TARAD.com ที่หลังจากผมซื้อ TARAD.com คืนมาจาก Rakuten ทั้งหมดในช่วงปี 2016 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับผมมาก เพราะธุรกิจของ TARAD ในขณะนั้นขาดทุนสะสมหลายร้อยล้านบาท และยังมีเงินขาดทุนต่อเดือนหลายล้านบาท ทำให้หลังจากซื้อคืนกลับมา ผมต้องนำเงินของตัวเอง ใส่เข้าไป เพื่อหล่อเลี้ยงให้บริษัทสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ตลอดปี 2016-2017 จนคนรอบๆ ตัวต่างกังวลว่า ทำไมถึงตัดสินใจถึงซื้อกลับมา? ซื้อกลับมาทำไม? จะเดินต่อไปยังไง?

 

สาเหตุที่ผมซื้อ TARAD.com กลับมาเพราะ ลูกค้าที่ผมสร้าง และดูแลมาตลอด 10 กว่าปี หลายๆ ท่านผู้รู้จักมานาน และลูกน้องผมในบริษัทอึกมากมาย รวมไปถึงแบรนด์ของ TARAD.com ที่ผมสร้างขึ้นมาตลอดสิบกว่าปี หากผมยอมให้ญี่ปุ่นปิด นั่นหมายถึงทุกอย่างจะจบสิ้นลงไปทันที ทุกอย่าที่ผมสร้างมา รวมไปถึงธุรกิจของลูกค้าผมหลายๆ คนที่เปิดอยู่กับ TARAD.com ซึ่งทางญี่ปุ่นอาจจะมองว่า ก็จ่ายเงินชดเชยไปก็จบ ซึ่งจริงๆ ก่อนหน้าที่ญี่ปุ่นจะตัดสินใจปิด TARAD.com ผมได้ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดของ TARAD.com ไปหมดแล้ว…. และหลังจากที่ญี่ปุ่นซื้อไปหมด 100% เค้าก็ตัดสินใจที่จะปิด TARAD.com ลงด้วยการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด E-Commerce ในอาเซียน ดังนั้นด้วยเหตุทั้งหมดที่ผมกล่าวมา ผมจึงติดสนใจซื้อ TARAD.com กลับคืนมา (คนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ อาจจะไม่เข้าใจผม จิตวิญญานของ Entrepreneurship มันแรงมาก )

 

ตอนแรกผมคิดว่า เมื่อผมซื้อกลับมา จะมีหลายๆ บริษัทอยากเข้ามาลงทุนใน TARAD.com ต่อจาก Rakuten เพราะด้วยตอนนั้น TARAD.com ยังเติบโต และเป็น Top 3 E-Commerce ของไทย โดยหลังจากซื้อกลับมา ผมประกาศหยุดการทำโฆษณา Marketing ทุกอย่าง หยุดการใช้เงินในบริษัท ไม่เพิ่มคน เพื่อลดการขายทุนของบริษัทอย่างเร่งด่วน และผมเองก็ผมเดินสายหานักลงทุนใหม่ตลอดปี 2016 คิดโมเดลทางธุรกิจที่หลากหลายมากๆ เพื่อที่จะหลบออกจาก Marketplace ที่ต้องไปชนกับยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba และเจ้าอื่นๆ เช่น จะแยกออกเป็นบริษัท Startup เล็กๆ แล้วหานักลงทุนมาลง หรือ ติดต่อกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สนใจจะลงทุนใน E-Commerce ผมพบกับบรรดาบริษัทห้างสรรพสินค้าของไทยครบแทบทุกเจ้า บริษัทขนาดใหญ่ของไทยมากมาย ซึ่ง ณ.เวลานั้น E-Commerce โดยเฉพาะโมเดลธุรกิจ Marketplace มันไม่หอมหวลอีกต่อไปแล้ว เพราะการมาของ Alibaba ที่เข้าซื้อ Lazada หลังจากนั้นไม่นาน ทำให้นักลงทุนทั้งหลายต่างพากัน ปฏิเสธการเข้าลงทุนใน TARAD.com

พอผ่านไปนานเข้า เวลาที่ผ่านไป เม็ดเงินที่ผมต้องใส่เข้าไปหล่อเลี้ยงบริษัทให้อยู่รอดก็เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายสิบล้านบาท ต้องยอมรับว่าช่วงนั้นเครียดและท้อมากๆ เพราะตอนนั้นพูดจริงๆ ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะ พาบริษัทไปทางไหนดี? มีจิตตกอยู่ไปช่วงใหญ่ๆ เลยทีเดียว ถึงขนาดว่าช่วงนั้นไม่ค่อยอยากเข้าออฟฟิสเลยทีเดียว หยุดอยู่บ้านเฉยๆ หัวสมองไม่วิ่ง ฝันร้าย ตื่นมากลางดึกแล้วนอนต่อไม่ได้ ถือว่าเป็นช่วงที่เลวร้ายช่วงนึงของชีวิตเลยทีเดียว ในช่วงเวลานั้น…

และในที่สุดผมก็ได้มีโอกาสพบพี่มารุต ผู้บริหารของโออิชิ (ในสมัยนั้น) ได้มีโอกาสพูดคุยและพี่เค้าได้พาผมเข้าพบกับคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี หรือคุณหนุ่ม ผู้บริหารใหญ่ของเครือ ThaiBev หรือลูกชายคนโตของคุณเจริญ ในวันที่ 9 มค. 2017 ผมได้อธิบายถึงความล่มสลายของธุรกิจ E-Commerce ของไทย และการที่ธุรกิจประเทศไทยจะเติบโตต่อไปได้อย่างไรในกระแสอันเชี่ยวกราดของ การมาของยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน คุณหนุ่มสนใจที่จะสนับสนุนคนไทย ธุรกิจไทย และในที่สุดเราก็ได้เริ่มต้นการคุยในการศึกษา ความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุน โดยได้ลงนามตกลงการร่วมธุรกิจกันในวันที่ 25 พค. 2017 ที่ รร.โอกุระ Park Venture กับคุณหนุ่ม ฐาปน

หลังจากนั้นเราใช้เวลาเกือบ ปีกว่าในการดำเนินการดีล จนมาถึงวันที่เราประกาศความร่วมมือในวันนี้ (27 มีนาคม 2018) โดยทาง TCC ได้จัดตั้งบริษํท T$pace Digital นำโดยพี่มารุต CEO มาลงทุนใน TARAD.com และ TARAD.com เองได้ย้ายจากสำนักงานตึกตรงรัชดาภิเษก 28 มาที่ตึก CW Tower ของในกลุ่ม TCC ในต้นปี 2018 และเราเองก็เริ่มสร้างความร่วมมือในหลายๆ โครงการในกลุ่ม ThaiBev, Oishi และบริษัทอื่นๆ ภายในเครือ

ผมอาจจะเป็นคนทำธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง ไม่ยอมถอย มองโลกในแง่ดี และคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้ จึงทำให้ TARAD.com ถึงอยู่ยืนหยัดมาถึงเกือบ 20 ปี และขยายการลงทุนบริษัทไปเป็นสิบ โดยที่ผ่านมามีทั้งคนมาลงทุนจากกลุ่ม MONO หรือจะโดนหลายๆ บริษัทจะซื้อกิจการไป จนมาถึงโดน Rakuten ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นมาซื้อกิจการ และสุดท้ายผมก็ไปซื้อกิจการกลับมา และลากจนมาถึงการมีนักลงทุนกลุมีใหม่อย่าง TCC Group ทั้งหมดนี้ มันอยู่กับ Passsion ในการทำธุรกิจล้วนๆ ครับ … ดูภายนอกผมอาจจะดูเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จที่ได้มา มันแลกมากับอะไรหลายๆ อย่างที่ผมทุ่มเทมาตลอดหลายปี ความหลงไหลใน E-Commerce การอยากให้ประเทศไทยเติบโตไปด้วยดีด้วยเทคโนโลยีฝีมือของเรา ผมไม่เหนื่อยนะ แต่กลับสนุกมากกว่ากับสิ่งที่ทำ สิ่งที่ได้สร้างมาเกือบตลอด 20 ปี เช่น หลายๆ สมาคมทีได้สร้างขึ้นมา งานโครงการต่างๆ ที่ได้ช่วยประเทศไทย การทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน องค์กรต่างๆ สร้างเด็กรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาให้กับอุตสาหกรรมไอทีของไทย เดินสายสอนผู้ประกอบการทั่วประเทศไทย… ได้มีเวลามองย้อนกลับไปก็อดภูมิใจในสิ่งที่เราทำครับ … อยากอ่านว่าผมทำอะไรมาบ้าง อ่านได้ที่นี่ครับ https://pawoot.wordpress.com/who_is_pawoot/

 

ฟังผมคุยเรื่องนี้กับคุณสุทธชัย หยุ่นแบบละเอียดได้ที่นี่ครับ https://www.facebook.com/suthichai.yoon/videos/10156388310441209/

ส่วนรายละเอียดก้าวต่อไปของ TARAD.com จะเป็นยังไงผมว่า ทาง Blognone สรุปไว้ได้ดีมากครับลองอ่านกันดูครับ

https://www.blognone.com/node/101003

2 Responses

Subscribe to comments with RSS.


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: