Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

ข้อดีและไม่ดีการบริหารแบบ Micro Management

leave a comment »

วันนี้กะว่าจะพูดเรื่อง Micro Managementหรือเรียกเป็นไทยว่า “การบริหารแบบจุลภาค” ให้ทีมฟัง เพราะทางญี่ปุ่นถือว่าเก่งมากเรื่องนี้

Micro Management คืออะไร?
การบริหารธุรกิจแบบมีการวางแผน กำหนดเป้าหมาย (KPI) ควบคุมทุกรายละเอียดในองค์กร ทำให้เห็นภาพรวม ไปจนถึงงานย่อยในแต่ละวัน แต่ละคนว่าทำอะไร ยังไง เท่าไร ยังไง ถึงเป้าหรือทำไมถึงไม่เป้า

ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ที่มาที่ไปได้หมด และสามารถปรับ (Optimize) การทำงานในจุดที่มีปัญหาได้ เพราะทุกอย่างถูก แผ่ออกมาหมดแล้ว จนเห็นรายละเอียดทั้งองค์กร ตั้งแต่งานเล็กๆ ของแต่ละคน (จุลภาค = micro task) ไปจนถึงงานใหญ่ๆ

 

คนญี่ปุ่นเก่งเรื่อง Micro Managment มากเพราะเค้าวางระบบ KPI มาควบคุมทุกอย่าง ทุกคน ทั้งองค์กร ทำให้เห็นภาพรวม ไปจนถึงงานย่อยในแต่ละวัน แต่ละคนว่าทำอะไร เท่าไร ยังไง ถึงเป้าหรือเปล่า และทำไมถึงไม่เป้า ทุกอย่างสามารถหาที่มาที่ไปได้หมด

แต่พอหาความรู้เพิ่มเติม พบกว่า การบริหารแบบ Micro Managment ก็มีข้อเสียอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เช่น ขาดอิสระในการคิด การสร้างสรรค์ต่างๆ, ทำให้คนที่อยู่ภายใต้การทำงาน ขาด Motivation ได้เหมือนกัน เมื่ออ่านจบ ก็ตกใจเลยทีเดียว เพราะตัวเองเริ่มเข้าสู่การเป็น  Micro Managment ไปเรียบร้อยโรงเรียนญี่ปุ่นแล้ว.!

ทีนี้เมื่อรู้ตัวเอง เราต้องกลับมา Balance แล้วว่า ในสิ่งที่ Micro Managment ดี เราควรคงไว้ เช่นการวาง KPI, การทำเป้าหมายให้เสร็จ (Get Thing Done), การสื่อสารอยู่เสมอ (Communication), การโปร่งใส่ (Transparent) ผมว่าสิ่งเหล่านี้ใน Micro Management ของญี่ปุ่นดีเลยทีเดียว แต่คงต้องเปิดให้อิสระ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และการรู้สึกเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership) ให้มากขึ้น การบริหาร Result Base Management คือมองผลลัพย์เป็นที่ตั้ง และอิสระในการบริหารจัดการ น่าจะเป็นวิธีที่น่าสนใจเลยทีเดียว.!

ขอทำการบ้านหนักๆ เรื่องนี้ แล้วขอปรับวิธีการทำงาน การบริหารให้เหมาะสมกว่านี้ครับ.!

Dealing With Micromanagement from Orlando Moreno

เจอบทความที่น่าสนใจที่น่าจะลด การบริหารแบบ Micro Management ในด้านลบไปได้เยอะเลย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถึงเวลาหยุดตัดสินใจทุกเรื่องหรือยัง

สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อผิดพลาดของผู้ประกอบการ คือ ทำการควบคุมธุรกิจเบ็ดเสร็จทุกเม็ดทุกเรื่อง ไม่ยอมปล่อยวางให้คนอื่น พูดง่ายๆว่า ปล่อยไม่ลง ปลงไม่ได้ จนทำให้คนที่ทำงานด้วยขาดการเรียนรู้ เติบโตไม่ได้ ธุรกิจไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรจะเป็น และยังมีโรคต่างๆแถมมาอีกมากเพราะความเครียด ไม่ว่าจะเป็นโรคกระเพาะ โรคหัวใจ โรคความดัน เป็นต้น  การที่จะแก้ปัญหานี้ ผู้ประกอบการต้องอยากแก้เองเพราะไม่มีตำราเล่มไหนที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ถ้่าคนไม่ต้องการที่จะพัฒนาตัวเอง ถ้าอยากเปลี่ยน อยากเอาตัวเองออกมาจาก day-to-day control แล้วให้คนอื่นช่วยบ้างก็ทำได้แน่ๆ เราลองมาดูแนวทางที่น่าจะทำได้ง่าย มีแค่ 5 เรื่องเท่านั้น
1. เลิกทำการตัดสินใจในทุกเรื่อง
ผู้ประกอบการเป็นผู้บริหารไม่ใช่หัวหน้างาน การละพฤติกรรมแบบหัวหน้างงาน คือ ต้องเลิกตัดสินใจทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับพนักงาน กระตุ้นให้พนักงานรู้จักตัดสินใจเองบ้าง อาจเริ่มด้วยเรื่องง่ายๆ เช่น การจัดอีเว้นท์ต่างๆในองค์กรก็ให้พนักงานเป็นคนวางแผน ตัดสินใจ ควบคุมดูแลทั้งหมด หลีกเลี่ยงการกระโดดเข้าไปแก้ปัญหาโดยเฉพาะตอนที่มันไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ
2. กระจายงาน กระจายอำนาจ
มันเป็นธรรมชาติของผู้ประกอบการที่จะเกี่ยวข้องไปเสียทุกสิ่งในองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องแย่เพราะมันทำให้ลงเอยเป็น micromanaging ในทุกอย่างที่พนักงานทำ  แต่ถ้าเรากระจายงาน กระจายอำนาจจริงๆแล้ว ภาระทั้งหมดนี้จะถูกแบ่งให้คนอื่นรับผิดชอบด้วย ซึ่งเป็นเรื่องดีเนื่องจากคนของเราจะมีโอกาสได้รับประสบการณ์ ได้เรียนรู้และมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น   ให้งาน ให้อำนาจมันหมุนเวียนกันในองค์กร เพื่อเราจะได้เห็นศักยภาพคนได้ชัดเจนขึ้น รู้ว่าใครทำอะไรได้แค่ไหน ใครเก่งอะไร ใครเหมาะกับงานไหนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรมาก
3. เชื่อมคนเข้ากับเป้าหมายองค์กร
ถ้าคิดว่าตัวเองจะว่างก็ทำในสิ่งที่ควรทำ คือ ฟูมฝักให้เกิดการหลอมรวมเป้าหมายกันในองค์กร คนทำงานทุกคนจะรู้สึกทุ่มเทกับการทำงานในองค์กร ถ้าเป้าหมายของคนสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ผู้ประกอบการคงต้องหยุดเรื่องเล็กๆน้อยๆเสียทีเพื่อฟังเสียง เพื่อรับรู้และเข้าใจเป้าหมายของคนด้วยหน้าที่ของเราไม่ใช่จัดการทุกเรื่อง แต่ต้องจัดการเชื่อมประสานเป้าหมายของคนกับองค์กรให้ได้
4. เปิดเผยโปร่งใสเรื่องตัวเลข
อย่าวุ่นวายกับการปกปิดตัวเลข ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเก็บงำความลับเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและการทำกำไรขององค์กร  มันเชยไปแล้วที่จะทำให้มันเป็นความมืดมนสำหรับพนักงาน  ยิ่งให้ข้อมูล ให้คนรับรู้เรื่อง financial data อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม มันเป็นการสร้าง ownership ที่จะทำให้คนในองค์กรอยากจะปรับปรุงการทำงานและกระตือรืนล้นในการพัฒนาในฐานะที่ลงเรือลำเดียวกัน
5. สร้างทีมเสือที่บริหารจัดการตัวเองได้
ให้อำนาจคนในองค์กรที่จะจัดการงานของตัวเอง ตั้งทีมหลายๆทีมทำโครงการต่างๆในองค์กรและให้อำนาจ แบ่งความรับผิดชอบให้ชัดเจน ให้ทีมบริหารจัดการกันเองตั้งแต่การวางแผน การกำหนดระยะเวลา กำหนดงบประมาณรวมถึงระบบการทำงานเอง  แบบนี้เท่ากับเป็นการเติมเชื้อไฟความตื่นเต้นให้กับคนในองค์กร ทำให้คนอยากทำงาน
ลองถามตัวเองว่า…ถ้าเราไม่ได้เข้าสำนักงานสักหนึ่งปี องค์กรยังจะอยู่ได้ไหม คนของเราสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ไหม คนของเรามีศักยภาพมีอำนาจพอที่จะขับเคลื่อองค์กรโดยไม่มีเราได้หรือไม่ ถ้าคำตอบที่ได้ คือ ไม่มีทาง มันแปลว่าถึงเวลาที่เราต้องหยุดตัดสินใจทุกเรื่องได้แล้ว

Written by pawoot

2015/01/13 at 7:59 AM

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: