Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

6/11/06 เริ่มวิถีวัดป่า

with one comment

6/11/06 เริ่มวิถี วัดป่า

วันนี้ตื่นขี้นมาตอนตี 2.40 และก็รีบมาล้างหน้าแปรงฟัน อากาศหนาวมาก ลงมาที่ 14 องศา ทุกอย่างมืดหมด เพราะกุฏิอยู่ในป่า ต้องเดินออกมาจากป่า แล้วไปที่ลานธรรม เพื่อทำวัดเช้าตอนตี 3 ซี่งโชคดีคืนช่วงนี้เป็นคืนมีพระจันทร์ พอเห็นทางเดิน อยู่บ้าง แต่ก็ต้องใช้ไฟฉายอยู่ดี รอบๆ ทีนั้นเงียบมาก ไม่น่าเชือว่าคนอื่นๆ จะตื่นหมดแล้ว เพราะมันเป็นสภาพป่าทั้งหมด ทางเดินเป็นทางปูนเล็กๆ แต่พอไปถีงที่ลานธรรม เค้าก็เริ่มสวดกันแล้ว สวดไปจนจบก็นั่งสมาธิกันต่อ
DSC02326
ภาพ ลานธรรม

เราทำวัดกันจนถีงตี 4 แล้วก็มาเตรียมตัวออกไป บิณฑบาตรกัน โดยจะแบ่งออกเป็นสายๆ – สายลิ่นถิ่น, สายป้าสุนันท์, สายท่าเตียน

โดยอาตมาได้เดินบิณฑบาตรสายลิ่นถิ่น ซี่งลิ่นถิ่นเป็นตำบลใกล้ๆ ที่การเดินทางไป พระต้องออกเดินทางเท้าเปล่าไปตามทางถนนที่มีขุขระมีเศษหินเศษกรวดเต็มไปหมด (เดินยากกว่าที่ผ่านมา) เพราะจากวัดเดินไปถนนใหญ่ ระยะทางประมาณ 3 กิโล เราเดินออกมาตั้งแต่ตี 5 เกือบ 6 โมง เดินทางผ่านถนนที่เงียบสงัด ผ่านป่าเขา ต้นไม้ และเสียงจั๊กจั่นร้องกันตลอดทาง ช่วงนี้หมอกลงจัดมากๆ บรรยกาศโดยรอบตอนเดินออกมาจากวัดเพื่อบิณฑบาตร สวยงามมาก ภาพพระใส่จีวรสีเหลืองเข้มตัดกับ ภาพป่าสีเขียว

DSC03225
ภาพป้ายชื่อวัด (ถ่ายตอนเช้าตอนออกบิณฑบาตร)
DSC03229DSC04078
ภาพทางเดินออกไปที่ถนนใหญ่หน้าวัด ผ่านป่า และอากาศหนาว หมองลงจัด

อาตมาเดินออกมากับท่านลี่ และท่านหมู  เท้าอาตมาค่อนข้างระบมเลยทีเดียว วิธีการเดินที่ไม่ให้เจ็บเท้ามากๆ ก็คือต้องเดินบน เส้นสีที่ตีอยู่บนถนน ตรงกลาง ไม่ก็ริมๆ ถนน เพราะการเดินส่วนนั้นจะไม่มีกรวด และมีหินแหลมๆ จะเดินง่ายกว่า อ้อ อาตมาลืมบอกไปว่าที่นี้ หากพระรูปไหน ไม่ออกบิณฑบาตร ก็ไม่สามารถฉันอาหารวันนั้นได้เลย ซี่งนับว่าโหดมากเลยทีเดียวเพราะนี้ที่ฉันอาหารเพียงมือเดียวเท่านั้น หากไม่ได้ฉัน ก็เท่ากับว่า วันนั้นไม่ได้ฉันอะไรเลย นอกจากน้ำปานะ ซี่งจะมีให้ฉันช่วง 4 โมง  เราเดินมาถีงเกือบทางออก ซักพักก็มีรถกระบะมารับ เพื่อไปที่ ลิ่นถิ่นต่อ (เดินไปเลยไม่ไหว เพราะไกลมาก) ท่านอากิ (พระญี่ปุ่น มาบวชที่นี่นานแล้ว) มากับรถด้วย

DSC03247
ภาพ ป้ายบอกตำบล ลิ่นถิ่น

รถกระบะของทางวัดไปส่งพวกเรา ถีงที่ลิ่นถิ่น และเราก็เดินลงกัน เพื่อเริ่มต้นการบิณฑบาตร ที่ลิ่นถิ่น เป็นตำบลเล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ในพืนป่าของเนื้อที่ในอำเภอไทรโยค ชาวบ้านไม่เยอะ กระจายตัวทั่วไป ส่วนที่เราไปเดินบิณฑกัน น่าจะเป็นส่วนที่คนเยอะสุดแล้ว (แต่ก็มีบ้านไม่กี่หลังเอง) เราใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ 20-30 นาที มีชาวบ้านในละแวกนี้ ที่มาใส่บาตรตอนเช้า ประมาณ 6-7 ราย เท่านั้น ดูน้อยไปทันที เมื่อเทียบกับวัดท่าเรือ วัดชุมชน (พระป่าบางคนเรียกว่า วัดบ้าน) ที่มีคนมาใส่บาตร เกือบร้อยคน ทุกๆ วัน

DSC03244
ภาพ ทางเดินในตำบลลิ่นถิ่น
DSC03242
ภาพ ขณะรับสิ่งของจากชาวบ้าน
DSC03249
ภาพ ของบ้านเรือนในระแวกนั้น
DSC03252
ภาพ อาตมา ท่านหมู และท่านต้อ

หลังจากใส่บาตรเสร็จ รถกระบะก็มารอรับ พวกเราก็ขี้นรถกลับไปที่วัด พอไปถึงวัด ก็ ล้างเท้า ก่อน และขึ้นไปเทข้าวออกจากบาตร และก็เตรียมที่นั่งจะฉันอาหารกัน โดยการนั่งฉัน จะนั่งเรียกตามพรรษา ใครอายุพรรษาเยอะสุดก็จะนั่งอยู่หัวแถว ใครน้อยสุดก็จะไล่ลงมา และสำหรับพระอาคันตุกะ หรือพระที่มาอาศัยอยู่ ไม่ได้บวชโดยวัดที่นี่ ก็จะนั่งอยู่ท้ายแถวสุด ก่อนเณร ซึ่งคือตำแหน่งที่อาตมานั่งอยู่ เพราะอาตมาเข้ามาอาศัยที่วัดนี้ในฐานะ พระอาคันตุกะ (บวชจากวัดท่าเรือมา)

DSC03254
ภาพ ตอนตำแหน่งการนั่งฉันอาหาร
DSC03266
ภาพ กำลังฉันอาหารกัน

เราเริ่มฉันอาหารเช้าตอน 8 โมง โดยเวลา 8 โมงพระทุกรูปจะมานั่งอยู่ที่ นั่งของตน โดยมีผ้าปูรองนั่ง และมี น้ำเปล่า, กระโถน และกระดาษทิชชู่คนละกล่องวางไว้ข้างๆ พอครบแล้ว ก็จะเริ่มสวดมนต์ก่อนฉันอาหาร และก็จะเดินถือบาตร ไปที่ตักอาหาร ซึ่งทางครัวจะเตรียมอาหารเอาไว้ วางไว้เหมือนเป็นบุฟเฟ่ พระที่แก่พรรษาสุดก็จะเริ่มตัก ข้าวและอาหารก่อน โดยอาหารและข้าวทั้งหมดจะถูกตักรวมอยู่ในบาตรใบเดียว ไม่แยกออกจากกัน ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน (แต่ไม่ต้องคนเข้าด้วยกัน) สำหรับอาหารพวกซุปหรือแกงจืด จะตักใส่แก้วกันภายหลัง หลังจากตักมาแล้ว ก็จะมานั่งที่เดิม

DSC03309DSC03300DSC04091
ภาพ การตักอาหารแบบบุฟเฟ่
DSC03350DSC03351DSC03352
ภาพ ตักข้าว, กับข้าวและของหวานทั้งหมดใส่ในบาตรเดียวกัน
DSC03301
ภาพ พระที่อายุพรรษาน้อยกว่า ต้องรอให้พระพรรษามากว่าตักก่อน

เมื่อพร้อมทุกๆ คนแล้ว หลวงพ่อก็จะทำการ เคาะระฆังเพื่อเริ่มต้นการฉันอาหารเช้า ทุกคนก็เริ่มการทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยใช้ช้อนตักอาหารในบาตรทาน อาตมาตักอาหารมาเยอะมากๆ เพราะกลัวว่าจะหัวช่วงบ่าย ตักมาเยอะแบบที่ไม่คิดว่าน่าจะทานได้หมด ทั้งข้าวและผลไม้ อีกทั้งยังมีนมกล่องอีก หลังจากพยายามทานอยู่นาน ก็หมดจริงๆ (อาตมาตั้งจิตภาวนาว่า ขอให้กินหมด มันก็หมดจริงๆ นะ)

DSC03265
ภาพ กินอาหารหมดเกลี้ยงบาตรเลย
DSC03269
ภาพ กำลังล้างบาตรพระกันที่ล้าง

พอทานเสร็จ ก็จะวางบาตรออกไปไว้ข้างหน้า เพื่อเป็นการบอกว่า อิ่มแล้ว และนั่งรอพระรูปอื่น ทานจนเสร็จพร้อมกัน ก็จึงเคาะระฆังเพื่อ นำบาตรไปล้างในทีล้างบาตร  โดยการวางบาตร ห้ามวางไว้บนพื้นเรียบ ๆโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้บาตร อาจเป็นรอยได้ ดังนั้นการนำบาตรไปที่ไหน ก็จะต้องมีทีวางบาตร ไว้อยู่ตลอด ซึ่งตอนเอาบาตรไปล้าง เค้าก็จะมียางวงกลม (ที่สมัยก่อนเราใช้เล่นโยนยางกันตอนเด็กๆ) มาไว้รองบาตรพระเวลาล้าง หลังจากล้างบาตรแล้ว ก็จะนำผ้าเช็ดบาตร ไปเช็ด และนำบาตรไปตากแดดให้แห้ง หลังจากนี้ก็จบช่วงกิจวัตรช่วงเช้าของพระวัดป่าแล้ว

DSC03313
ภาพ การนำบาตรไปตากแดด
ภาพ หลังจากฉันอาหารเสร็จแล้วก็จะทุกอย่างมาวางเก็บไว้

ช่วงต่อไปก็จะเป็นช่วงเวลาของแต่ละคนที่จะทำอะไรก็ได้ ไปจนถึง บ่าย 3 โมงซึ่งจะเป็นช่วงทำกิจวัตร คือทำความสะอาดโดยรอบบริเวณวัด อาตมากลับมาที่กุฏิ เอาโน๊ตบุ๊กมาลองต่อกับอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม IP Star ของ TOT ซึงปรากฏว่าสามารถต่อติดได้

DSC03213
ภาพ จานดาวเทียมต่ออินเทอร์เน็ต ของ TOT ผ่านดาวเทียมของ IP Star

อาตมาก็นั่งทดสอบซักพัก พอดีท่านอากิ (พระญี่ปุ่น) มาดู ก็ขอลองเล่นดู อาตมาจึงเดินไปดูงานที่ท่านโจ มอบหมายให้อาตมาทำคือ ให้ออกแบบทำ Graphic เล่าภาพเรื่องราวความเป็นมาของวัดและประวัติของ ท่านอาจารย์ มัตซึโอะ เจ้าอาวาส ที่จะเอาไปติดไว้ที่ศูนย์เยาวชน ที่อยู่อีกด้านของวัด ท่านโจเปิดคอมพิวเตอร์ (ทั้งวัดมีเครื่องเดียว) เล่าถีง Scope งานที่อาตมาต้องทำ และให้อาตมาอ่านประวัติของวัดและพระอาจารย์ทั้งหมด ส่วนแกก็ไปทำงานต่อ อาตมานั่งอ่านไปก็แอบหลับไป เพราะเมื่อเช้าอาตมาตื่นเช้ามาก ซักพักท่านโจมา ก็บอกว่าจะไปดูที่ติดตั้งงานจริงๆ ที่ศูนย์เยาวชน อาตมาก็นั่งรถกระบะไปกับท่านโจ ระยะทางประมาณ 1 กิโลจากส่วนกลาง

DSC02351
ภาพ ศูนย์เยาวชน

ศูนย์เยาวชน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ขนาดใหญ่ทีสามารถรองรับคนได้เป็นเกือบพันคน ที่นี่ก่อสร้าง โดยได้งบจากทางประเทศญี่ปุ่นมา ไม่น่าเชื่อว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างเพียบ 6 ล้านกว่าบาท ก็สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่ขนาดใหญ่ได้ขนาดนี้  อาตมาไปดู พื้นที่ๆ อาตมาต้องทำงานออกแบบ Graphic ไปติดตั้ง บริเวณทางเข้าอาคาร และภายใน รวม 9 บอร์ดใหญ่ๆ โดยจะมีโยมมาสนับสนุน นำภาพที่ออกแบบไปพิมพ์ในรูปแบบงานพิมพ์ขนาดใหญ่ให้ (ราคาน่าจะเกือบแสน สำหรับค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ทั้งหมด) พอดูอยู่ซักพัก ก็มีรถบัสนำนักเรียนโรงเรียน กาญจนานุเคราห์ นำนักเรียนหญิง ม. 3 ในโรงเรียนทั้งชั้น  500 คน มาเข้าค่ายธรรมที่วัด อาตมาก็เลยคุยกับอาจารย์ซักพัก ก็เดินกลับมาที่ส่วนกลาง และไปดุอินเทอร์เน็ตว่าเป็นยังไงบ้าง ปรากฏว่า ท่านอากิบอกว่า อยู่ๆ ก็เล่นไมได้ อาตมาก็เลยเช็กดูปรากฏว่า มันเป็นที่ระบบการส่งสัญญาน เลยไม่แน่ใจว่าเป็นที่อะไรจริงๆ ก็เลยลองต่อเครือ่งทิ้งเอาไว้

DSC03272
ภาพ การต่อินเทอร์เน็ตระหว่างโน๊ตบุ๊กอาตมากับ Satelite Modem

บริเวณวัดสุนัทนารามนี้ เป็นพื้นที่ปา มีพื้นที่เป็นร้อย ๆ ไร่ๆ แต่ในพื้นที่ก็จะมี สถาปัตยกรรมและสถานที่ในการทำกิจกรรมธรรมแทรกตัวอยู่เป็นแห่งๆ โดยอาตมาได้รับให้ไปทำความสะอาดอุโบสถ์ (คุณนิธิ สถาปิตานนท์ เป็นคนออกแบบ และได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการประกวดด้วย) อุโบสถ์ ที่นี้สวยมากๆ เรียบ ง่าย ในรูปแบบ Simplicity ไม่มีภาพจิตรกรรมฝ่าผนัง ไม่มีพนังวัด ไม่มีอะไรเลย เป็นอาคารหลังคาทรงสูง ตั้งแทรกตัวอยู่ข้างเชิงเขา และป่า  มีลานกลางแจ้ง ไว้ปฏิบัติธรรม สวยงามมากๆ อาตมาไปถึง ยังไม่มีใครมาเลย อาตมาก็เลยกวาดพื้นที่ในโบสถ์ และทางเดินโดยรอบ

DSC02322
ภาพ บรรยกาศป่า ภายในวัด
DSC02326
ภาพ โบสถ์ที่สวยงามมากๆ

ก่อนจะเดินกลับไปที่ส่วนกลาง เพื่อไปดุอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่า ก็ยังไม่สามารถต่อได้ ท่านโจบอกว่า เมื่อวันก่อน เจ้าหน้าที่ของ TOT มาบอกว่า มันมีต้นไม้บังอยู่อีกต้น อาจจะต้องตัดอีก (เค้าตัดไปแล้ว 2 ต้นเพื่อติดตั้งจานดาวเทียม เพราะมันไปบังทิศทางของดาวเทียม แต่เป็นต้นไม่ไม่สูงมาก) อาตมาแอบมางีบซักพัก พอถีงเวลา 4 โมงก็มีเสียงระฆัง แจ้งว่าได้เวลาฉัน “น้ำปานะ” แล้ว น้ำปานะ เป็นน้ำที่ทางวัดจัดไว้ให้พระฉันเวลาบ่าย ๆ ส่วนใหญ่ก็จะมี น้ำอัดลม, กาแฟ, โอวันติน เยลลี่ และน้ำอื่นๆ โดยจะเดินไปฉันที่ “หอฉันน้ำปานะ” ที่เดินออกไป ประมาณนีงจากส่วนกลาง ที่นี่มีห้องสมุดธรรมด้วย มีหนังสือธรรมะดีๆ มากมาย อาตมายืมกลับมา 3 เล่ม เป็นเรื่องที่เล่าเกี่ยวกับพระป่า

DSC03279
ภาพ หอฉันน้ำปานะ

ในระหว่างที่นั่งฉันน้ำปานะอยู่นั้น ก็มีคนบอกว่า ที่นี้มี ฟิตเนสด้วย “โดโด้” (ดาราชาย ยุทธพิชัย ชาญเลขา) เคยมาบวชและสร้างไว้ให้ หลังจากฉันน้ำปานะเสร็จ อาตมาก็เดินไปเล่น โดยที่ตั้งของฟิตเนสนี้ ตั้งอยู่บนเขา กลางป่า หลังศาลาธรรม อาตมาเดินไปก็เจอ ท่านต้อ และเณรราชัน (จากเนปาล) กำลังเล่นอยู่ ตอนแรกๆ นีกว่าพระไม่สามารถออกกำลังกายได้ แต่จริงๆ ก็ได้ แต่ไม่ใช่การวิ่ง หรือการทำกิริยาอะไร ที่ไม่สำรวม ทีนี้มีเครื่องออกกำลังกายประมาณ  4-5 ชิ้นเป็นห้องขนาดเล็ก กลางป่าจริงๆ อาตมาก็เล่นไปซักพัก หลังจากที่ไม่ได้เล่นมานาน หลังจากเล่นเสร็จ อาตมาก็ลงมาอาบน้ำ ที่กุฏิ และ เห็นท่านอำนวย กับท่านกลด กำลังนั่งทำโครงไม้บอร์ด สำหรับติดข้อมูลขอวัด อาตมาก็เลยเข้าไปช่วยจนไม่ได้ไปทำวัตรตอน 1 ทุ่ม

โดยวันนี้ต้องทำวัตรร่วมกับ เด็กๆ ที่มาเข้าค่าย ที่ ศูนย์เยาวชน เห็นเค้าบอกว่า ค่ายนี้ โดโด้  จะมาช่วยสอนธรรมกับเด็กๆ ด้วย พระทีนี่บอกว่า โดโด้ มาช่วยกิจกรรมที่วัดเป็นประจำ เพราะเคยบวช และช่วยงานท่านเจ้าอาวาสอยู่บ่อยๆ ซักพักโดโด้ ก็เดินมาถามท่านกลดที่ทำงานกับอาตมาอยู่ ว่าจะไปอาบน้ำร้อนที่วัดหินดาดไหม (อยู่แถวๆ นั้น) แต่สุดท้ายก็ไมได้ไป เพราะเจ้าอาวาสไม่ได้ไป พวกเรานั่งทำงานกันจน 3 ทุ่มกว่า ก็แยกย้ายกลับกุฏิกัน อาตมาก็เดินไปลองใช้ internet ใหม่อีกที ปรากฏว่าใช้ได้ ก็เลยออนไลน์ เปิด MSN สั่งให้น้องที่ office (อ้อม กับตุ๋ม) ช่วยเอา Wireless LAN ที่อาตมาเคยซื้อเอาไว้ ตอนนี้เก็บไว้ที่บริษัท ส่งมาที่วัดทางไปรษณีย์ EMS เพื่ออาตมาจะเอามาถวายดิดดั้งทีวัดนี้ น้องก็รับปากว่าจะส่งมาให้ ในระหว่างที่ใช้ internet ก็มีปัญหา ดิดๆ ดับๆ  สัญญานมาบ้างไม่มาบ้างเลยเลิกใช้ และเดินกลับมาที่กุฏิดอนเกือบ 4 ทุ่มนั่งเขียนบันทีก ด่อ ถีง 4 ทุ่มครี่ง โดยใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด ที่ๆ บ้านซื้อถวายมาให้ใช้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้ใช้ เพราะว่าที่กุฏิ ไม่มีไฟฟ้าเลยหลังจากเขียนเสร็จอาตมาก็เข้านอน อากาศวันนี้ไม่ค่อยหนาวเท่าไรเมื่อเทียบกับเมื่อวาน

DSC03271
ภาพ กุฎิของอาตมา
DSC03278
ภาพ กุฏิรูปแบบอื่นๆ ในระแวกใกล้เคียง

เมื่อวานท่านอำนวย ได้พูดเอาธรรมะไว้ประโยคนีง น่าสนใจมากๆ ว่า “ความทุกข์มันเกิดจากคนเราไปคิด และยีดติดกับ “อดีต” และ “อนาคต” หากคิดถึงปัจจุบัน และทำปัจจะบันให้ดีที่สุด ชีวิตก็จะเป็นสุข” มันก็เป็นจริง ๆส่วนใหญ่คนเรา มักพะวงกับ อนาคตว่ามันจะดีไหม มันจะเป็นอย่างทีตั้งใจไว้ไหม หรือบางคน เสียใจกับอดีตที่เคยได้ทำอะไรลงไป ซี่งความคิดเหล่านั้นจะทำให้คนที่คิด “จม” และ “ติดกับ” ความทุกข์อย่างแสนสาหัส การที่เราคิดแค่จะทำปัจจุบันให้ดีทีสุด จะทำให้คนเรามีความสุขมากที่สุด

Written by pawoot

2006/11/06 at 11:15 PM

One Response

Subscribe to comments with RSS.

  1. โอ้..พระ Hi-Tech 555

    อยู่กับอนาคตมากไปเลยเป็นทุกข์… จริงครับ.. -*-

    ZaViroshi

    2010/06/14 at 7:16 AM


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s