Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

ไปญี่ปุ่น ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

leave a comment »

เอ่อ Blog นี้เอาไว้ Note สำหรับข้อมูลสำหรับไปญีปุ่นครับ คือช่วงนี้ผมไปญี่ปุ่นหลายครั้ง และทุกครั้งต้องมานั่งหาข้อมูลประจำ เลยเปิด Blog เอาไว้เพื่อเก็บข้อมูลที่หาเจอมาจากแหล่งต่างๆ

ข้อมูลทั่วไปที่น่าสนใจ

สรุปให้เลยนะครับว่าไปญี่ปุ่น หรือต่างประเทศต้องทำอะไรบ้าง?

คุณควรจะเอามือถือไปครับ แต่การเอามือถือไปญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องยากเพราะเค้าไม่มีซิมขายตาม 7-11 แบบบ้านเรา ดังนั้นวิธีการเอามือถือไปใช้ต่างประเทศ

1.) เปิดโรมมิ่ง (Roaming) มือถือที่คุณใช้อยู่ไป

  • เปิดไปเลยครับ Package Internet Data Roaming ของมือถือคุณ เพราะมันจะคุ้มมากๆ วันละ 2-3 ร้อยบาท เดียวมาดูกันว่าทำไมคุ้ม
2.) ซื้อซิมจากเว็บญี่ปุ่น แล้วไปรับที่สนามบิน หรือให้ไปส่งที่โรงแรมที่ญี่ปุ่น
  • ไปซื้อซิมได้ที่เว็บ ขายซิมที่ญี่ปุ่น เลือกแพ็กเกจที่เราเหมาะกับเรา (ระวังใช้ได้เฉพาะ Data เพียงอย่างเดียวเท่านั้น)
  1. แล้วไปอ่านบทความนี้เลยครับ แล้วคุณจะพบกว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ  มือถือจะเป็นมากกว่ามือถือมากๆครับ
  2. หรือไปดู VDO แนะนำการใช้แอพบนมือถือ เวลาไปต่างประเทศได้ที่ http://www.youtube.com/upkaban ได้เลยครับ

3.) ประสบการณ์เช่า Pocket Wi-Fi Router (ต่อเน็ตแบบ WiMAX) ที่ญี่ปุ่น ของ MK

 

โทรจากญี่ปุ่นกลับไทย

การโทรจากญี่ปุ่นกลับไทยเข้ามือถือมีหลายวิธี

  1. ใช้บัตรโทรทางไกล (Calling Card) ใช้สามารถโทรกลับไทยได้ โดยจะเป็น International Calling Card วิธีการคือ ใช้โทรศัพท์ท้องถิ่นโทรเข้าไปที่ Call Center ของเมืองๆ นั้น แล้วก็กด PIN ที่ได้มา จากนั้นก็จะโทรกลับเมืองไทยให้ ตอนนี้มีผู้ให้บริการหลายแห่ง ลองเปรียบเทียบดูละกันนะครับ
  2. โทรจาก Skype.com แต่ต้องใช้ผ่านคอมและโปรแกรม Skype
    – จะซื้อแต้มแล้วเติมเงินเพื่อใช้โทรกลับเข้าโทรศัพท์มือถือ หรือบ้านก็ได้
    – จ่ายเหมาเป็นรายเดือนก็ได้ โทรได้ทั่วโลก
  3. www.voipdiscount.com โทรฟรีผ่านเว็ป ครั้งแรกให้โทรฟรี1ชม ไม่จำกัดจำนวนต่อไปให้เติมเงิน 10 Euro แต่โทรฟรี 12 0วัน ถ้าหมด120วันจะคิดตามจริงแต่ถูกมากๆ ระยะการโทรฟรีคือไม่จำกัดเวลาและจำนวนครั้งที่โทร หรือโทรฟรีเลยแต่จะตัดทุก5นาที (อันนี้อาจจะลำคาญว่าคุยขาดตอน) –“ส่งข้อความ SMS ได้ ราคาที่0.05euro ก็จะโชว์เบอร์ว่าส่งจากมือถือของเราเองลองใช้ฟรีดูก่อนถ้าไม่ชอบก็ไม่เสียหายค่ะ เพื่อนใช้อันนี้อยู่ทางเมืองไทยก็บอกว่าเสียงชัดแจ๋วดี ” ” เราจ่าย10euroใช้อยู่6เดือนค่ะ ^___^ ถ้าไม่ชอบโทรคุยด้วยคอมพิวเตอร์ก็ใช้ โทรศัพท์บ้านเป็นตัวต่อได้ ก็เสีย 0.05euro

บริการเช่ามือถือไปที่ญี่ปุ่นจากเมืองไทย โทรศัพท์มือถือรับสายฟรีในประเทศญี่ปุ่น (Pupuru)

หมดปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการใช้โทรศัพท์ภายในญี่ปุ่นเพื่อโทรติดต่อภายในญี่ปุ่นหรือโทรออกต่างประเทศกับบริการเช่าเครื่องจาก Pupuru ที่คุณสามารถทราบหมายเลขโทรศัพท์เพื่อแจ้งให้บุคคลที่ต้องการติดต่อทราบล่วงหน้า และรับเครื่องได้ทันทีเมื่อเดินทางถึงที่พักในคืนวันแรก ส่วนค่าบริการคิดเพียงแค่ค่าโทรออกในอัตราพิเศษ 180 เยน/นาทีเท่านั้น ส่วนการรับสายเข้าไม่เสียค่าบริการแต่อย่างใด

รับรองถูกกว่าการเปิดโรมมิ้งแน่นอนรับประกัน เมื่อท่านไปถึง ณ โรงแรม เจ้าหน้าที่จะมอบซองซึ่งประกอบด้วยโทรศัพย์พร้อมใช้งาน แบตเตอร์รี่ และ คู่มือการใช้ ในแผ่นสีส้มด้านล่างจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่จะแจ้งให้ท่านทราบก่อนเดินทาง ประมาณ 4-5 วัน รับสายเข้าไม่มีค่าจ่ายแน่นอน Confirm !!!

***การคืนเครื่องสามารถคืนที่ตู้ไปรษณีย์ หรือ Post Office ทุกๆที่ในประเทศญี่ปุ่น กรุณาอย่านำกลับมาที่ประเทศไทย มิเช่นนั้นจะถูกปรับ***

หากท่านใดมีความประสงค์ต้องการใช้บริการดังกล่าว สามารถติดต่อโดยตรงที่ตัวแทนผู้ให้บริการในประเทศไทยต่อไปนี้

Accord Travel Service Co.,Ltd.
โทร. 02-234-9595
เว็บไซต์ www.japanonsales.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538967544&Ntype=1

Compax World
โทร. 02-295-4919
เว็บไซต์ www.CompaxWorld.Com

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pupuru.com/en

 

วิธีการทำคำนวนจากเงินเยนเป็นเงินบาท

วิธีการคิดเงินตามอัตราค่าเงินนั้นจากเงินเยน เป็นบาท และ บาท เป็น เยน หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าแหม.. เรื่องมด ๆ แต่ว่าคนที่ไม่รู้วิธีคิดแล้วเมลล์มาถามแอนจังก็มีไม่ใช่น้อยนะคะ … (ค่าเงินขณะนี้คือ 100 บาท เท่ากับ 38 เยน) ปรกติเงินเยนญี่ปุ่นจะต้องมีเลขมากกว่าเงินไทยคือ 100 เยน = 38 บาท

จากเงินเยน >>> เงินบาท
สูตรคือ จำนวนเงินเยน x 0.38
หากต้องการซื้อของราคา 10,000 เยน 
คิดเป็นเงินไทยเท่ากับ 10,000 เยน x 0.38 = 3,800 บาท
เพราะฉะนั้นเงิน 10,000 เยน จะแลกเงินไทยได้ 3,800 บาท

จากเงินบาท >>> เงินเยน 
สูตรคือ จำนวนเงินบาท ÷ 0.38 
หากต้องการแลกเงิน 10,000 บาท เป็นเงินเยน
ก็จะเท่ากับ 10,000 บาท ÷ 0.38 = ประมาณ 26,315 เยน
เพราะฉะนั้นเงิน 10,000 บาท จะแลกเงินเยนได้ประมาณ 26,315 เยน 

แต่สำหรับใครที่ ยัง งง ๆ ก็ลองคลิ๊กเข้าไปในเว็บนี้นะคะ ง่ายสุด ๆ http://www.x-rates.com/calculator.html

เช่ามือถือที่สนามบินนาริตะ

ตย ของ บ.air นี้ก็คิดค่ารับฟรี  แต่โทรออกในประเทศนาทีละ 100 เยน
http://www.air-s.biz/Cell%20Phone.html

ถ้า softbank ก็่นาจะโอเคกว่านะครับ  โทรออก ในประเทศ นาทีละ 105 เยน รวม vat  รับไม่เสียเงิน
http://www.softbank-rental.jp/en/price/

ดูข้อมุลตำแหน่งของผู้ให้บริการแต่ละแห่งที่สนามบินนาริตะได้ที่
http://www.narita-airport.jp/en/guide/service/list/svc_19.html


เช็กบริการ Roaming ของค่ายมือถือ

วิธีโทรศัพท์กลับประเทศไทย หรือโทรออกนอกประเทศญี่ปุ่น

1. สังเกตว่าที่เครื่องโทรศัพท์นั้น รองรับทางไกลต่างประเทศหรือมีคำว่า International หรือไม่ ( ถ้าไม่มีให้หาเครื่องใหม่ได้เลย )
2. ยกหูโทรศัพท์และฟังเสียงสัญญาณ จากนั้นจึงหยอดเหรียญหรือเสียบบัตรโทรศัพท์ และกดหมายเลข โดยต้องใส่ รหัสของผู้ให้บริการ + 010 + รหัสประเทศ ( ประเทศไทยใช้-รหัส 66 )
+ หมายเลขที่ต้องการ ” เช่นต้องการใช้บริการของ NTI ( รหัส 0033 ) เพื่อโทรศัพท์กลับประเทศไทย ที่สถานกงสุลญี่ปุ่นหมายเลข 0-2259-04XX
ให้กด ” 0033010660225904XX” เสร็จแล้วรอสายหรือกดปุ่ม Call เพื่อยืนยันว่าได้กดหมายเลขครบถ้วนแล้ว
3. ที่หน้าจอจะบอกเวลาที่ใช้โทรศัพท์ได้คร่าวๆ ถ้าเหลือประมาณ 20 วินาทีจะมีเสียงเตือนให้หยอดเหรียญเพิ่ม หรือถ้าเป็นบัตรก็ให้เปลี่ยนใหม่
โทรศัพท์บางเครื่องจะใช้โทรศัพท์อีกแบบหนึ่ง ที่เรียกว่า IC Card จะเป็นเครื่องสีส้ม หรือมีคำว่า IC เห็นเด่นชัด ซึ่งเครื่องพวกนี้ก็ต้องใช้บัตร IC Card คะ จะใช้บัตรแบบธรรมดา
ทั่วไปไม่ได้
บัตร์ IC Card นั้น ก่อนใช้ต้องหักออกตามรอยที่บุไว้ เวลาจะใช้ก็ให้หันด้านที่พิมพ์ลายสวยๆ เข้าไปทาบใน่ช่องเสียบบัตร์ แล้วก็กดโทรได้ตามปกติคะ

วิธีการรับสายจากเมืองไทยจากเบอร์มือถือคุณในเมืองไทย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อเราต้องเดินทางไปต่างประเทศ เราก็คงไม่ยากพลาดโทรศัพท์ต่างๆ ที่โทรเข้ามาหาเรา แต่การรับโทรศัพท์ในต่างประเทศนั้น ค่าใช้จ่ายมันแพงเหลือเกินครับ เพราะแค่รับก็เสียแล้ว ผมก็เลยลองมานั่งคิดถึงวิธีการรับสายจากเมืองไทยอย่างไรให้ประหยัดที่สุด

  1. เปิดโรมมิ่งจากเมืองไทย
    อันนี้ง่ายมากเปิด โรมมิ่งจากเมืองไทยเลย แต่มันค่อนข้างจะแพงนะครับสายเข้า > มือถือ (เปิดโรมมิ่งไว้แล้ว)เสียค่าโทร : รับ-โทรออกแพงมาก
  2. Forward Call (หลายต่อมาก)
    วิธีการนี้ค่อนข้างซับซ้อน และส่งต่อหลายขั้นตอนมาก แต่ก็น่าสนใจสายเข้า > มือถือ (Forward ไปเบอร์ VOIP) > VOIP (โทร ตปท. ราคาถูก Foward ไปมือถือ Japan) > มือถือ Japan (เช่า)เสียค่าโทร
    – ค่าโทรปกติ (นาทีละไม่กี่บาท เพราะเป็น Rate ที่รับในประเทศ)
    – ค่า VOIP (เช่าเบอร์เอา)
    – ค่าเช่ามือถือที่ญี่ปุ่น (ไม่เสียค่ารับสาย)
    ข้อดี : ราคาถูก
    ข้อเสีย : แต่การติดตั้งยาก ต้องหาเบอร์ VOIP ที่สามารถ Forward เบอร์ไป ต่างประเทศได้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การเดินทางด้วยรถไฟ

  • ถ้าไปเที่ยวและเดินทางเยอะๆ แนะนำให้ซื้อ JR Pass เป็นบัตรที่สามารถเดินทางเหมาได้ในญี่ปุ่นได้เลย JAPAN RAIL PASS หรือ “JRP” เป็นตั๋วราคาพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะมาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น JRP แบ่งเป็นสองชนิดคือ :
    1.GREEN (สำหรับชั้น First Class Green Car)
    2.ORDINARY (สำหรับชั้น Tourist Class)
    * สำหรับในไทย หาซื้อได้ตามพวก Tour Agent ได้ครับ
    Type:
    Green
    Ordinary
    Duration
    Adult
    Child
    Adult
    Child
    7-day
    37,800 YEN
    18,900 YEN
    28,300 YEN
    14,150 YEN
    14-day
    61,200 YEN
    30,600 YEN
    45,100 YEN
    22,550 YEN
    21-day
    79,600 YEN
    39,800 YEN
    57,700YEN
    28,850 YEN
    คุณสมบัติของผู้ซื้อตั๋ว JRP
    1.ผู้ที่มิได้ถือสัญชาติญี่ปุ่นและมีวีซ่าประเทศญี่ปุ่นประเภทชั่วคราวเท่านั้น! (TEMPORARY VISITOR)
    2.ผู้ถือสัญชาติญี่ปุ่นที่สามารถซื้อ JRP ได้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    2.1 พำนักอาศัย ณ ต่างประเทศเป็นการถาวร
    2.2 สมรสกับชาวต่างชาติและพำนัก ณ ประเทศนั้นเป็นการถาวรเอกสารที่ต้องใช้ในการซื้อบัตร JAPAN RAIL PASS
    1. สำเนาหนังสือเดินทาง
    2. สำเนาวีซ่าประเทศญี่ปุ่น ประเภทชั่วคราว (TEMPORARY VISITOR)
    * ผู้ถือหนังสือเดินทางที่ได้รับการยกเว้นมิต้องขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่น ให้ใช้สำเนาหนังสือเดินทางเท่านั้นขั้นตอนและข้อจำกัดของการใช้ตั๋ว JAPAN RIAL PASS
    *เมื่อมีการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทฯ จะออกเอกสารสำหรับนำไปใช้แลกเปลี่ยนเป็นตั๋ว JR
    * เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว กรุณานำเอกสารที่ทางบริษัทฯ ออกให้ไปใช้แลกเป็นตั๋ว JR
    ณ สถานีแรกที่จะใช้บริการ พร้อมแสดงหนังสือเดินทางและวีซ่าประเภทชั่วคราวต่อเจ้าหน้าที่
    (เอกสารที่ทางบริษัทฯ ออกให้ ไม่สามารถนำไปใช้เป็นตั๋ว JR)
    * วันหมดอายุของตั๋ว JR จะขึ้นอยู่กับประเภทตั๋วที่ซื้อคือ 7 วัน 14 วัน และ 21 วัน โดยจะเริ่มนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้บริการตั๋ว JR
    * ตั๋วจะมีอายุ 3 เดือนนับจากวันที่ทางบริษัทฯ ออกเอกสารสำหรับใช้เปลี่ยนเป็นตั๋ว JR
    ให้ หากไม่มีการใช้ตั๋วภายในระยะเวลา ดังกล่าว เอกสารนี้จะกลายเป็นโมฆะ ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก หรือ ไม่สามารถนำกลับมาทำ REFUND คืนได้
    * บัตรนี้สงวนสิทธิ์เฉพาะชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
    * ตั๋วนี้ใช้ได้กับบริการของ JR RAILWAY GROUP ทุกประเภท โดยสังเกตสัญลักษณ์ “JR” เป็นสำคัญ
    (ยกเว้นรถไฟ ชินคันเซนแบบ NOZOMI, รถไฟแบบ SUPER-EXPRESS และ LIMITED-EXPRESS)
    * บัตรนี้ไม่สามารถซื้อได้ในประเทศญี่ปุ่นข้อควรระวัง
    * การนำใบแลกเปลี่ยนตั๋วของบริษัท แลกเป็นตั๋ว JR ต้องแสดงหนังสือเดินทางกับเจ้าหน้าที่ หากวีซ่าของท่าน ระบุวัตถุประสงค์ในการเดินทางเป็นอย่างอื่น อาทิ TRAINEE, ENTERTAINER หรืออื่นๆ นอกเหนือจาก TEMPORARY VISITOR ท่านจะไม่สามารถแลกตั๋วได้ข้อมูลเพิ่มเติม – http://www.japanrailpass.net


    10 อันดับของฝากยอดนิยมจากโตเกียว
     
    เรียบเรียงโดย : ทีมงาน marumura.com


    10 อันดับของฝากยอดนิยมจากโตเกียว

    อันดับ 10 Tokyo Banana Nokurobe (東京ばな奈の黒ベエ) เป็นอีกหนึ่งของฝากจาก Tokyo Banana จุดเด่นอยู่ที่ความเข้มข้นและรสขมนิด ๆ ของเค้กฟองน้ำรสโกโก้ที่ห่อหุ้มครีมคัสตาร์ดรสกล้วย

    อันดับ 9 Youkan (羊羹) เป็นขนมหวานดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อของโตเกียว ตั้งแต่สมัยเอโดะ ทำจากถั่วแดง และวุ้นYoukan มีหลายประเภท ถ้ามีส่วนผสมของวุ้นมาก เหนียว ๆ หน่อยก็จะเรียกว่า Neri Youkan「煉羊羹」ถ้ามีส่วนผสมของวุ้นน้อย นุ่มๆ หน่อยก็จะเรียกว่า Mizu Youkan「水羊羹」ในโตเกียวมีร้านขนม Youkan ที่เก่าแก่และขึ้นชื่ออยู่หลายร้าน เป็นขนมมาตรฐานอีกหนึ่งอย่างของคนญี่ปุ่นที่นิยมซื้อเป็นของฝากจากโตเกียวกัน

    อันดับ 8 Imo Youkan (芋羊羹) ขนม Youkan อีกชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมหลักเป็นมันเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี มันแต่หัวจะผ่านการปอกเปลือกด้วยมือทีละหัว และไม่ใช้สารกันบูดหรือสารให้ความหอมใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนผสมจะมีแค่มันเทศ น้ำตาลและเกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    อันดับ 7 Goma Tamago (ごまたまご) เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของ แป้งเค้ก Castella ที่ห่อหุ้มงาดำกวน แล้วก็เคลือบด้วยช็อกโกแลตขาวอีกที จากนั้นก็ปั้นให้เหมือนกับไข่ เป็นขนมที่คนโตเกียวคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

    อันดับ 6 Age Manju (揚げ饅頭) ถ้าเทียบกับบ้านเราแล้วมันก็คือ “ซาลาเปาทอด” นั่นเอง ต่างกันตรงที่ของญี่ปุ่นเค้าจะเป็นไส้ถั่วแดง

    อันดับ 5 Dorayaki (どらやき) ขนมที่เราคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดีเพราะเป็นขนมสุดโปรดของเจ้าแมวเหมียวสีฟ้า โดราเอมอนนั่นเอง จริงๆ แล้ว Dorayaki เป็นขนมดั้งเดิมของญี่ปุ่นมีมาตั้งแต่ปี 1914 แล้ว แป้งนุ่มๆ ที่ห่อหุ้มไส้ถั่วแดงไว้นั้น เป็นแป้งเค้ก Castella ผสมกับน้ำผึ้ง บวกกับไส้ถั่วแดงที่ทั้งหอมและหวาน ทำให้ Dorayaki เป็นของฝากของจังหวัดโตเกียวในลำดับต้นๆ

    อันดับ 4 Karinto (かりんとう) ขนมเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 1600-1700 ทำจากแป้งสาลีที่ปั้นเป็นแท่งเล็ก ๆ แล้วนำไปทอด และเคลือบด้วยน้ำตาล  เดิมที Karinto จะเคลือบด้วยน้ำตาลทรายขาวซึ่งถือว่าเป็นเครื่องปรุงชั้นสูงที่หาได้ยากในสมัยนั้น เมื่อขนม Karinto ได้แพร่หลายสู่สามัญชนทั่วไปก็มีการนำน้ำตาลดำมาใช้แทน และก็ได้รับความนิยมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

    อันดับ 3 Ningyo Yaki (人形焼)  ขนมยอดนิยมอีกอย่างที่ทำจากแป้งเค้ก Castella ไส้ถั่วแดง ถ้าใครได้ไปเที่ยววัด Asakusa น่าจะได้เห็นขนม Ningyo Yaki นี้ เพราะเป็นของฝากขึ้นชื่อของที่นี่เลย ปัจจุบันแป้งเค้กที่ใช้ก็จะดัดแปลงให้มีรูปร่าง หน้าตาเป็นลายการ์ตูนน่ารักๆ ด้วย

    อันดับ 2 Kaminariokoshi (雷おこし) ของฝากขึ้นชื่อของ Asakusa เช่นเดียวกัน เป็นข้าว ธัญพืชทอดกรอบกับน้ำตาล ของฝากที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโตเกียวกันเลยทีเดียว

    อันดับ 1 Tokyo Banana Mitsuketa (東京ばな奈「見ぃつけたっ」) ขนมยอดนิยมตลอดกาลของโตเกียว เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนญี่ปุ่นด้วย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก Tokyo Banana เป็นขนมที่ทำจากเค้กฟองน้ำนุ่มๆ ที่ห่อหุ้มครีมคัสตาร์ดรสกล้วยที่ทั้งหอมและหวาน เป็นการนำรสชาติของผลไม้มาปรุงเป็นขนมได้อย่างลงตัวที่สุด

    เรียบเรียงโดย : ทีมงาน www.marumura.com
    ขอบคุณข้อมูลจาก : http://gurutabi.gnavi.co.jp

Written by pawoot

2010/05/02 at 8:29 PM

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s