Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

31/10/06 หนึ่งวันเป็นพระ อาตมา ทำอะไร?

leave a comment »

31/10/06 หนึ่งวันเป็นพระ อาตมา ทำอะไร?

วันนี้ตื่นแต่เช้าตอนตี 5.20 เพื่อออกบิณฑบาตรเช่นเดิม เมื่อคืนนอนหลับสบายมาก อากาศเริ่มเย็นแล้ว วันนี้ตอนออกเดินบิญฑบาตร เริ่มมีอาการเจ็บเท้าแล้ว หลังจากที่เดินมาจากเมื่อวาน เช้านี้หลวงพี่พรทั้ง 2 รูปมีออกไปฉันข้างนอก ผมเลยฉันร่วมกับเจ้าอาวาสและหลวงพี่น๊อต หลังจากฉันเสร็จก็ไปทำวัตรเช้า แต่แต่งตัวไม่ค่อยเป็น หลวงพี่มานะ กุฎิข้างหลังเห็นเลยมาช่วยห่มให้ (การห่มดองเป็นการห่มค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่) ในช่วงทำวัตรเช้ามีการนั่งสมาธิด้วย ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าได้นั่งสมาธิ หรือนั่งหลับบอกไม่ถูกเหมือนกันแหะ เสร็จจากทำวัตร 9 โมงก็ว่างแล้ว

หลังจากทำวัตรเช้าก็มาท่องบทสวดมนต์  ตอนสายๆ ที่บ้านก็ให้คนเอาอาหารมาถวาย เป็นข้าวมันไก่และข้าวหมูแดง (เมื่อคืนบ่นอยู่เลยว่าอยากฉันข้าวมันไก่ วันนี้ได้กินแล้ว) วันนี้พยายามจะท่องบทสวด จักรวาฬน้อยให้ได้ เพราะเป็นบทที่ใช้สวดหลังฉันอาหาร แต่ผมสวดบทสวด “สับพี” กับ “ยะถา” ได้แล้วตั้งแต่สมัยบวชเณรตอน ป.6 ซึ่งนับว่าเป็นบทสวดที่ต้องใช้ทุกวันและทุกมื้อ นับว่าเป็นผลดีจากการที่ได้เคยผ่านการบวชเณรตอนเด็กมา

ที่นี้พระส่วนใหญ่ “พูดเหน่อ” กัน  ตอนนี้ผ้มก็เหริ่มมชักติดเหน่อตามพระที่นี้กันแหล้วครั้บบบ (ทำเสียงเหน่อประกอบตามด้วย)

ช่วงบ่ายมีหนังดูกัน ซึ่งหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ ผมสะท้อนมาก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของ คนไทยในปัจจุบัน ที่ยึดติดกับวัตถุมากๆ เพราะเมื่อเปรียบกับชีวิตที่นี้ตอนเป็นพระ ช่างไม่มีอะไรเลย หลังจากดูหนัง

ผมนอนกลางวันตอนบ่าย 3

ชีวิตช่วงเป็นพระตอนนี้ ช่างต่างจากตอนเป็นฆาราวาส อย่างสิ้นเชิง ไม่มีเสียงโทรศัพท์ มาคอยโทรหาตลอดทั้งวัน (ผม forward call โทรศัพท์ทั้งหมดไปที่เลขาทั้งหมด) ไม่มีประชุม ไม่มีการวางแผนงานอะไร

ตารางเวลาประจำวัน

5.20 ตื่นนอนออกบิณฑบาตร

7.30 ฉันอาหารเช้า

8.00 ทำวัตรเช้า

11.00 ฉันเพลร

16.00 กวาดลานวัด

18.00 ทำวัตรเย็น

เวลาที่เหลือก็เป็นเวลาว่าง ที่สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างที่เมื่อก่อนไม่มีเวลาทำ เช่น อ่านหนังสือ, นั่งคิดเรื่องอื่นที่ ไม่ใช่เรื่องงาน

แต่พอเป็นพระก็ทำหลายๆ สิ่งไม่ได้เช่น

  • ห้ามกินอาหารหลังเที่ยง
  • ห้ามยืนปัสสวะ
  • ห้ามร้องเพลง
  • ต้องสำรวมตลอดเวลา
  • เปลี่ยนสรรพนามตัวเองเป็น “อาตมา”
  • ห้ามส่องกระจก (แถวกุฏิจึงไม่มีกระจกเลย)
  • และอีกหลายๆ อย่าง…

หลังจากตื่นก็ออกไปกวาดลานวัด จนถึงเย็น ในระหว่างกวาด ก็เดินท่องบทสวดมนต์ไปด้วย เพราะจดบทสวดมนต์ใส่สมุดเล่มเล็กๆ พกติดตัวเอาไว้ หลังจากกวาดลานวัดเสร็จ

ผมก็เดินออกไปท่องต่อที่หลังวัด และเดินลงไปริมแม่น้ำ ที่ๆ เมื่อก่อนตอนผมเป็นเด็กๆ มักจะมาเล่นแถวนี้ประจำ แต่ตอนนี้ที่นี้ต้นไม้ ดูขึ้นหนาทึบกว่าแต่ก่อนมาก หาดทรายกรวดก็หายไป

และก็มานั่งคุยกับพระ จนถึงค่ำ และมานั่งดูทีวีต่อแล้วก็เข้านอนตอน 5 ทุ่ม ชีวิตที่ต่างจังหวัด 3 ทุ่มทุกอย่างก็เงียบสงบ หมดแล้วครับ ทุกบ้านนั่งดูทีวี กันส่วนใหญ่และก็นอนกันเร็ว แต่หากเป็นเวลานี้ที่กรุงเทพ เวลานี้ผมอาจจะยังไม่ถีงบ้านด้วยซ้ำ อาจจะกำลังนั่งอยู่ที่ ออฟฟิส หรือนั่งสังสรรค์กับเพื่อนๆ อยู่ก็ได้

Written by pawoot

2006/10/31 at 10:59 PM

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s