Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

ผมได้อะไรจากการเรียน ABC4

leave a comment »

ผมรู้จัก ABC ตั้งแต่รุ่นที่ 1 จนถึงรุ่นที่ 3 แต่รู้จักในฐานะ “วิทยากร” ที่มาพูดให้คนในคลาสฟัง ตื่นเต้นมากๆ ในรุ่นแรก เพราะคนฟังแต่คน “ระดับประเทศ เทพเพียบ” และ วิทยากรที่มาพูดแต่ละคน ระดับประเทศเช่นเดียวกัน ยังงงๆ ว่าเค้าเชิญผิดคนหรือเปล่าวะ? ในระหว่างที่พูดไปก็ตื่นเต้นไป เพราะกลัวว่าจะพูดไม่ดี ไม่ประทับใจ อย่างที่เค้าคาดหวังเอาไว้

image

พูดจบปุ๊ป เฮ้ย.. มันมีเมืองๆ อะไรด้วยว่ะ แบ่งเป็นกลุ่ม คุยกัน มีกิจกรรม มีงานปาร์ตี้หลังจากงานด้วย…. ตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไร แต่สนใจที่ “วิทยากร”ที่มาพูดแต่ละคนระดับประเทศจริงๆ เห็นแล้วก็อยากมาเรียนด้วย ก็แอบคิดในใจว่าอยากมาเรียนด้วย แอบถามพี่โจ้ว่า ผมอยากมาเรียนด้วยจังครับ แต่เนื่องจากตอนนั้นติดเรียน ปริญญาเอกอยู่ ทำให้ไม่สามารถมาลงเรียนได้….  วันเวลาก็ผ่านไป ในที่สุดก็ถูกเชิญมาพูดรุ่นที่ 2 และ 3 จนในระหว่างที่มาพูดรุ่นที่ 3 ผมก็ต้องเลิกเรียนปริญญาเอก เพราะเรียน ป.เอก ไม่สามารถมีเวลาให้กับลูกๆ ได้จริงๆ จนในที่สุดก็ต้อง ดร้อปเรียน ป.เอก ในวันที่ดร้อป ป.เอก ผมเองก็ส่งข้อความหาพี่โจ้ทันทีว่า ผมอยากลงเรียน ABC ครับ พร้อมแล้ว.!

ไม่น่าเชื่อ หลังจากประกาศรายชื่อ ABC 4 มีชื่อผมติดอยู่ในรายการอยู่ด้วย…. ดีใจมากกกก กระโดดโลดเต้นอย่างลิงโลดไปหลายวันเลย

ผมตั้งใจ เตรียมตัวมากับการเรียนหลักสูตรนี้อย่างมาก แต่ผมพลาดตั้งแต่วันแรก “มาผิดวัน” แอบงอนเลขาตัวเองมากๆ ที่ลงวันผิด (ทุกวันนี้ยังงอนอยู่เลย ทุกครั้งที่เจอเลขาผมจะแอบไปเขกใส้ติ่งเค้าเบาๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่าผมยังคงงอนอยู่นะ) เพราะเรารู้ว่า มันสำคัญมากๆ ที่จะได้มาเจอเพื่อนๆ ผมเลยต้องมาในคลาสครั้งที่ 2 หลังจากที่หลายๆ คนรู้จักและเลือกเมืองกันไปแล้ว… ผมเดินมาแบบแก่วๆ คล้ายๆ พ่อมดแกนดราฟ เข้าไปในเมืองฮอปบิทแบบเก้งๆ กังๆ  และวันน้นผมดันเสือกมาสายอีกในวันที่ 2 เดินมาที่ตึก กำลังเดินเข้าห้อง เจอสาวน้อยคนนึงที่ผม จำเธอได้ทันที เธอคนนั้นคือ น้องพราว… ลูกสาวนักการเมืองชื่อดัง… เธอมาสายเหมือนกัน หึๆ (ส่วนใหญ่ผมจะจำสาวๆ ได้ เพราะแอบติดตามคนดังๆ จาก IG ของพวกเธอมาก่อน ดีใจมากๆ จะได้มาเจอพวกเธอตัวเป็นๆ แล้ว.. สวรรค์ทรงโปรด.. โอ้วววว… )  ผมก็ทักทายเธอแบบอ่อมแอ้ม และไม่กล้าคุยเท่าไร เพราะไม่เคยคุยกับลูกสาวนักการเมืองชื่อดังมาก่อน (ตอนนั้นคิดว่าเธอน่าจะพกปืนมาเรียนด้วย…) แต่เธอก็ทักทายอย่างมาเป็นกันเอง แต่ระหว่างคุยกันก็แอบชำเลืองมองดูว่าเธอพกปืนมาจริงๆ หรือเปล่า?

image

เข้ามาในห้องนั่งเรียน ทุกคนครื้นเครง เฮฮา คุยกันกระหนุงกระหนิง เหมือนรู้จักกันมาชาตินึงแล้ว…..  ผมเหมือนพ่อมดแกนดราฟหัวหงอก ตัวเหี่ยวๆ แอบมองคนในเมืองคุยกันอย่างสนุกสนาน.. ในใจก็คิด “กูอยากสนิทกับพวกมึงจังเล้ยยยยยยย ไม่น่าพลาดครั้งแรกเล้ยยยยยยยย แสรดดดดดด….. ในใจตอนนั้นโกรธเลขาตัวเองเป็นทวีคุญ ว่าทำไมถึงทำให้เราพลาดวันแรกไปได้ ตั้งใจว่า เจอเลขาตัวเองครั้งหน้า จะเปลี่ยนจากเขกใส้ติ่ง ไปล้อชื่อแม่เค้าแทน หึๆ ผมรู้ไปแอบดูชื่อแม่ในใบสมัครงานเค้ามาแล้ว”

จนในที่สุดเค้าก็เริ่มมีการรวมเมืองกัน เมืองผมคือ “เซียงไฮ้” ผมอุทานในใจ พอเข้าไปประชุมเมือง ก็พบว่ามีการเลือกพ่อเมืองไปแล้ว และมีสมาชิกเมืองใครก็ไม่รู้เต็มไปหมด แต่รู้สึกเหมือนกับ เราเป็นหนึ่งในสมาชิกในทีมเหมือนหนัง ลอร์ดออฟเดอะริงส์ อภินิหารแหวนครองพิภพ ภาค 1 ที่จะต้องออกผจญภัยกับทีมเพื่อเอาแหวนไปทำลาย….  แต่แทนที่จะไปไอเซนการ์ด แต่ไป “จันทบุรี” แทน เอ้า ไปก็ไปวะ………..

ทริปที่เมืองจันทบุรี มันคือ Team Building ดีๆ นี้เอง…. มีด่าน มีกิจกรรม มี Quest ที่ต้องไปตามล่า ฆ่าให้หมด… แต่ต้องยอมรับว่าคนวางแผน และทำทริปเมืองจันทร์ “โคตรจะใส่ใจทุกรายละเอียด คิดทุกมุม เตรียมไว้ทุกอย่าง”  ส่วนตัวผมถือว่าทริปเมืองจันทร์คือ กิจกรรม Team Building ที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ขอคาราวะ ทีมงานทุกๆ คน ที่วางแผนงานนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ละเอียดละออ ใส่ใจในทุกจุด คิดในทุกมุม…. อยากจะไปก้มกราบงามๆ 3 ที กับทีมงานทุกๆ คน มันคือทริปที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองจริงๆ

หลังจากกลับมาจากเมืองจันทร์ ความสนิทสนมกับคนในคลาสก็เพิ่มมากขึ้น ในสมุดรายชื่อๆ เพื่อนๆ ผมแอบหยิบมาดูหลายๆ ครั้ง แอบท่องและจำชื่อหลายๆ คน แต่ก็ยังจำไม่ได้หมด … แม่งโคตรเยอะเลย จะไปจำหมดได้ไงวะ? แอบนึกในใจตอนนั้น

พอเริ่มเข้าสู่การเรียน การได้ฟังคนเก่งๆ คนชั้นยอดระดับประเทศมาเล่าถึงประสบการณ์ของตัวเอง มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ สมองซีรีบรัม (Cerebrum) ในส่วน Frontal Lobe ที่ทำหน้าที่ เกี่ยวกับกับ ความคิด ความจำ สติปัญญา เริ่มบวมเต่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากการเรียนรู้ และหลั่งไหลประสบการณ์ของคนเก่งๆ หลายๆ คนเข้าไปในสมองส่วนนี้ ช่างคุ้มค่ากับการมาเรียนจริงๆ

แต่ที่เจ๋งมากกว่าการเรียนรู้จักประสบการณ์คนเก่งๆ และผมว่ามันคือ “แกนสำคัญของหลังสูตร ABC” คือการได้รู้จัก เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มีความหลากหลายเผ่าพันธุ์ หลากอาชีพ หลากความคิด ที่ปกติการจะได้เจอคนเหล่านี้ แทบจะหายากอยู่แล้วในทุกวันนี้ และยิ่งได้เจอแบบสนิทชิดเชื่อ แบบเอาเหล้ากรอกปากให้ดื่ม แทบจะหาไม่ได้เลยในชีวิตประจำวันอย่างที่ผมดำเนินมาตลอดหลายสิบปี…. ใครจะเชื่อว่า “ผู้หญิงที่ยืนพนมมือไหว้ในภาพที่ดิวตีฟรี…..ที่สนามบิน จะมาชนเหล้ากับผม…. และที่เจ๋งกว่านั้นคือ ชนแล้วบอกให้ผมดื่มให้หมด.. แล้วพอผมดื่มหมด ตัวเองก็ลั่นลา… ไปชนกับคนอื่นต่อ… โดยที่ตัวเองแทบไม่ดื่มเลย…. ช่างเป็นเทคนิคที่ไม่ค่อยได้เห็นจากที่ไหน… เธอคนนี้ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ สมแล้วที่เป็นผู้หญิงในแนวหน้าวงการปาร์ตี้แห่งประเทศไทย… ผมนึกในใจทันที… เธอคนนี้ช่างสุดยอดจริงๆ รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง… (ไม่ต้องเดาว่าถือคือใคร) อิอิ

image

สิ่งที่ประทับในการมา ABC จริงๆ แล้วคือ “ปาร์ตี้” นี้แหละคือ ความลับของความสำเร็จของหลักสูตรนี้….. ไอ้ช่วงเวลานี้แหละ ที่ทุกคนจะถอดหัวโคน ถอดชุดปกติ แล้วใส่ชุดอะไรติ๊งต๊องๆ มาเจอกัน….. เป็นช่วงเวลาที่เราไม่สามารถทำแบบนี้ได้ในสังคมปกติ…. แต่เราทำได้ที่ ABC  และช่วงเวลานี้แหละ เป็นช่วงเวลาที่แต่ละคนจะเต็มที่ และเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการที่แต่ละคนจะได้รู้จักได้ดีมากขึ้น นอกเหนือรู้จักในห้องเรียน…… ลองถามแต่ละคนที่มา ABC สิ ช่วงเวลาที่เค้าประทับใจมากที่สุดคือช่วงเวลาไหน? ผมมั่นใจเลยว่าหลายๆ คนจะบอกว่ามันคือช่วงเวลาปาร์ตี้ ช่วงเวลาที่เราได้เฮฮา และสนุกร่วมกัน

ฉิบ… เริ่มเขียนยาวไปแล้วและมั่วมาก… รีบจบดีกว่า

จบครับ.! ขอบคุณที่ติดตาม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s