Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

5/11/06 ขึ้นเทศน์คร้งแรกในชีวิต เข้าปาติโมกข์ และย้ายวัด

with one comment

5/11/06 ขึ้นเทศน์คร้งแรกในชีวิต เข้าปาติโมกข์ และย้ายวัด

วันนี้เป็นวันพระ อาตมาตื่นได้สาย เพราะวันนี้ไม่ต้องออกบิณฑบาตร มีทำบุญที่วัด ตื่นมา 6-7 โมง ตื่นมา หลวงลุงเต๊น ก็ทำข้าวต้มไว้รองท้องก่อนตอนเช้า เพราะวันนี้จะมีฉันอาหารเช้าตอนเกือบ 9 โมง หลังจากนั้นก็ไปกวาดลานวัด และพอเวลา 8.30 ก็ได้เวลาเข้าศาลา เพื่อเริ่มพิธีทำบุญวันพระ วันนี้มีโยมมาประมาณ 30 กว่าคน มาทำบุญกัน พอเริ่มก็สวดมนต์ก่อนฉันอาหาร และหลังจากเสร็จแล้ว อาตมาก็แยกออกมาเดินขึ้นธรรมมาศร์ เพื่อเทศนา วันนี้เทศน์เรื่องเกี่ยวกับการ รักษาศึล 5 เมื่อคืนเตรียมตัวมาระดับนึง  แต่พอขั้นธรรมมาศร์แล้ว มันก็แป๋วๆ เหมือนกัน ก็เริ่มต้นท่องนะโม 3 จบ และก็เริ่มต้นเทศน์ ตอนเทศน์ไปแรกๆ ก็ค่อนข้างจะเกร็จๆ เพราะบางส่วนของกรรณ์จะมี เนื้อหาเป็นบาลีด้วย อาตมาน่าจะใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีในการเทศน์ หลายๆ เรื่องที่ได้เตรียมมาไว้ จากการอ่านตามใบเทศน์ ก็ได้เตรียมหาตัวอย่างที่จะมาอธิบายประกอบด้วย และตอนพูดก็พูดเสริมเข้าไปใน เนื้อหาที่เค้าได้ให้มา อาตมาพอสรุปได้ว่า

การเทศน์ไม่เหมือนการสอนหลาย ๆ อย่าง

– ต้องเป็นทางการ และต้องดูเรียบร้อยมากๆ (ญาติโยมส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่)
– ไม่สามารถออกท่าทางอะไรได้ (ใช้มือไม้ประกอบการพูดก็ไม่ได้ เพราะบนธรรมาศร์ แคบมาก)
– ไม่สามารถโต้ตอบกับคนฟังได้ ต้องพูดฝ่ายเดียว (ไม่สามารถถามกลับหรือให้ยกมือ อันนี้ถามหลวงพ่อแล้วท่านบอกว่าเทศน์ ทำแบบนี้ไม่ได้ ถ้าปาถาฐาจะสามารถทำแบบนี้ได้)

หลังจากเทศน์เสร็จแล้วก็ต้องเดินลงจากธรรมาศน์ เข้าไปนั่งที่กลุ่ม เพราะในขณะที่อาตมาเทศน์ พระทั้งหมดจะเริ่มฉันอาหารเช้ากัน หลังจากอาตมาเสร็จก็จะมานั่ง ซึ่งเค้าก็จะฉันกันเสร็จหมดแล้วพอดี หลวงพี่หลายๆ ท่านบอกว่าอาตมาพูดค่อนข้างเร็ว (ปกติอาตมาจะเป็นคนพูดเร็วมาก) แต่อาตมาจะเน้นใช้น้ำเสียง สูงต่ำเพื่อทำให้ การพูดมีจังหวะ และมีความน่าตื่นเต้น เช้าวันนี้ ที่บ้านอาตมามาทำบุญด้วย

หลังจากจบทำบุญช่วงเช้า เอ็มและโอ้ ก็เอาอาหารมาถวาย เพราะอาตมาไม่ได้ทานร่วมกับพระเมื่อเช้า และอยู่ๆ ก็มีกิจนิมนต์ มีคนเชิญไปสวดงาน ครบ 100 วันที่แถว ตำบล ตะครำเอน อาตมาก็ออกไปกับพระรูปอื่นๆ กลับมาอีกทีก็ประมาณเกือบเที่ยง  วันนี้มีเข้าฟังสวดปาติโมกข์ ที่โบสถ์ช่วงเที่ยงครึ่ง

การสวดปาติโมกข์ เป็นการสวดเป็นภาษาบาลี ที่ยาวมากๆ ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ไม่มีหยุด ไม่มีหนังสือดู ต้องท่องเอาจากความจำล้วนๆ ยากมากๆ  (ส่วนเนื้อหาเป็นอะไรอาตมาไม่ทราบเหมือนกัน) ซึ่งพระที่เชิญมาสวดเป็น หลวงตามหา ที่อายุมากแล้ว จากวัดกระต่ายเต้น พออาตมาเข้าไปในโบสถ์ เห็นแกสวด แกสวดเป็นจรวดเลย และมีพระอีก 2 รูปคอยเปิดหนังสือ คอยฟังและเช็กว่า บทที่แกท่องมา ถูกต้องหรือไม่ หากมีผิดก็แจ้งให้ท่องแก้ทันที อาตมาออกมาจากปาติโมกข์ ตอน 1.30 ซึ่งเจ็กเล็กก็มารอรับเพื่อไป วัดป่าสุวันนทวารามแล้ว

วันนี้อาตมาต้องย้ายวัด หลังจากที่อยู่วัดท่าเรือ มาครบกำหนด 1 สัปดาห์นิดๆ (รวมเกือบ 10 วัน) อาตมาก็เริ่มเข้าไปจัดแจงเก็บข้าวของ ในกุฏิบนศาลา ซึ่งของมีอยู่ไม่ค่อยมากเท่าไร และซักพักครอบครัวอาตมาก็ตามมากัน อาม่าไปด้วยวันนี้ เราอาตมาก็ลาพระต่างๆ ที่วัดท่าเรือ และก็ออกจากวัดท่าเรือเดินทาง ขึ้นไปทางไทรโยคเพื่อไปที่วัดป่าสุวันนทวาราม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ที่วัดนี้เป็นวัดในป่า ในอำเภอไทรโยค อยู่ริมภูเขา พวกเราไปถึงที่วัดประมาณ 4 โมง พอเข้าไปที่วัด ก็เจอหลวงพ่อ อาจารย์ มิซุโอะ พอดี ก็ได้มีโอกาสนั่งคุยกันซักพัก หลวงพ่อให้อาตมาอยู่ กุฎิที่ดีเกือบที่สุด (เป็นบ้านหลังเล็กๆ มีห้องน้ำในตัว มีห้องขนาด 2.5 x 3 เมตรสำหรับนอน เป็นอาคารปูน มีประตูล๊อค เพราะอาตมาเตรียมเอาโน๊ตบุ๊คมา ช่วงงานด้านไอทีทีวัด แกเลยให้ห้องที่สามารถล๊อคได้ แต่ถ้าเป็นกุฏิอื่น จะเป็นกระต๊อบ ไม่สามารถล๊อกได้ แต่กฏิทีนี้จะอยู่กลางป่า อยู่คนเดียว ไม่มีไฟฟ้าในกุฏิเลย เวลากลางคืนจะมืดมากๆ (ใครกลัวผีคงอยู่ได้ยากแน่ๆ) เวลาเดินไปไหนต้องใช้ไฟฉาย และต้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลากลางคืนอาตมานั่งคุยกับครอบครัวอาตมาซักพัก เค้ากลับไปกัน

DSC03212

ภาพสภาพในกุฏิของอาตมา

พระที่นี้ค่อนข้างเคร่งครัดต่อวินัยสงฆ์มากๆ หลายๆ ข้อที่อาตมาไม่ทราบ เช่น พระห้ามยืนฉันอาหาร (บังเอิญไปยืนฉันน้ำ เค้าเลยบอกไว้) เพราะที่นี้เป็นวัดป่า วัดสายปฏิบัติ จะเคร่งครัดในกฏระเบียบมาก ๆ และไม่รับกิจนิมนต์ (ไม่รับไปสวดงานตามบ้าน) จะเน้นแต่การปฏิบัติธรรมอย่างเดียว ซึ่งแตกต่างจากวัดชุมชม อย่างวัดท่าเรือที่อาตมาไปอยู่มาก่อนมากๆ

อาตมาไปอาบน้ำและเปลี่ยน ชุดจากเดิมจีวรสีเหลือง เปลี่ยนมาเป็นจีวรสีเหลืองน้ำตาล (สีของจีวรพระป่า) ซึ่งการห่มและชิ้นส่วนของผ้ามีความแตกต่างกันพอสมควร และก็มาช่วยบรรดาพระที่อยู่ทีนั้นทำงาน  อาตมาเจอท่านโจ ที่อาตมาเจอวันที่อาตมามาดูวัดเมื่อเดือนก่อน ท่านต้อม ทั้งสองท่านนี้บวชที่นี่มาปีกว่าแล้ว และก็มีท่านชัย และท่านลี่ ที่เพิ่งจะบวชเข้ามาพร้อมๆ กับอาตมา พระส่วนใหญ่ที่นี่อายุยังไม่มากเท่าไร ซักประมาณ 20-30 กว่าปี ซี่งแตกต่างจากวัดท่าเรือ ที่ผ่านที่ ที่นั้นมีแต่พระที่มีอายุ ประมาณ 30 – 50 ปี

DSC03211

ภาพของจีวรของที่นี้ สีจะเป็นคนละสีกับวัดท่าเรือ

สิ่งหนื่งที่อาตมาสังเกตุ ที่แตกต่างจากครั้งที่อาตมามาเมื่อเดือนก่อน คือทีนี้มีจานดาวเทียม internet ของ IP Star ซี่งพอสอบถามพระที่วัดเค้าบอกว่า เค้าเตรียมไว้ให้อาตมา โดยเฉพาะ เอามาไว้ทำงานให้กับวัด และยังจัด กุฏิแบบดีๆ คือเป็นบ้านปูนอย่างดี ที่ปกติ กุฏินี้ใช้รองรับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เพิ่งมารู้ภายหลัง เกรงใจพระรูปอื่นอยู่เหมือนกัน กะว่าจะอยู่ที่ กุฏินี้ซักอาทิตย์ และก็จะขอย้ายไปกุฏิกระต๊อบดีกว่า จะได้อยู่แบบครบรส กุฏิที่นี้ไม่มีไฟฟ้าเลย จะมีไฟฟ้าเฉพาะที่ ศาลารับรอง เท่านั้น และทีนี่ไฟฟ้าเพิ่งเข้ามาได้ไม่ถีง 3 เดือนเลย

DSC03213

ภาพของจานดาวเทียมสำหรับอินเทอร์เน็ตของ IP Star

อาตมานั่งทำงานกับพระ จนถึง 2 ทุ่ม แล้วก็เข้าทำวัตรเย็น เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระเค้าเลยมีการทำวัดตอน 2 ทุ่ม แต่ปกติแล้ว เค้าจะทำวัตรตอน 1 ทุ่มกันทุกวัน

วันนี้มีโยม มาร่วมทำวัตรด้วยไม่มาก ปกติแล้วทีนี้จะมีญาติโยม มาร่วมปฏิบัติทำ อยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ค่อนข้างแปลกใจมาก ๆ ของการสวดมนต์ของที่นี่คือ บทสวดของทีนี้ ไม่ได้มีแค่สวดภาษาบาลี เพียงอย่างเดียว อย่างที่วัดอื่นๆ สวดกัน แต่ของที่นี้จะท่องภาษาไทยคำแปลของ บาลีแต่ละคำ ตามด้วย ซึ่งข้อนี้เป็นข้อที่อาตมา สงสัยว่ามาตลอดว่า คนไทย พระไทย ทำไม เวลาสวดมนต์ ต้องสวดเป็นภาษาบาลี ทั้งๆ ที่พวกเราก็ไม่เข้าใจความหมาย ว่ามันคืออะไร ต้องการสื่อ และต้องการสอนอะไร ได้แต่ท่องป่าวๆ ไปอย่างนั้น แต่ทีนี่ วันนี้ อาตมาได้เข้าใจ ในบทสวดต่างๆ ที่อาตมาท่อง ว่าแต่ละบท มีความหมายอะไร ต้องการสื่อ และสอนอะไร ซึ่งมันมีส่วนช่วยทำให้ คนที่อ่านคนที่ท่องมีมุมมอง และความเข้าใจในศาสนาพุทธมากขี้นมากๆ อาตมาทำวัดจนถีง เกือบ 4 ทุ่มก็ต้องขอตัวออกมาก่อน เพราะทีนี้ นั่งสมาธิกันนานมาก อาตมาเองพื้นฐานเรื่องการนั่งยังไม่ค่อยแข็งเท่าไร กลับมาที่กุฏิ อากาศหนาวมากๆ เกือบ 14 องศา ต้องใส่เสื้อกันหนาว และห่มผ้าหนาๆ และสวดมนต์ เข้านอนประมาณ 4 ทุ่มพรุ่งนี้ต้องตื่นตอน  2.45 น. เพราะมีทำวัดเช้าทุกวันตอนตี 3

Written by pawoot

2006/11/05 at 11:12 PM

One Response

Subscribe to comments with RSS.

  1. เคร่งมากเลยนะครับ นอนสี่ทุ่ม ตื่น ตีสามเนี่ย

    Like

    9tomorn

    2010/11/15 at 5:28 PM


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: