Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

13-19/6/05 วิธีการจดโน็ตที่ดี – ไป Communic Asia

leave a comment »

จันทร์ 13/6/05
ทำงานตามปกติช่วงบ่ายผมมีนัดกับ บริษัทแห่งหนึ่ง ย่านถนนเพชรบุรี ตอนค่ำมีนัดกับพี่บิ๊ก แถวๆ Plaza Lagoon ย่านโชคชัย 4 เราคุยเรื่องงาน และมักจะคุยแลกเปลี่ยนความคิดหลายๆ เรื่องราวของวงการ อินเทอร์เน็ต, เทคโนโลยี, How to
เสร็จ 3-4 ทุ่มกลับบ้านนอน..!
อังคาร 14/6/05 ประชุมทั้งวันอีกแล้ว
ตอนเช้าผมต้องตื่นขึ้นมาแต่เช้า เพื่อไปเตรียมงานส่งลูกค้า นั่งทำ Proposal หลายงานอยู่ ยังไม่เสร็จดีผมต้องมีประชุม Head ของบริษัทตอน 11 โมง (ผมขอเลื่อนจาก 10 โมง เพราะทำงานไม่ทัน) ผมเป็นคนนึงที่ชอบพลัดอะไรไปเรื่อยเหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นพลัดไปเรื่อยๆ ทำให้งานแต่ละงาน มันจะไม่เสร็จ ดังนั้นเดียวนี้พอทำงานอะไร ผมจะพยายามทำให้เสร็จๆ ไปเลย เพื่อความต่อเนื่อง, อารมรณ์, สมาธิ จะได้จบๆ ไปเลย
นี้คือ หลักการทำงานของผมข้อหนึ่งครับ หากไม่เสร็จผม จะมีไฟล์ Note Pad อยู่หนึ่งไฟล์ แปะไว้บน Desktop ของผม ซึ่งในนั้นจะมีรายชื่องาน เรียงไว้เพียบ ที่ผมค้างเอาไว้ หรือต้องทำ หลายๆ คนมักจะมีอะไรทีต้องทำเยอะมาก แต่มักคิดว่า ตัวเองนั้นจำได้ แล้วพอผ่านไปมันก็ลืมครับ “การจด” ช่วยคุณได้ครับ แต่การจดที่ดี ควรจดไว้ที่ คุณ “ต้อง” เห็นมัน ไม่เช่นนั้นมันก็จะไร้ความหมายหากคุณจดไป แล้วไม่มีโอกาสดู
นี้คือสาเหตุหนึ่ง ที่หลังมือของผมจะเต็มไปด้วย ตัวหนังสือเต็มไปหมด ซึ่งคืองานที่ผมต้องทำและที่ผมมักเขียนไว้ด้วยปากกาเลอะมือไปหมด  ผมเลือกที่จะเขียนลง “หลังมือ” มากกว่า “ฝ่ามือ” เพราะที่ฝ่ามือ น้อยครั้งที่คุณจะพลิกฝ่ามือมาดู และเสี่ยงต่อการลบเลื่อนของข้อความ จากเหงื่อหรือล้างมือ แต่หากเป็นหลังมือของคุณ แค่คุณจับของนู้นนี้ หรือดูนาฬิกา คุณก็จะเห็นข้อความที่คุณจดไว้หลังมือคุณแล้ว …. นี้คือทริกง่าย ๆในการเตือนความจำของผมครับ…. หลังจากนั้นผมก็จะทยอยเอางานจาก “หลังมือ” เข้าสู่ Note Pad เพื่อทำงานของตัวเองต่อไปครับ
จบประชุมช่วยบ่าย ผมต้องออกไปประชุมกับ กรมพัฒนาธุรกิจ ซึ่งนับว่าเป็นบ่ายที่ยาวนานมากครับ กว่าจะประชุมเสร็จก็เกือบ 5 โมง ขับรถกลับมาที่ ออฟฟิส รถติดมั่กๆ มาถึงก็ต้องไปประชุมของสมาคมผู้ดูแลเว็่บไทยต่อ แถวคลองประปา ( office ของ DSI ซึ่งท่านนายกฯ สมาคมตั้งอยู่ที่นั้น) คืนนั้นเป็นคืนที่ประชุมกันเร็วมาก ปกติเราจะเริ่มประชุมกัน 2 ทุ่ม เลิกกกันเกือบ เที่ยงคืนทุกครั้ง แต่คราวนี้แค่ 3 ทุ่มครึ่งก็จบแล้ว เพราะเนื่องจากเรื่องที่จะคุยกันส่วนใหญ่จบกันใน ประชุมกลุ่มย่อยไปแล้ว และงานปีนี้เราน้อยกว่าปีก่อนด้วยครับ แต่เราก็ยังอุตสาห์ นั่งคุยกันจนถึง 4 ทุ่มกว่า
งานใหญ่ปีนื้ที่พวกเรากำลังเตรียมกันคือ INET Young Webmaster Camp ครั้งที่ 3, Web Award ครั้งที่ 3, งานหนังสือประจำปี, งานประชุมประจำปี ซึ่งแต่ละงานนี้ใหญ่ๆ ทั้งนั้น หากใครไม่เคยจัดงาน หรือทำงานอะไรใหญ่ๆ มาก่อน ขอแนะนำให้มาสมัครร่วมกันทำงานที่สมาคมนี้ครับ คุณจะได้ทำงานแปลกๆ ใหม่ๆ งานใหญ่ๆ เช่น งานสัมมนา, งานแถลงข่าว, งานบริหารโครงการ, งานฝึกอบรม, การเข้าสังคม ฯลฯ ซึ่งไม่มีบริษัทไหนหยิบยื่นโอกาสนี้ให้กับคุณมาก่อน ประสพการณ์การทำงานต่าง ๆ มากมาย หาได้ที่นี้ครับ ที่นี้ก็ถือเป็น “โรงเรียนสอนการทำงาน” สำหรับผมอีกที่นึงที่สำคัญเลยทีเดียว
คืนนั้นเราเริ่มมีการ พูดถึงกรรมการของสมาคมฯ ในปีหน้า ซึ่งชุดเก่าจะหมดวาระในเดือนกันยา 48 นี้แล้ว และผมคงต้องขอลาจากตำแหน่ง “เลขาธิการสมาคมฯ” แล้วด้วยเพราะเนื่องจากคงต้องกลับมาทำภาระกิจ ของบริษัทตัวเองแล้วครับ ตลอด 2 ปีที่ทำตำแหน่งนี้ ถือว่าทำงานหนักมาก รับเรื่องหลายๆ อย่าง ปีหน้าขอพักก่อนละกันนะครับ
ส่วนวันนี้ถือว่าเป็นวันที่หนักสำหรับผม อีกวัน เพราะประชุมตั้งแต่ เช้าถึงดึกเลย (อีกแล้ว)
หลักการทำงาน
****************************************
– พยายามยามทำงานให้จบในทีเดียว (หากคุณสามารถทำได้)
– จดโน็ตจะไร้ค่าหากคุณไม่เห็นหรือนำมันมาใช้
พุธ 15/6/05 ประชุมผู้ปกครอง
ช่วงเช้าผมโทรศัพท์จองตั๋วเครื่องบินไป สิงค์โปร์ ไปดูงาน Communic Asia ซึ่งจัดทุกปี (ที่ต้องโทรเพราะมันปิดรับจองทางอินเทอร์เน็ต เพราะจะจองผ่านเน็ตต้องจองก่อนล่วงหน้า 2 วัน ซึ่งผมจองแล้วจะบินพรุ่งนี้เลย เลยต้องโทรไปจอง) ผมไม่เคยไป Communic Asia เลยปีนี้ก็เลยกะว่าจะไป และก็พยายามหาเพื่อนไปด้วย แต่หาไม่ได้เล้ยย เลยตกลงว่า (กู) ไปเองคนเดียวก็ได้ (วะ) สิ่งทีตั้งใจจะไปดูคือ เทคโนโลยี Know How ใหม่ๆ เพื่อเปิดมุมมอง หรือสมองของผม ซึ่งๆ ทุกวันนี้ถูกปิดอยู่ในประเทศไทย นี้คือช่วงเวลาที่ ผมจะได้เปิดโลกทัศน์ ทางด้านความคิด ไอเดีย ใหม่ๆ กลับมาพัฒนาตัวเอง บริษัท และก็ประเทศครับ.! ที่ดังนั้นผมจึงไปครับ ผมวางแผนว่าจะไปนอนค้างกับน้องชายผมที่เรียนอยู่ที่นู้น 1 คืน (เค้าเพิ่งเดินทางไปเมื่อวาน)
เมื่อวานแม่โทรศัพท์มาหาผมให้ไปงานประชุมผู้ครองแทนที่โรงเรียนเซนต์โย ช่วงบ่าย ผมจึงนั่งทำงานอยู่บ้านในช่วงเช้า เพราะไม่ค่อยอยากเสียเวลากับการเดินทางไปๆ มาๆ ผมไปถึงที่โรงเรียนเซนต์โยช่วงบ่าย โห แถวนั้นหาที่จอดรถยากมากครับ.! ผมไปจอดที่อาคารจอดรถ ที่เมื่อก่อนผมมักไปจอดเมื่อเวลาไปเที่ยวแถวๆ สีลมซอย 4 งานประชุมครั้งนี้มีผู้ปกครองหลายร้อยคนเลยครับ มาร่วมฟัง อ.ใหญ่กล่าวภาพรวมเรื่องต่างๆ รวมถึงปัญหาเรื่องการจราจร แถวๆ นั้นเพราะตอนเช้าแถวย่านนั้น รถติดโคตร.!
มีตำรวจจาก สน. ในพื้นที่มาให้ข้อมูลแผนการเดินทางรถ ผมดีใจมากครับ เพราะตำรวจใช้ Power Point ในการนำเสนองาน ซึ่งทำออกมาได้ดี ผมอยากให้ราชการ ตำรวจไทย หันมาใช้ IT กันมากขึ้นครับ เราจะได้ทำงานกันได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากคุณรู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้กับชีวิตคุณให้ถูกวิธี จบประชุมรวม ก็แยกประชุมแต่ห้องของนักเรียน ผู้ปกครองก็แยกย้ายไปรวมกับที่ห้องของตัวเอง แล้วก็มีประชุมย่อย เพื่อให้คำแนะนำกับผู้ปกครองเพิ่มเติม ผมต้องรีบกลับไปเซ็นต์เอกสารที่บริษัท ก่อน 3 โมงจึงต้องแอบเดินออกจากห้องตอนบ่าย 2 กว่าๆ จุดที่ผมเห็นความแตกต่างระหว่างโรงเรียนในเครือคริสต์กับโรงเรียนรัฐบาลไทยคือ การดูแลเอาใจใส่นักเรียน (ผมพูดในความเห็นผมนะ ผมเองก็จบโรงเรียนรัฐบาลมา) การดึงผู้ปกครองมามีส่วนร่วมกับ โรงเรียนเป็นแนวทางที่ดีมากครับ เพราะจะสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือมุมมองกันได้ เพราะต้องยอมรับว่า เดียวนี้ การเติบโตของเด็กๆ เด็กๆสมัยรุ่นพ่อแม่ผมก็มีแนวทางการดำเนินชีวิตแบบนึง เด็กรุ่นผมก็มีแนวทางการเติบโตมาอีกแบบนึง และรวมถึงเด็กรุ่นต่อๆ ไปก็จะมีแนวทางการเติบโตเป็นของตนเอง สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นการปรับตัวหรือวิวัฒนากาทางด้านความคิด (Evolution) จะช่วยทำให้หลายๆ สิ่งดำเนินไปตามทางที่ควรจะไป (บ่นอะไรอยู่วะเนี่ย กู) ผมนั่งทำงานถึงดึก และก็กลับบ้าน
พฤหัส 16/6/05 Communic Asia
ผมตื่นเช้า มาเก็บกระเป๋า โดยเอาเป้ไปใบเดียว แล้วพยายามบยัดเสื้อผ้าเข้าไป ผมเอา notebook ไปด้วยเพราะไปไหน ผมก็เอาไปด้วยเสมอ และมันก็หนักมากกกกกก (นี้คือสาเหตุว่าทำไมต้องใช้ Notebook ตัวเล็ก) ผมนั่ง Taxi ไปสนามบินไปถึงก่อนตั้งแต่ 10 โมง เชื่อไมครับ ไอ้เจ้าสายการบิน Air Asia มันก็ Late อีกจนได้ (คราวก่อนผมไป ภูเก็ตมันก็ late) ผมนั่งรอจนถึง เที่ยงกว่า ๆ กว่าจะได้ออกเดินทาง ระหว่างรอผมก็เปิดคอมนั่งทำอะไรไปเรื่อย
ผมเดินทางมาถึง singapore แวะไปเดินงาน Communia Asia ก่อนแล้ว เพื่อจะดูคราวๆ ว่ามีอะไรบ้างเพื่อวางแผนในการดูของวันพรุ่งนี้  และก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินแวะแถว City Hall และแวะไปเดิน Funan IT Mall สถานที่ขายอุปกรณ์สินค้าไอที (แต่ทีนี้ของแพง ถ้าจะไปซื้อแนะนำให้ไป Sim Lim ดีกว่า ถูกกว่ามาก) เดินดูสินค้าไอทีใหม่ๆ จนถึง 2 ทุ่มผมก็เดินทางไปหาน้องที่ และพักอยู่กับน้องผม แถวๆ North East การเดินทางในสิงค์โปร์เป็นเรื่องง่ายมาก เพราะรอบเกาะไปได้ด้วย รถไฟฟ้าใต้ดิน
[สำหรับรายละเอียดงาน Communic อ่านต่อได้ที่นี่]
ศุกร์ 17/6/05
ตื่นเช้ามาผม ออกไปกับน้องและต้องแบกเป้ ที่มีโน็ตบุ๊กเสื้อผ้าไปด้วย (หนักโคตร)  เพราะอาจจะตรงไป air port เลยหากดูงานเสร็จ โดยแวะไปส่งน้องที่โรงเรียนย่าน Clark Queu (คล๊าก คีย์) และก็เริ่มเดินทางไปงาน Communic Asia อีกครั้งโดย ผมไปถึงงานเดินดูงานไปเรื่อยๆ บังเอิญไปเจอคุณ บิ๊ก จาก AIS ทีม mPAY เค้ามาคนเดียวเหมือนกัน ก็เลย เดินด้วยกัน ซักพักน้องผมเลิกเรียน และก็จะตามมาดูงานด้วย แต่พอผมจะพาน้องเค้างาน เค้าบอกว่าน้องผมเค้าเข้าไม่ได้ เพราะน้องผมอายุยังไม่ถึง 16 ปี ผมก็เลยให้น้องนั่งรอยู่ข้างนอกอีกแป๊ปนึง ส่วนผมก็รีบเข้าไปคุยกับบูทบางบูทที่ผมตั้งใจจะไปคุย แล้วก็เดินทางออกจากงาน ใจนึงก็เสียดาย เพราะยังดูงานไม่ครบเท่าไร แต่ก็ได้เดินดูโดยรอบมาครบแล้วรอบนึง ผมเก็บเอกสารมาเยอะมาก หนักฉิบ
เราออกมาจากงาน และก็พากันไป Sim Lim ที่ซึ่งมีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งตึก เหมือนกับพันธุ์ทิพย์เลย ทั้งรูปแบบและก็สินค้าภายในห้าง ผมตั้งใจจะซื้อ iPod หากราคามัน OK ในระหว่างที่เดินไปมาอยู่ใน Sim Lim ผมก็ไปเจอ พี่โอ๊ต จาก DTAC (พี่โอ๊ตกับผมเคยทำ Project ด้วยกัน ก่อนแกเข้า DTAC) แกมากับน้องๆ ที่บริษัท พี่โอ๊ตแนะนำคนนึงชื่ออ๊อบ ซึ่งมาเดินหาซื้อ iPod เช่นกันผมเลยซื้อพร้อมๆ กับเค้า…   iPod ขายดีมาก หมด Stock กันหลายๆ ร้าน ผมแยกย้ายกับพี่โอ๊ต เพราะต้องรีบกลับมาส่งน้องที่บ้าน กลับมาก็เจอ กลุ่มคนไทยอีกกลุ่มที่เพิ่งมา โดยจะมาพักกับน้องผมเพื่อเรียนต่อที่นั้น ผมนั่งเล่น iPod อยู่ที่บ้านน้องจน 3 ทุ่มก็เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินไป Air Port เพื่อจะกลับบ้าน ผมกะเวลาการเดินทางผิดไปเยอะ จนเกือบไป Check in ไม่ทัน แต่ก็รอดมาได้… ออกจาก Singapore ตอน 5 ทุ่มกว่า ถึงเมืองไทยเกือบ ตีหนึ่ง ผมค่อนข้างปวดหลังมาก เพราะต้องแบกเป้ที่หนัก พร้อมเอกสารจากงานที่ไปเดิน รวมๆ เกือบ 10 กว่ากิโลที่ต้องเดินถือไปมาเกือบตลอด 2 วันการเดินทาง ไม่รู้ว่าไอ้พวก ฝรั่ง back packer ที่เดินทางมาเมืองไทย ผมเห็นมันแบกกระเป๋าใหญ่มาก มันไม่ปวดหลังกันบ้างเหรอวะ?
เสาร์ 18/6/05 อยู่บ้านทั้งวัน นั่งเขียนบทความ ทำงานหน้าคอมไปเรื่อย ตกดึกแวะไปงานวันเกิดไอ้หยุยเพื่อนผมที่ร้านของมันแถวโชคชัย 4 คนไปกันไม่เยอะเท่าไร แต่ก็มันส์ดี เสร็จแล้วเพื่อนผมอีกกลุ่มก็ชวนไป Zantika ต่อ แล้วก็กลับบ้านหลับฉิ้มมมม..
อาทิตย์ 19/6/05 บังคับตังเองให้เขียนบทความ ให้เสร็จให้ได้ เนี่ยก็เขียนอยู่นี้ไง…………..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s