Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

23/11/06 โชคดีครับ ขอบคุณครับ

leave a comment »

23/11/06 โชคดีครับ ขอบคุณครับ

วันนี้ได้บทเรียนธรรมะข้อหนี่งที่น่าสนใจจากท่าน อากิ น่าลองไปใช้กับชีวิตมาก และช่วงเย็นได้ช่วยหลวงพ่อทำโครงการต่างๆ ที่หลวงพ่อได้คิดเอาไว้ หลวงพ่อท่านเป็นจอมโปรเจ็กคนนึงเลยทีเดียววันนี้ตื่นมาออกบิณฑบาตรตามปกติ กลับมาก็ฉันอาหารเช้า หลังฉันเช้าเสร็จ ท่านอาจารย์หนูพรม ก็บอกให้พระไปช่วยกันกวาดถนนภายในวัด เพราะพรุ่งนี้จะมี โรงเรียนอนุบาลหมีน้อย มาปฏิบัติที่วัด ระหว่างที่กำลังล้างบาตร ท่านกตกับท่านต้อม ก็ให้เริ่มถ่ายรูปกิจวัตรของพระ  เพื่อเอาไปลงเว็บไซต์ของวัด (กำลังเห่อกันอยู่) มีแซวๆ กันว่าใครได้มีรูปลงในเว็บไซต์คงดังแน่ๆ ฮ่าๆๆ เลยขอให้เรียกถ่ายกันใหญ่

ในระหว่างที่ออกไปกวาดถนน ก็จะมีท่านอากิ (พระญี่ปุ่น) ก็ได้สอนธรรมะอะไรหลายๆ อย่าง และยกตัวอย่างให้ฟังหลายๆ เรื่อง มีข้อคิดที่สามารถประยุกต์กับการทำธุรกิจได้หลายๆ อย่าง ท่านอากิบอกว่า หากเราโชคร้ายหรือเจอสิ่งที่ไม่ดี ให้บอกกับตัวเองว่า “โชคดี” หากเราเจอสิ่งๆดีๆ ให้บอกับตัวเอง และผู้ที่ให้ว่า “ขอบคุณครับ” แค่นี้ชีวิตเราก็จะมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาหา ท่านให้ท่องว่า “โชคดีครับ ขอบคุณครับ” ท่องเอาไว้ประจำ ท่านอากิตั้งใจสอนมาก ท่านอากิ เป็นพระญี่ปุ่น ที่มาบวชที่เมืองไทย 15 ปีแล้ว ขยันมาก

หลังจากกวาดถนนเสร็จ ก็มีน้ำปานะ มาให้ฉันกันตั้งแต่ช่วงเช้าหลังจากกวาดเสร็จ แล้วก็กลับไปที่กุฏิคอมพิวเตอร์ เพื่อนั่งทำงานต่อ พอดีเมื่อวานท่านกตได้เอา VDO ของท่านหลวงพ่อ ตอนเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ตอนที่ท่านหลังจากที่ท่านบวชที่เมืองไทยแล้ว ท่านได้เดินทางกลับไปเดินธุดงค์ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่โตเกียวถีงนาริตะ ระยะทาง 1000 กิโลด้วยเท้ากับอาจารย์ยานะ (พระญี่ปุ่นอีกท่าน) โดยในระหว่างเดินทางก็มีสถานีรายการทีวี NHK มาถ่ายทำสารคดี เป็นสารคดีที่ทำเกี่ยวกับหลวงพ่อในการเดินทางครั้งนี้ ทำดีมากๆ ระหว่างเดินทางไปช่วงแรกๆ ก็ไม่มีคนเข้าใจว่า ต้องใส่บาตรให้กับพระ ก็เลยได้อาหารบ้างและไม่ได้บ้างบางวัน วิธีการไปขอบิณฑบาตรคือ ต้องไปยืนอยู่หน้าบ้านคนหรือร้านค้าเฉยๆ เพราะพระไม่สามารถ ไปขอหรือบอกให้โยมช่วยถวายของให้ เพราะจะอาบัติ โยมจะต้องเป็นผู้ถวายด้วยความตั้งใจของตัวเอง ดังนั้นจีงเป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับการไปบิณฑบาตรในประเทศหรือพื้นที่ๆ ไม่รู้จักธรรมเนียมของการใส่บาตร นั่งๆ ดูอยู่ซักพักก็รู้สีกง่วง ก็เลยกลับไปพักผ่อนที่กุฏิ

ตื่นมาอีกทีก็ช่วงบ่าย ก็ออกไปทำกิจวัตรโดยไปกวาดถนนที่หน้าหอฉัน เสร็จแล้วเจอเณรตาม ก็เลยคุยกันเรื่องงานปฏิทินของทางวัด ซี่งสรุปว่าโทรไปหาที่มูลนิธิที่กรุงเทพดีกว่า ว่าจะทำยังไงต่อดี สรุปว่าหลังจากโทรไปคุยกับที่มูลนิธิเค้าบอกว่าไม่ต้องทำแล้ว เพราะมันใกล้ปีใหม่มามากแล้ว ทำคงทำไม่ทัน ก็เลยหยุดการทำ และก็ไปฉันน้ำปานะ หลังจากนั้นก็แวะไปออกกำลังกายซักพัก ก่อนกลับมามาอาบน้ำ

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ท่านอากิมาตามบอกว่ามีคนมาบริจาค โปรเจ็กเตอร์ให้กับทางวัด โดยโปรเจ็กนี้เตอร์นี้ทางหน่วยงานราชการเค้าเอามาบริจาคเพราะ มันเก่าแล้ว แต่ก็ยังใช้งานได้ อาตมาก็เลยเอา Notebook ไปต่อ ดูก็สามารถดูได้ หลังจากนั้น ก็เลยเปิดงานเว็บไซต์ที่ทำให้หลวงพ่อดู หลวงพ่อก็เล่าให้ฟังต่อว่า ตอนนี้มีโปรเจ็กอะไรบ้าง เล่ามาหลายโปรเจ็กเลย และบอกว่าให้เอาข้อมูลของโปรเจ็กต่างๆ ขอวัดขี้นแสดงที่เว็บไซต์ด้วย ก็นั่งจดข้อมูลโปรเจ็กต่างๆ จากหลวงพ่อซะมากมายเลยทีเดียว ซักพักท่านอาจารย์หนูพรม ก็เดินมาบอกให้ลองเปิดหนัง CD ของวัดที่ประเทศไต้หวัน ผ่านโปรเจ็กเตอร์ให้ดูกันหลายๆ คน หลังจากเปิดดูแล้ว ทุกคนต่างตกใจเพราะวัดๆ นี้เป็นวัดที่ยิ่งใหญ่มากๆ ในวัดหรูมาก เหมือนโรงแรมห้าดาวเลย มีโรงเรียน มีห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด สอนทำอาหาร ห้องทำสมาธิ อย่างหรูอลังการมาก คล้ายๆ กับวัดธรรมกาย ที่มีเกือบทุกอย่างภายในพื้นที่ของวัด หลังจากนั้นก็ดู CD เรื่องประเทศธิเบต ว่าประเทศนี้ ศาสนากับประชาชนอยู่ใกล้ชิดกันขนาดไหน

ในระหว่างดูๆ อยู่ก็มีโทรศัพท์จากทางบ้านโทรเข้ามาที่วัด บอกว่าอาจจะเลื่อนวันสีกเข้ามาเร็วขี้นเป็นวันอาทิตย์ที่  26 นี้เพราะไม่มีฤกษ์สีกเลย ถ้าจะมีอีกทีก็ไปวันที่ 1 เลยซี่งเกินกำหนดและติดงาน ดังนั้นจะต้องมารับกลับไปที่วัดท่าเรือในวันเสาร์ที่  25 นี้ก่อนจะสีกวันที่ 26 ซี่งทำให้อาตมาเหลือเวลาอยู่ที่วัดนี้อีกเพียง 2 วันเท่านั้น หลังจากคุยจบก็กลับมาดู CD ต่อ นั่งๆ ดูอยู่ โยมโดโด้ก็เข้ามาดู และก็มานั่งร่วมคุยด้วย และบอกว่าอาจจะรบกวนอาตมาหลังสีกไปแล้วให้ช่วยทำใบประกาศณียบัตรของทางวัดให้ด้วย อาตมาก็บอกว่า ให้แวะมาที่ office ละกัน เดียวจะทำให้หลังจากสีกไปแล้ว พวกเรานั่งดู CD 2 เรื่องนี้จน 4 ทุ่มกว่า อากาศเริ่มหนาว

หลังจากจบทุกคนก็แยกย้ายกันไปนอน อาตมาก็กลับไปทำงานต่อ เพราะเหลือเวลาอีกไม่นานต้องกลับแล้ว และเมื่อช่วงเย็น อาจารย์หนูพรมก็เพิ่งให้เอากฏระเบียบการบวชที่วัดนี้ พิมพ์ลงเว็บไซต์อีก อาตมาเลยนั่งทำงานจนเกือบตี 2 ก่อนจะเดินกลับไปที่ที่กุฏิ ซี่งเดินออกมา โดยระหว่างทางเดินกลับมาที่กุฏิมันมืดมากๆ มืดแบบแทบเหมือนปิดตาเลย ถ้าไม่มีไฟฉายคงจะแย่ ยิ่งคืนนี้เป็นคืนเดือนหงายด้วย หลังจากกลับไปกุฏิแล้วก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ นอน

Written by pawoot

2006/11/23 at 11:45 PM

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s