Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Archive for the ‘เที่ยว เที่ยว เที่ยว’ Category

ย้ายไปใช้ชีวิตเชียงใหม่มา 1 อาทิตย์

with one comment

อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้พาทั้งครอบครัวไปอยู่เชียงใหม่ 1 อาทิตย์ โดยก็ยังทำงาน แต่ไปเข้าที่ ออฟฟิศที่เชียงใหม่แทน  ผมว่ามันสนุกดีนะ ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น คิดอะไรใหม่ๆ เห็นอะไรใหม่ๆ ได้คุยกับคนหลายๆ คนที่อยู่ที่เชียงใหม่ ไอเดียอะไรใหม่ๆ เกิด… สนุกดีครับ แต่การจะหาเวลาให้ตัวเองได้ 1 อาทิตย์เต็มๆ นี้ต้องวางแผนกันล่วงหน้าหลายเดือนเลยทีเดียว  ทริปนี้พวกเราเช่ารถ SUV จาก Thai Rent a Car (เพราะต้องการรถใหญ่หน่อย)​ และจองโรงแรม แถวคูเมืองซึ่งโรงแรมที่จองต้องมี 1. ห้องติดกัน (Connecting Room) 2. WIFI 3. มีที่จอดรถ (ส่วนใหญ่อยู่กลางเมืองไม่มีที่จอดรถ) 4. มีสระว่ายน้ำ (เพราะแฟนผมจะพาลูกไปว่ายน้ำตอนผมไปทำงาน) ซึ่งแฟนผมหาตั้งนาน ก็มาเจอโรงแรม วังบูรพา แกรนด์  พวกเราใช้ชีวิตกันตลอด 7 วันที่นี่ ช่วงเช้าผมจะไปทำงานที่ TARAD.com สาขาเชียงใหม่ นัดเจอบรรดาลูกค้าเชียงใหม่ เจอเจ้าของธุรกิจที่อยู่ที่เชียงใหม่หลายๆ คน รวมถึงก็มีเวลา พาครอบครัวเที่ยว รอบๆ เชียงใหม่ (ไปไกลๆ ไมไ่ด้เพราะน้องป้อนยังอายุแค่ 8 เดือน เอง)  แต่โดยรวมก็สนุกมากๆ ครับ คุยๆ กันไว้ว่า จะกำหนดให้ มี Family Trip แบบหยุด 1 สัปดาห์ทุกๆ ปี เพื่อที่เราจะได้มีเวลาอยู่ร่วมกัน และเดินทางไปไหนร่วมกัน.. มาลุ้นกันว่า ปีหน้าพวกเราจะไปไหนกันครับ

>> ดูภาพชีวิตพวกเราตอนไปอยู่ที่เชียงใหม่ตลอด 1 อาทิตย์กันครับ


 

 

 

 

 

 

Written by pawoot

2011/09/25 at 11:35 PM

เดินทางไกลเพื่อสอน…

with 2 comments

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17/7/10) ได้มีโอกาสไปสอนที่ ม.สุรนารี (โคราช) ซึ่งเป็นประจำที่ผมต้องไปสอนวิชา e-Business อยู่แล้วทุกๆ ปีโดยคำเชิญของ อ.อ๋วน กับ อ.ธรรมศักดิ์ ผมว่าผมสอนทึ่นี่มา 6-7 ปีติดต่อกันแล้วน่ะ แต่สิ่งที่ท้าทายผมมากๆ คือผมต้องสอนคลาสตอน 9 โมงเช้าครับ และผมก็ต้องขับรถเองจาก กรุงเทพไปที่ โคราช เพื่อไปสอน 3 ชั่วโมงเสร็จ ก็ขับกลับรวมเวลาขับรถไป-กลับก็ 6 ชั่วโมง เหนื่อยใช่เล่น เดียวนี้ ผมต้องขอให้อาจารย์เลือกวันสอนเป็นวันเสาร์แทน เพราะจะได้ไม่ไปชนกับวันทำงานของผม เพราะหากไปสอนที่โคราช นั้นหมายถึง ผมต้องใช้เวลาทั้งวันเลยทีเดียว….


IMG_20100717_100820
รรยกาศในห้องเรียนที่สอนที่ ม.สุรนารี

หลังจากที่ต้องขับรถเอง โดยต้องตื่นอย่างน้อยตี 5 เพื่อขับรถออกเดินทางจากกรุงเทพ ไปโคราช ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงโดยประมาณ ไอ้ขาไปไม่เท่าไรครับ แต่ไอ้ขากลับนี้สิ ท้าทายมาก ยืนสอนและพูดตลอด 3 ชั่วโมง ถือว่าเป็นการใช้พลังงานที่เยอะมาก บวกกับนอนน้อย บ่อยครั้งที่ ขับรถขากลับ ผมต้องจอดแวะแอบหลับอยู่ข้างทางประจำ

ต้องยอมรับว่าผมก็ยังคงสนุกกับการสอนน้องๆ อยู่ดี ถึงแม้มันจะดูลำบากกับผมก็ตาม เพราะผมเชื่อว่า “การให้ความรู้กับคน และคนเหล่านั้นนำความรู้และประสบการณ์ที่ผมถ่ายทอดนำไปต่อยอดได้ นั้นหมายถึงเราสามารถช่วยพัฒนาสังคมและประเทศเราได้อีกทางหนึ่ง….” ประเทศไทยยังต้องความรู้อีกมากครับ ดังนั้นการมีโอกาสได้แบ่งปันความรู้ นี้คือโอกาสดีที่จะได้ช่วยเหลือสังคมและประเทศของเราครับ

วันก่อนโชคดีมาก น้องที่ office แนะนำว่า ทำไมพี่ไม่เช่ารถตู้ให้คนขับไปให้ละ..จริงๆ ต้องบอกก่อนว่าปกติผมไม่ชอบการมีคนขับรถเท่าไร เพราะมันผมเป็นคนขี้เกรงใจคน และชอบอยู่ส่วนตัวมากกว่า ไม่ชอบให้มีคนอื่นๆ อยู่ด้วยในเวลาส่วนตัว แต่พอคิดไปคิดมา ก็ชักอยากลองเหมือนกัน เพราะมานั่งขับรถเองไกลๆ เหนื่อยก็เหนื่อย และเวลามีคนขับให้ เราก็มีเวลาพักผ่อน และสามารถทำงานได้ในรถขณะเดินทาง ถือว่าน่าสนใจมากๆ น้องๆเค้าก็แนะนำบริการของ Thai Rent a Car มาให้ ซึ่งเอ็มโทรไปคุย ตอนแรกนึกว่าราคาจะแพงมาก ปรากฏว่า ราคาไม่เท่าไรเลย กับรถตู้พร้อมคนขับ เพราะเห็นโฆษณาในทีวีนึกว่าจะแพง

IMG01071-20100718-1818
ถตู้ที่เช่าจาก Thai Rent a Car ป้ายแดงด้วย

หลังจากที่ได้ลองใช้บริการรถเช่า ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับว่า “ติดใจ” เพราะด้วยเหตุผลหลายอย่าง

  • สบายมากๆ ไม่ต้องขับเอง (แน่นอนอยู่แล้วข้อนี้)
  • คนขับรถที่ส่งมา ถือว่า โปรเฟสชั่นนอลมากๆ ขับรถนิ่มมาก มีการอบรมมาอย่างดี (นี้แหละคือความได้เปรียบของการใช้บริการของบริษัทที่ชำนาญด้านนี้โดยตรง)
  • รถใหม่ (ป้ายแดง) และก็สะอาดมากๆ
  • หลับสบายไรกังวล ทำงานได้ในขณะเคลื่อนที่
  • ไม่ต้องมานั่งจอดรถ ถึงปุ๊ปลงปับ ถือเวลาก็โทรให้มารับ ง่ายดีแหะ…
  • มีเวลาเล่นกันลูกในระหว่างเดินทาง
ไม่ต้องลังเลเลยว่า การเดินทางไกลๆ ผมจะไม่ขับรถเองอีกแล้ว เช่ารถเอาดีกว่า ฮ่าๆ สะดวก ประหยัด คุ้มค่ากว่าเห็นๆ ถือว่าเป็นแนวความคิดใหม่ของผมอีกวันเลยทีเดียวสำหรับเรื่องนี้

เที่ยวหัวหิน…

leave a comment »

ขอเก็บ Blog นี้เอาไว้รวบรวมที่เที่ยวที่หัวหิน.. Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2010/07/05 at 6:37 AM

ไปญี่ปุ่น ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

leave a comment »

เอ่อ Blog นี้เอาไว้ Note สำหรับข้อมูลสำหรับไปญีปุ่นครับ คือช่วงนี้ผมไปญี่ปุ่นหลายครั้ง และทุกครั้งต้องมานั่งหาข้อมูลประจำ เลยเปิด Blog เอาไว้เพื่อเก็บข้อมูลที่หาเจอมาจากแหล่งต่างๆ

ข้อมูลทั่วไปที่น่าสนใจ

Read the rest of this entry »

Written by pawoot

2010/05/02 at 8:29 PM

15-18/6/08 สอนที่โคราชและบุกเมืองจีน

leave a comment »

15/6/08 – ไปสอนโคราช

     เมื่อวานตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตี 5 ออกเดินทางไป จังหวัดโคราช ขับรถไป 3 ชั่วโมง เพื่อไปสอนที่ มหาวิทยาลัย สุรนารี คณะเทคโนโลยีสาระสนเทศ สาขา การตลาด วิชา E-Business อ.อ๋วน (ศทธิโชติ) อาจารย์ที่นั้นจัดคิวให้ผมไปสอนเป็นประจำทุกปีที่ มหาลัยนี้ และปีนี้ผมได้ขอให้จัดวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะติดงาน และครั้งนี้ อ.อ๋วน จัดให้ผมสอนวันอาทิตย์ทั้งวันเลย ไม่ต้องขับรถมาหลายๆ รอบ โดย ครั้งนี้ผมสอนตั้งแต่  9 โมงเช้าถึง 4.30 เย็นเลยทีเดียว อัดยาว สอนวันนี้สนุกมาก เพราะน้องๆ ให้ความสนใจเลยทีเดียว

ภาพบรรยกาศน้องๆ ภายในห้องเรียน

ง่วงก็นอนไปเหอะน้องเอ๊ย

    ขากลับก็ขับกลับ และตั้งใจจะแวะไปทานสเต็กที่ร้าน เร็กซ์สเต็กเฮาส์ ที่สระบุรี แต่ร้านปิด เลยต้องไปกินร้าน ครูต้อ แทนปกติผมสอนทั้งวันนี้ จะหมดแรงข้าวต้มเลย เพราะต้องพูดๆๆ อยู่คนเดียวทั้งวัน เอ็มขับรถมาถึงกรุงเทพตอน 2 ทุ่มกว่า ก็แวะไปบ้านพี่นุก (หัวหน้าเก่าเอ็ม) ผมขอไปอาบน้ำที่นั้น และก็ออกไปขึ้นเครื่องที่ สุวรรณภูมิ ตอน 5 ทุ่มครึ่ง มาถึงก็มาเจอกับทีมของ Software Park และบริษัทอื่นๆ ทั้งหมด 8 บริษัทที่ไปร่วมทริปนี้

สเต็กร้านครูต้อ

    ต้องเกริ่นถึง Trip นี้ก่อนครับว่ามันคืออะไร? ทริปนี้เป็นทริปทีทาง Software Park จัดร่วมกับ BOI จัดพากลุ่มบริษัท Software ในไทยไปดูงาน และพาไปดูแนวทางการลงทุนในประเทศจีน ซึ่งเมืองที่เราไปคือเมือง หางโจว เป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตด้าน software สูงมาก เมืองน่าอยู่ ทะเลสาบสวย (ผมเคยมีโอกาสมาเมืองนี้เมื่อ 2 ปีก่อน เมืองนี้สวยและน่าอยู่จริงๆ)  บริษัทที่มากับทริปนี้ด้วยมีหลายบริษัทได้แก่ 

  1. Adasoft (ทำ Software POS-พี่ต๊อก)
  2. Biz Frontier (ทำ SI-พี่นัทพงษ์)
  3. Wealth Management (ทำ Software ด้าน finance – พี่เล็ก)
  4. Grand Planet Enterprise (ReadyPlanet – Software ทำเว็บไซต์ – พี่บู้)
  5. Mobile Game Motion (ทำ Software Mobile – Palm)
  6. TCC Commercial Property Management (พี่มานิต, พี่สุรางค์ และ คุณชยาขวัญ)
  7. Trinity – (คุณพญาคิน)
  8. SOLARTEC – (ด้าน Solar Cell – พี่ชาตรี)
  9. TARAD.com (ผู้นำด้าน E-Commerce ของโลก โห๊ะๆๆ)

เรามาเจอกันและเริ่มออกเดินทางสู่ง เซี่ยงไฮ้ ด้วยสายการบิน Eastern China Airline เที่ยวบิน MU 548 ออกตอนตี 2 ต้องยอมรับว่าวันนี้เป็นวันที่เหนื่อยจริงๆ ของผม สอนทั้งวันอดนอนเดินทางไปจีนต่ออีก เฮ้อออ

******************************************************************************

16/6/08 – ถึงเมืองจีนแล้ว

    ตื่นมาอีกทีตอน 6 โมงกว่า (เวลาจีน เมืองจีนเวลาเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง) เที่ยวบินนี้ไม่เต็มครับ ผมเลยไปยึดที่ด้านหลังนอนยาวบนเก้าอี้ 4 ตัวไปเลย หลับไม่สบายเลย ตื่นมายังง่วง และเพลียสุดๆ และส่งหนึ่งที่ผมพบคือ บริการของแอร์โฮสเตส AIR Eastern Airline ห่วยมากไม่ดูแล อาหารก็ห่วย (ขนมปัง, KitKat อะไรอีกก็ไม่รู้) เห็นแล้วคิดถึงบริการของการบินไทยเลยครับ

    มาถึงสนามบิน ผู่ตง (เซี่ยงไฮ้) สนามบินใหญ่มาก มาถึงเราก็เดินทางสู่ง หางโจวเลย โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง มาถึงเราก็เข้าโรงแรม Lake View ริมทะเลสาบชีหู ทะเลสาบชื่อดังของหางโจว ตอนเที่ยง แล้วก็แยกไปเข้าห้อง เพราะต้องออกไป ESP ตอน 2 โมงครึ่ง 2 ชั่วโมงไม่ได้นอนเลยครับ ต่ออินเตอร์เน็ตในห้อง โดยมีสาย Lan ให้ โดยค่าเน็ตเค้า 30 RMB (Yuan) หรือประมาณ 150 บาท/วัน ก็เลยเปิดใช้ และต่อเน็ตทันที นั่งดูเมล์ตอบเมล์ไปเรื่อย

    หลังจากนั้นช่วงบ่าย 2 เราก็ลงมาเจอกันและเดินทางไปที่ ESP โดย ESP (East Software Park) ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว เป็นศูนย์กลางของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่นี้เป็นมีบริษัทดังๆ หลายๆ แห่งเช่น Solideworks, ChinaHR.com, alibaba.com, Digital China เป้นต้น ซึ่งเค้าบอกว่าเค้าเป็น Slicon Valley ของเมืองจีนในฝั่งตะวันตก ที่นี้มีการร่วมกับ Singapore ในการพัฒนา Business Software ขึ้นมา โดยทีนี้ประกอบไปด้วยหลายๆ ส่วนได้แก่

  • Science and Technology Platform
  • Investment and Finance Platform
  • Man Power Resource Platform
  • International Intercommunication Cooperation Platform
  • Knight Service for Property Yeoman’s Service

เค้าดูแลเราอย่างดี พาเดินดูบรรยกาศและออฟฟิสในระแวกนั้น ว่ามีอะไรบ้าง เค้าพาไปดู Panchi บริษัท โฆษณาออนไลน์ของ หางโจว มีพนักงาน 200 กว่าคน ขายโฆษณาออนไลน์ให้กับ บริษัทของจีน และก็ไปดูบริษัททำอุปกรณ์เชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ต่างๆ เป็นระบบ network ใหม่ หรือ M2M (Machine to Machine) รูปแบบธุรกิจเค้าน่าสนใจมาก

บรรยกาศทำงานของบริษัท Internet จีน

พืนที่ต่อคนเล็กมาก พอดี 1 คน (เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดโทรหาลุกค้า)

    หลังจากนั้นเราก็ไปทานอาหารและเดินทางกลับโรงแรม ผมกะจะนอนทันทีเพราะเหนื่อยมาก เดินทางมาตลอด ไม่ได้พักเท่าไร แต่พอมาถึงที่ห้อง เปิด Internet เจอ E-Mail ก็นั่งตอบ E-mail โดยกว่าจะนอนได้ก็เกือบเที่ยงคืน หลับไปโดยแทบไม่รู้ตัว

ดูภาพบรรยกาศทริปนี้ทั้งหมดได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157605687614297/detail/

******************************************************************************

17/6/08 HEDA เมืองแห่งความสมบูรณ์ทางธุรกิจ

    วันนี้ตื่นมาแต่เช้า ขึ้นไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารชมวิวทะเลสาบของเมืองหางโจว และก็ลงมานั่งรอในรถบัส เปิด Notebook เจอ WIFI ของ China Telecom ซึ่งดีมากๆ เพราะเค้าปิด Port 80 เล่นเน็ตเปิดเว็บไม่ได้ แต่ลืมปิด Port อื่นก็เลยเช็กเมล์และใช้พวก IM ได้เช่น  MSN, Skype และก็ Twitter ได้ผ่าน Twhirl และก็นั่งรถไปสู่ HEDA

    HEDA คือ Hangzhou Economics and Development Area ง่ายๆ คือเหมือนพื้นที่หรือโซนสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะ ที่ลงดูแลโดยรัฐบาล ต่างจากเมื่อวานที่ ESP (East Software Park) ที่ไปเมื่อวาน ที่เป็นของเอกชนร่วมกับรัฐบาลมาร่วมกันเปิด แต่วันนี้ที่ HEDA เป็นลักษณะเหมือนกับเมืองๆ หนึ่งเลย ที่ใหญ๋มากๆ มีพื้นที่ความกว้าง 150 Km x 150 Km เกือบเป็นจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียว ภายในมี มหาวิยาลัยด้วย (เค้าบอกว่า 14 แห่ง)  ผลิตนักศึกษาได้ 150,000 คนต่อปี (เป็นคนด้านไอทีและเทคโนโลยี) เมื่อเข้าไปในเมืองพบว่า เมืองนี้ถูกสร้างมาสำหรับด้านนี้โดยเฉพาะ มีโซนมหาลัย โซนที่พักอาศัย โซนทำงาน

บรรยกา่ศการประชุมกับ HEDA

บรรยาศส่วนหนึ่งของเมือง HEDA

    เรามาถึง HEDA เค้าก็ Brif ให้ฟังว่าการมาเริ่มธุรกิจในเมืองจีน จะต้องทำอย่างไรบ้าง ดูรายละเอียดได้ด้านล่าง

    หลังจากนั้นก็แวะไปทานอาหารที่ตึกๆ นึงภายใน HEDA ตึกสวยมาก และได้มีโอกาสพบกับทาง BOI ประเทศไทยประจำเมืองเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นเราก็เริ่มงาน พบปะระหว่าง บริษัทไทยกับ บริษัทจีน ซึ่งทางฝั่งจีนมีมาเกือบ 40 คนเลยทีเดียว

ตึกที่ผมพูดถึงว่าสวยมาก

    เราเสร็จจากการพบปะประมาณ 5 โมงกว่า เค้าก็พอไปทานอาหารเย็น ห้องอาหารหรูมาก โดยหัวหน้า หรือประธานของ HEDA และหลังจากทานอาหารเสร็จเราก็กลับที่พักกัน โดยหลังจากเข้าห้องไปแล้ว เราก็นัดกันออกไปเดินเล่นกันข้างนอกและกับมานอนกัน

ดูภาพบรรยกาศทริปนี้ทั้งหมดได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157605687614297/detail/


HEDA Brift
**************************

HEDA Location
++++++++++++++++++++
– Near Sub-way station
– Near 1.30 hour shianghai
– New civilize city of Hangzhou
– They join with Asendas singapore

Why Hangzhou – China
**************************************
– Near Major City (Shianghai, Hangxhou)
– Convieniet transport
– Rich human resource
    – 36 institue
    – 380,000 new university/year
    – 247 program relate service outsourcing
– Industry straing
    – 1000 IT company
    – Microsoft, Moto, intel. NEC, infosys setup R&D in Hangxhou
– Favorable policy
– Beatutiful Environment

HEDA info
*************************************
– National Development
– 300,000 population
– International Standard & Facilities

Others support
– Connect University
– Training S/W
– Tax incentive
– Retal space

Business Lab – make business in China
– they have flow and process support till open office
    – My chinese web site
    – My China office
        – Dedicate facility (Office furniture, stationary, telephone number)
        – Share facility (Internet, Printer, Fax, Photo copy)
        – Test and monitor potential customer

Singapore-Hangzhou Scince Technology Park (Ascendas Company) by April Bian
*****************************************
– Provide Business Space 30 years
– Market in sout kora, china, india (Bangalor, China)
– Base in Singapore

Start company in HEDA – by Stephen
*********************************
Setup Compay
+++++++++++++++
– Cost of company registration in China 0.5% ที่จดทะเบียนเงินลงทุน
– ค่า Fee เก็บเงินโดยรัฐบาล
– Minimum register captital  30,000 RMB
– เปิด bank แล้วใส่เงินลงไป 15% ภายใน 3 ปี แต่ถ้าบริษัทเล็กต้องใส่ทั้งภายใน 6 เดือน
– Document in chinese
– 2 week to 1 month for register company in China
– we can own 100%
– 1 company 1 address (Can’t shar address, but share office is ok)   

Human resource
+++++++++++++++
Cost
– 1,000 & 1,500 RMB  for Marketing
– 3,000 RMB for programer

– exclude wellfare
– well fare 350 head/month
– have pay 13 month exclude bonus
– 8 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่ออาทิตย์ครับ

การจ้างงาน
– Contract 3 times แล้วกลายเป็น Permanent
– pay compasatiopn depend on time that they work 1 ปี จ่าย 1 เดือน maximum 12 month

Apartment
++++++++++++++++++
20 Sqm
1500 RMB – no decorate
2500 RMB/Month Decorate

******************************************************************************

18/6/08 – ดูงานและเดินทางสู่ต้าเหลี่ยง

    วันนี้ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้า ออกเดินทางมาบริษัท Sunyard บริษัทใหญ่มีพนักงาน + 2000 คน List ในตลาดหลักทรัพย์ เซี่ยงให้ ทำ BPO (Business Process Outsourcing), ITP (IT Outsourcing) เน้นทำ Application และ Service ให้ Bank เป็นหลักมีสาขาอยู่หลายประเทศทั่วโลก ผมไม่ค่อยได้ฟังเท่าไรเพราะอันนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับผมเท่าไร จะเกี่ยวกับธุรกิจ Banking Finance หรือพวก POS เป็นหลัก

ภาพหมู่คณะที่ไปร่วมชมงานของ sungard

    หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปบริษัท Aladin ที่เมื่อวานไปที่งานพบปะที่ HEDA ด้วย โดยขับรถกลับมาแถวๆ HEDA เค้าอยู่สำนักงาน Software Park 3 ชั้น 16 เป็นบริษัททำแผนที่ 3D และ Local Search ซึ่งจริงๆ เค้าชวนผมมาดู office เมื่อวานนี้ แต่วันนี้เราดันมากันหมดทั้ง Group 13 คนทำให้ ทางเค้าต้องเตรียมตัวกันน่าดู เพราะ office เค้าไม่ได้มีห้องใหญ่ๆ ไว้รับรอง

    เราไปถึงเจ้าของ Alan (อายุแค่ 29 เอง เกิดปี 1979) แต่เป็น President หรือเจ้าของบริษัท อายุน้อยกว่าผมอีก แต่บริษัทนี้มีพนักงาน 450 คนเลยทีเดียว โดยเป็น Developer ซะส่วนใหญ่ หลังจากเค้าเล่าให้ฟังว่า บริษัทเค้าทำอะไรบ้าง ความเป็นมายังไง เค้าก็พาเดินดูรอบๆ office ของเค้า โดยเป็นพื้นที่ทั้งชั้น

Alan เจ้าของบริษัท Aladin

    โดยทีนี้มีพนักงานประมาณ 200 คน พอเดินไปดูพบว่าส่วนใหญ่พนักงานที่นี้อายุน่าจะประมาณ 23-26 ปีเท่านั้น เด็กกันจริงๆ  และบรรยกาศการนั่งทำงานที่นี่ค่อนข้างแน่นมากๆ พื้นที่ต่อ 1 คนคือกว้างแค่ 60-70 ซม. เท่านั้น เนื่องจากช่วงที่เราไปเป็นช่วงบ่ายพอดี พนักงานที่นั้นใช้วิธีการ นอนฟุบลงไปบนโต๊ะเลยเพื่อพักผ่อน บางส่วนก็นั่งเล่นเน็ตไปเรื่อยๆ แต่ผมสังเกตุเห็นหลายๆ คนกำลังละครทีวี ทางอินเทอร์เน็ตกัน

บรรยกาศการทำงานของบริษัท Aladin

    สิ่งที่สังเกตุได้จากหลายๆ บริษัทที่ได้ไปดูงานมาคือ เค้าจะมีการทำเอกสาร และอุปกรณ์ของบริษัทต่างๆ ไว้ดีมาก เช่นมี เอกสารแนะนำบริษัท 4 สี่อย่างดี แจกเป็นเล่มๆ (เมืองไทยเล่มนึงน่าจะหลายตั้งค์) มีแก้กระดาษเป็นโลโก้ของบริษัท, มีการตกแต่งบริษัทด้วย โลโก้ต่างๆ ซึ่งผมเข้าใจว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ที่ประเทศจีนราคาไม่น่าจะแพงเท่าไร

แก้วกระดาษ Aladin

    หลังจากดูงานเสร็จแล้วเราก็เดินทางไปทานอาหารกลางวันกัน ต้องบอกว่ามา ทริปนี้ไม่มีอาหารไทยครับ และก็ไม่มีหัวหน้าทัวร์ ไว้คอยบริการดูแลครับ ดูแลกันเอง และมีทีมงาน Software Park คอยดูแล และมี Guide ท้องถิ่นคอยดูแลอีกที (ชื่อบูรพา พูดเก่งชมัด ขำดี) ตลอดทริปเรากินอาหารจีนท้องถิ่นกันตลอด อาหารดูดีมาก ครับในแต่ละมื้อ

    หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จก็เป็นช่วงที่ว่างหลังจากดูงานกันมา 2 วันครึ่ง แต่เรามีเวลาน้อย ไกด์เลยพาไปไหว้ พระจี้กง และเดินทางไปซื้อผ้าไหม ซึ่งผมซื้อผ้าห่มผ้าไหมไปผืนนึง (โดนจนได้) หลังจากนั้นเราก็เดินทางมาที่สนามบิน หางโจว เพื่อที่จะเดินทางไปที่ ต้าเหลี่ยงกัน

วัดจื้อกง

    ในระหว่างทางที่นั่งเครื่องมาเมือง ต้าเหลี่ยง (เมืองแห่งธุรกิจซอฟต์แวร์) น่ากลัวมาก เครื่องสั่นและตกหลุ่มอากาศบ่อยๆ ให้คิดถึงข่าวที่เครื่องบินจีนตก หลายๆ ครั้ง ฮ่าๆ แต่อย่ากลัวไปเลย คนเราจะตายมันก็ตายแหละ ยิ่งไปกลัวมันจะยิ่งคิดมาก วางเฉยดีกว่า แต่นั่งไปก็หวั่นๆ เหมือนกัน ระหว่างนั่งก็เปิด GPS Track ตำแหน่งตัวเองไว้ด้วยว่าเราเดินทางเป็นยังไงบ้าง โดยเฉลี่ยจากหลายๆ ครั้งที่จับความเร็วระหว่างเครือ่งบินขึ้น (Take-off) เครื่องบินจะวิ่งให้ได้ความเร็วที่ 200-250 Km/Hrs แล้วถึงจะเริ่ม Take-off และในระหว่างทางเดินทางไปต้าเหลี่ยง เครื่องบินๆ ด้วยความเร็วเฉลี่ย 700-800 Km/Hrs Just for your information ที่นั่งบนเครื่องนี้แน่นมาก คนนั่งมาเต็มเครื่องเลยแหะ มาถึงเมืองต้าเหลี่ยน (Dalian) เวลาเกือบ 22.00 ก็นั่งรถเข้าโรงแรม Zhongshuan Hotel ราคาค่าต่อเน็ตที่นี้ เท่ากับที่ก่อนหน้านี้ 30 RMB (150 baht/day) นั่งเช็กเมล์สลัลกับพี่บู้ ReadyPlanet รู้สึกหิวๆ เลยลงไปหาบะหมี่กล่องกิน กลับมาทำงานต่อ นอน คร่อกกกก

ดูภาพบรรยกาศทริปนี้ทั้งหมดได้ที่ http://www.flickr.com/photos/pawoot/sets/72157605687614297/detail/

ใช้เทคโนโลยีในการเดินทาง.. ไปจีนกันดีกว่า

leave a comment »

         วันจันทร์นี้ ผมมี Trip ไปเมืองจีน ไปหางโจว กับทาง software park ต้องบอกว่าทริปนี้ แทบจะเตรียมตัวเองไม่ทันเลย เพราะกระทันหันจริงๆ

แต่วันนี้ผมเตรียมหลายอย่าง โดยได้ไป download software Dictionary ภาษาจีนมาของโดยแหล่งที่ผมเข้าไปค้นหา คำแนะนำว่าจะไปค้นหา software อะไรดี ก็ที่แรก www.MrPalm.com ของพี่นัทหมีใหญ่ใจดีครับ และอีกเว็บก็ www.Smart-Mobile.com ของพี่วิโรจน์ กูรู Gadget ที่เก่งกาจ โดยเข้าไปค้นหาในเว็บบอร์ด โดยใช้ระบบ Search ค้นหา Software ที่ต้องการ โดยในที่สุดก็เจอ

 www.hnhsoft.com/dictec  เป็น talking dict และก็ไปโหลดโปรแกรมที่พูดภาษาจีนเป็นประโยคเป็น phrase books ชื่อ china2go จาก www.hnhsoft.com/ctgpbook ซึ่งเมืองจีนหากพูดจีนเลยก็คงใช้ชีวิตลำบากครับ นับว่าเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจเลยทีเดียว ซึ่ง software เหล่านี้จะช่วยทำให้ การคุยกับคนจีนเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น คือกดปุ๊ปมีเสียง การพูดออกมาเลยว่าเราต้องการอะไร เจ๋งดีแหะ ….

งงอยู่นานว่า เมืองจีน (หางโจว) ใช้ภาษาจีนอะไร เพราะมันมี แมนดาริน กับแคนโตนิส ซึ่งโทรไปถามกุ้งเฉื่อย มันบอกว่า ใช้แมนดาริน ส่วน แคนโตนิสส่วนใหญ่ใช้ที่ ฮ่องกง

และก็ไปโหลดแผนที่เมืองจีนสำหรับ Gamin ใน PDA ผมซึ่งไปโหลดมาที่ http://garminmapsearch.com ครั้งก่อนผมไป ญี่ปุ่นก็ไปโหลดแผนที่ฟรี ได้ที่นี่สะดวกมากๆ โหลดมาลงไว้ใน PDA ก่อนแล้วพอไปถึงก็เปิดนำทางได้เลยครับ สำหรับคนที่สนใจ จะโหลดแผนที่ลงระบบนำทางของ Garmin ใน PDA ของคุณดูวิธีการเพิ่มเติมได้ที่

www.pdamobiz.com/forum/PDAforum_posts.asp?TID=101096&PN=2&TPN=3

เอาละพร้อมเดินทางแล้ว  แต่เดียวผมต้องออกไปถ่ายรายการ SME ชี้ช่องรวย สุดสัปดาห์ และ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้าไปสอนที่ ม.สุรนารี ทั้งวัน และกลับมาก็ต้องมาขึ้นเครื่องไป จีนแล้ว เหนื่อยจริงๆเล้ยย เฮ้ออ…

ปล. ขอบคุณ ดาว เลขาคนเก่ง ที่ช่วยเตรียมเอกสารเป็นภาษาจีนครับ และจัดนัดหมายทั้งหมดให้ด้วยความรวดเร็วครับ :)

Written by pawoot

2008/06/14 at 11:09 PM

ไป HunHin Summer Festival กันเถอะ.. 17 พค 51 นี้

with one comment

      วันที่ 17 พฤษภาคม นี้ พวกเราชาว TARAD Dot Com จะไปบุก Honda Summer Fest’ @ Hua Hinอีก ครั้ง กับอีกหนึ่งเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุดของเมืองไทย กับบรรยากาศธรรมชาติของหาดทรายและชายทะเล ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมกับแนวดนตรีที่มีสีสัน Bossa / Ska / Reggae

สำหรับพี่ๆ น้องๆ ชาว TARAD Dot Com งานนี้ ที่พักฟรี…! (จำกัดจำนวน ไม่เกิน 30 คน) (ค่าอาหารเดินทางแชร์กันครับพี่น้อง)

ลงชื่อเลย (ขอสงวนเฉพาะชาว TARAD Dot Com เท่านั้น)

ที่พักใกล้ ที่เล่นคอนเสริต์ อยู่เขาตะเกียบเลย ดูตำแหน่งที่พัก

 

house huahin
บ้านที่พัก ห่างจากทะเล 200 m (สอบถามได้จากคณะที่เคยไปมา)  แผนที่มาที่บ้านนี้
beach
หาดนี้เลย ที่จัดงาน (หาดหัวดอน หลังเขาตะเกียบ)

————— รายละเอียดเด้อ —————

Honda Summer Fest’ @ Hua Hinอีก ครั้ง กับอีกหนึ่งเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุดของเมืองไทย กับบรรยากาศธรรมชาติของหาดทรายและชายทะเล ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมกับแนวดนตรีที่มีสีสัน Bossa / Ska / Reggae

Honda ร่วมกับ เทศบาลเมืองหัวหิน และ บริษัท อาร์เอส เฟรชแอร์ จำกัด
ขอ เสนอเทศกาลดนตรีสุดฮิปริมชายหาด ท่ามกลางแสงแดดและดวงดาว กับแนวดนตรี Bossa, Ska, Reggae ใน Honda Summer Fest’ @ Hua Hin ครั้งแรกกับ “เทศกาลดนตรีฤดูร้อน” ของไทย นำทีมศิลปินที่จะมาสร้างสีสันความสนุกโดย T-Bone, Modren Dog, Groove Riders,
ใหม่-เจริญปุระ และศิลปินชั้นนำจากต่างประเทศ อาทิเช่น Swan Dive (สหรัฐอเมริกา), Agrikulture (อินโดนีเซีย) ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนของวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 2551 ณ เขาตะเกียบ (หาดหัวดอน) หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ศิลปิน ที-โบน, โมเดิร์น ด๊อก, กรู๊ฟไรเดอร์, ใหม่-เจริญปุระ, Swan Dive (สหรัฐอเมริกา), Agrikulture (อินโดนีเซีย), ลิเดีย, Skykick Rangers, มหาจำเริญ, Kai-Jo Brothers, Teddy Ska Band, Srirajha Rockers,จ๊อบ-บรรจบ, พีท-พีระ, Jet Set’er, Lipta, พร้อมด้วย DJ.ชั้นนำ ทั้งไทยและต่างประเทศ
ศิลปินเด่นๆส่งตรงจากต่างประเทศก็จะมี
Swan Dive (สหรัฐอเมริกา) วง Swan Dive ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1993 เป็นวงดูโอที่ประกอบด้วย Bill De Main
มือ กีต้าร์และนักร้องนำ Molly Felder นักร้องนำสาวซึ่งทำหน้าที่เล่นเพอร์คัชชั่นด้วย พวกเขามีแฟนเพลงมากมายทั้งในเมือง Nashville ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นบ้านเกิดของพวกเขา ไปจนไปถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาประสบความสำเร็จมากที่สุดถึง 4 ซิงเกิล ที่ติดอันดับ Top 10 และมีมิวสิควิดีโอที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ชั้นนำอย่าง MTV และยังรวมไปถึงการทัวร์คอนเสิร์ตที่ไม่หยุดยั้ง สำหรับนักร้องสาว Molly Felder เคยร้องเพลงประกอบโฆษณาในระดับชาติอย่าง Pepsi, Big Red และเคยประสานเสียงให้กับ Amy Grant, Jill Sobule และวง Sixpense None the Richer มาแล้ว
ส่วนอีกวงนึงที่เราได้ Import เข้ามา คือ grikulture (อินโดนีเซีย) สไตล์ ดนตรีแบบเรทโทร ร็อค และจังหวะโซลของวง Agrikulture โด่งดังไปทั่วอินโดนีเซีย ซึ่งพวกเค้ามีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินดัง ๆ มากมาย และได้รับเลือกให้แสดงสดในงานสำคัญต่าง ๆ อาทิ Good Vibrations Festival วง Agrikulture เริ่มต่อตั้งโดยมีสมาชิกเพียง 2 คน คือ Anton Wirjono (ดีเจ Anton) และดีเจ Aditya ทั้ง 2 ผสมผสานดนตรีแนวป็อบสไตล์อินโดนีเซีย ตระเวณเล่นสดตามผับต่าง ๆ โดยมีดีเจ Hogi เข้ามาร่วมงานด้วย หลังกลับจาก San Francisco โดยพกความรู้และประสบการณ์ด้านดนตรีอีกเพียบ เค้าทั้ง 3 ได้สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรี และรูปแบบการแสดงที่น่าจับตามอง โดยไม่นานมานี้ พวกเค้าได้สมาชิกใหม่เพิ่มอีก 2 คน คือนักร้องนำชื่อ Irfandy ผู้ซึ่งเป็นไอคอนแนวอินดี้ และได้รับรางวัล MC ดีเด่น 2 ครั้ง จาก Paranoia Awards และสมาชิกอีกคนคือ มือกีต้าร์นามว่า Pahlevi อัลบัมเปิดตัวของ Agrikulture คือ Dawai Damai ออกวางแผงเดือนกรกฎาคม ปี 2007 ในอินโดนีเซีย และอัลบัมใหม่ของพวกเขา มีศิลปินมาร่วมงานด้วยอย่าง Tika, Indra Aziz, Jason Tedjasukmana และ Edo Wallad

กำหนดการแสดง
12.00 น. DJ.
13.00 น. สกายคิกค์ เรนเจอร์ / Skykick Rangers
13.30 น. มหาจำเริญ / Mahajomrern
14.00 น. ไคโจ บราเธอร์ / Kai-Jo Brothers
14.30 น. เท็ดดี้ สกา แบนด์ / Teddy Ska Band
15.00 น. ศรีราชา ร็อกเกอร์ / Srirajha Rockers
15.30 น. จ๊อบ-บรรจบ / Job 2 Do
16.00 น. พีท-พีระ / Pete Pera
16.30 น. ลิเดีย / Lydia
17.45 น. DJ.
18.15 น. Swan Dive (สหรัฐอเมริกา)
19.00 น. สมเกียรติ อริยะชัยพานิช / Mr.Z
19.30 น. ใหม่-เจริญปุระ/ Mai
20.15 น. เจต เซ็ตเตอร์ / Jet Set’er
21.00 น. ลิปตา / Lipta
21.45 น. กรู๊ฟไรเดอร์ / Groove Riders
22.30 น. ที โบน / T-Bone
23.15 น. โมเดิร์น ด๊อก / Modern Dog
00.00 น. Agrikulture (อินโดนีเซีย)
00.45 น. Internation DJ.

ข้อมูลแผนที่จัดงานดูได้ที่

map huahin
ดูแผนที่การเดินทางไปได้ ทีนี่ Google Map

 

Written by pawoot

2008/05/10 at 8:14 AM

18 – 23/10/05 หนีงาน บุกแดนกิมจิ ตะลุยไทเป จุดเริ่มต้น “สมาคม e-Commerce”

leave a comment »

18 – 23/10/05 หนีงาน บุกแดนกิมจิ ตะลุยไทเป
ช่วงอาทิตย์นี้ เป็นอาทิตย์ที่ผมได้มีโอกาสไปประเทศ เกาหลี-ใต้หวัน ได้ไปเปิดหูเปิดตา ดูประเทศที่เรืองอำนาจทั้ง 2 ประเทศนี้ในเอเซียใต้ ว่าเค้ามีความเป็นอยู่อย่างไร ก็นับว่าได้อะไรหลายๆ อย่างๆ จาก Trip นี้เลยทีเดียว
18/10/05  ประชุมแหลก
วันนี้ตื่นขึ้นมาสาย เพราะเมื่อคืนกลับมาซะดึกเชียว วันนี้ผมมีประชุม Head ตอนเช้า แต่ต้องมาเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไปเกาหลี-ไต้หวัน (ทีบ้านผมได้เป้ามาอีกแล้ว ของ Honda)  ผมมักจะเก็บกระเป๋า ก่อนการเดินทางคืนนึง แต่เดียวนี้มักเก็บกระเป๋าก่อนเดินทางเช้านั้นเลย ทำให้ต้องมาลุกลี้ลุกลนทุกที  ผมไปประชุม Head ตอนเกือบ 11 โมง ประชุมถึงเที่ยงกว่า และต้องเตรียมส่งงานกับ Partner  กว่าจะเคลียร์งานเสร็จ ก็ต้องรีบไปประชุมของ ชมรม E-Commerce ที่กระทรวง ICT แจ้งวัฒนะ ตอน 3 โมง ซึ่งผมนั่งติดรถ แบ็ต (Senior Programmer)  เราเริ่มประชุมกันพร้อมหน้าพร้อมตากันหลายๆ คน ผมดูทุกคนที่มาร่วมทำงานด้วยกันที่ชมรมนี้ ดูมีไฟกับการทำงานมากเลย  โดยเฉพาะพี่วรวุฒิ OfficeMate ที่รับอาสา ดูแลโครงการหลายโครงการของชมรม รวมถึงการปรับเปลี่ยนจาก “ชมรม” เป็น “สมาคม” ซึ่งนับว่าทำงานกันอย่างรวดเร็วจริงๆ ในการประชุมครั้งนี้ ทาง รองปลัดกระทรวง ICT ท่าน ธนนุช ได้เข้ามาร่วมประชุมด้วย การประชุมวันนี้ได้อะไรหลายๆ อย่าง รวมถึงได้ Roadmap ของชมรมทั้งปี คร่าวๆ มาแล้ว เราประชุมกันเสร็จเกือบ 1 ทุ่ม เสร็จแล้วผมต้องกลับไป office ไปเอากระเป๋า แล้วนั่ง Taxi ไปที่งานแต่งของเพื่อนผมที่ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ แถวหลักสี่ ไปถึงงานเกือบ 2 ทุ่มผมเข้าไปที่งานพร้อมกับแบกกระเป๋าเดินทางไปด้วย เพราะหลังจากเสร็จงานผมต้องไปขึ้นเครื่องเพื่อไปเกาหลี ตอน 3 ทุ่มครึ่ง ผมไปเจอเพื่อนๆ ที่สถาปัตย์ รังสิตกันในงานแต่งนี้ ซึ่งเป็นงานแต่งของ ไอ้หยุ่ยและน้องแนน หลังจากเสร็จงานแต่ง ผมก็ขึ้น Taxi มุ่งหน้าไป Airport ไปที่ห้องพักพิเศษ ที่ทาง Honda นัดไว้ ตอน 3 ทุ่มครึ่ง ผมไปเจอกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เคยเที่ยวด้วยกัน ตอนไปต่างประเทศครั้งก่อนๆ เริ่มออกเดินทางมุ่งสู่ กรุงโซล ประเทศเกาหลี
19/10/05 กรุงโซล
เราเดินทางมาถึงกรุงโซล ปรเทศเกาหลีตอนเช้า ที่สนามบินอินซอน ที่เกาหลี เวลาเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง ทีนี้มีประชากร ทั้งประเทศ ประมาณ 48 ล้านคน แต่ที่น่าสนใจคือทีนี่มีคนใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า 50%  และก็เริ่มออกเดินทางไปดูบ้านพักของประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ เค้าเรียกว่า Blue House โดยถ่ายรูปกับอนุเสาวรีย์นก ฟินิกส์  โดยมี ไกด์ท้องถิ่นที่ชื่อ ลิซ่า มาช่วยอำนวยความสะดวก แต่เธอไม่ค่อย เล่าอะไรให้ฟังซะเล้ยยยย แต่พวกผมก็ขำๆ กันไปเรื่อย เพราะพี่โอ จากกาญจนบุรี ที่ไปด้วยค่อนข้างขำและสนุกกันเองอยู่แล้ว หลังจากนั้นเราเดินทางมายัง ประสาทเก่า เป็นพระราชวังเคียงบ็อก และชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ซึ่งจัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเกาหลี  จากที่ผมได้ถามไกด์ พบกว่า ชาวเกาหลี สืบเชื่อสายมาจากทาง มองโกเลีย ซึ่งผมสั่งเกตุจาก อาหาร การดำเนินชิวิตหลายๆ อย่าง จะคล้าย กับคนมองโกเลีย (จากที่ดูหนังจีนมา)  ตอนเที่ยงเราแวะไปทานอาหารเกาหลีกัน ที่ร้านอาหารเกาหลี  โดยอาหารเกาหลีส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย เนื้อย่าง และผักประเภทต่าง ๆแต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยทุกมื้อของชาวเกาหลีคือ “กิมจิ”
หลังจากทานข้าวเราเดินทางไปช๊อปปิ้งกันที่ย่าน “ทงเดมุน” ซึ่งได้ชือว่า เป็นย่านตลาดขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย แหล่งรวมสินค้ามากมาย  พวกผมและบรรดาผู้ชายใน Trip เดินรวมตัวกัน เดินไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จะซื้ออะไรดี เพราะสินค้าแฟชั่นหลายๆอย่าง ราคาจะแพงกว่าเมืองไทยมาก เสื้อผ้าหนึ่งตัว ราคาอยู่ประมาณ 1000 บาท ซึ่งนับว่าแพงใช้ได้เลย
หลังจากนั้นเราเริ่มเดินทางสู่เมือง สวนโบ ซึ่งเป็นโรงแรมทางตอนกลางของเกาหลี  ตั้งอยู่ในจังหวัด ซุงเชินบุกโด ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการอาบน้ำแร่ของเกาหลี เราทานอาหารเย็นร่วมกัน (คล้ายๆ เดินคือ หมูย่างกับผัก) หลังจากนั้น เราก็ได้ลงมาอาบน้ำแร่ ที่ใต้ดินของโรงแรม ซึ่งค่าอาบน้ำอยู่ประมาณ 300 บาท (คล้าย ๆกับออนเซ็นหรืออาบน้ำแร่ที่ญี่ปุ่นเลยครับ) ผมแก้ผ้าเข้าไปอาบพร้อมกับ เพื่อนๆ  มีทั้งบ่อน้ำร้อนมาก ร้อนปานกลาง และน้ำเย็น ห้องสตรีม และห้องอบซาวน่า สดชื่นเลยครับ หลังจากได้อาบน้ำออกมา พวกเราก็ลงมานั่งคุยและทานอะไรไปเรื่อยๆ กัน ผมถามทางโรงแรมว่ามีอินเทอร์เน็ตให้เล่นไหมเค้ามีบอกว่ามีบริการให้เล่น ฟรี.!ว้าวว โดยเค้ามีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องตั้งไว้บริการให้คนมาใช้กัน ผมเองก็ไปใช้และพบว่ามันใช้ยากมากกก เพราะ windows ที่ใช้เป็น Version เกาหลีอ่านไม่ออกเลย ผมเลยแอบไปเอา notebook ตัวเอง ออกมาแล้วมาต่อกับสายแลนเค้า ขนาดที่นั้นเป็นต่างจังหวัด ผมเช็กความเร็วอินเทอร์เน็ตพบว่าเร็วถึง 2 Mb เลยทีเดียว ผมนั่งทำงานไป และคุยกับน้องๆ ที่ office ผ่านโปรแกรม Skype (www.skype.com) นับว่าคุณภาพเสียงใช้ได้เลยทีเดียว หลังจากใช้เน็ตเสร็จแล้ว ผมก็กลับมานั่งคุยกับเพื่อน ๆ ซึ่งตอนนี้ ดูท่าทางทุกคนเริ่มไปกันไกลแล้ววววว เราก็มานั่งคุยกัน ไปเรื่อยๆ ถึงประมาณ 4-5 ทุ่ม ก็เริ่มแยกย้ายกลับไปห้องกัน มีบางส่วนแวะไปหามาม่า จากไกด์มานั่งต้มกินกันก่อนนอนนนน  หลายคนอาจทราบว่าที่นี่เป็นแหล่งของเกมส์ออนไลน์ ซึ่งผมเปิดทีวีไปเจอ ช่องๆ หนึ่งที่เกี่ยวกับเกมส์ออนไลน์อย่างเดียวเลย  ดูแล้วเค้าบ้าเกมส์กันมากเลย มีการแข่งเกมส์ออนไลน์ถ่ายทอดทางทีวีและแบ่งทีมกันแข่งขันกันจริง ๆ จัง
20/10/05
ตื่นเช้ามา อากาศค่อนข้างเย็น น้อง Room mate ผมลงไปแช่น้ำร้อน ต่ออีกในช่วงเช้า ผมขอบายเพราะง่วงจริงๆ เราเดินทางไปล่องเรือชมความงามของทะเลสาป ซุงจู ชมหินไผ่สวรรค์ สิ่งมหัสจรรย์ของเมือง ทันยาง และความงดงามของหินรูปแปลกตา เช่น หินรูปปลาวาฬ, หินรูปเต่า, กบ ซึ่งผมเองก็พยายามดูอย่างเต็มที่ ก็มองไม่เห็นเหมือนเค้าเลย ดูเหมือนมาล่องเรื่อในทะเลสาปธรรมดา แต่เค้าใส่เรื่องราวเข้าไปเพื่อให้การล่องเรื่อคราวนี้มีความหมายกับการ ดูภูเขารอบตัว (ลมเย็นเลยทีเดียว) เราเริ่มเดินทางกลับเข้ากรุงโซล และแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารเกาหลีกลางทาง  อาหารมาแบบเดิมเลยครับ หมูย่างเกาหลีบนเตาถ่าน “คาลบี้” ตอนทานเสร็จ ก็มีรถขายของฝากมาจอดรอขายของฝากกับพวกเราโดยเฉพาะ….  ผมไม่ได้ซื้ออะไรเลย เพราะไม่ค่อยชอบซื้อของที่ทำอะไรไม่ได้ พวกขอโชว์ เราซื้อไปส่วนใหญ่เค้าก็ไม่ได้เอาไปทำอะไร บางคนก็ทิ้งซะด้วย ซ้ำดังนั้นสำหรับผม ถ้าจะซื้อของฝากอะไรก็ตาม ก็จะพยายามเน้นของที่คนรับสามารถนำไปใช้งานหรือใช้ประโยชน์ได้
เราเดินทางมาถึงโซล และแวะวันพุทธ แต่สิ่งทีผมแปลกใจมากของคนเกาหลีคือ คนเกาหลีนับถือศาสนาพุทธ 30% คริสต์ 30% และอีก 30% ไม่นับถือศาสนาอะไรเลย แปลกมากครับ แต่ไกด์บอกว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเค้าเองก็ไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเช่นกัน… อืมแปลกเว้ยยย
จบจากการไปวัดพุทธ ไกด์พาพวกเราไป ย่านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าของกรุงโซล ผมจำชื่อไม่ได้ (จำยากฉิบอะไรดองๆ ซุงๆ จูๆ วุ่นไปหมด) ไปถึงก็เริ่มเดิน ชั้นล่างๆ จะเป็นเครือ่งใช้ไฟฟ้า MP3 ทีวี ต่างๆ (ตอนนี้มีแต่จอ plasma ไม่เจอทีวีธรรมดาแล้ว) ชั้น 4 ถึงเป็นคอมพิวเตอร์ ซึ่งดูราคาแล้ว ค่อนข้างแพงกว่าบ้านเราเลยทีเดียว แต่ยี่ห้อที่คนที่นี้ส่วนใหญ่นิยมก็ เช่น Sumsung, LG (ยี่ห้อเกาหลี) แต่ราคาไม่ถูกเลยนาาาาา ผมรีบเดินเสร็จ ก็ลองนำโน็ตบุ๊ก (ผมนำไปด้วย) ออกมาเปิดเล่น เพื่อลองจับสัญญานของ Wireless LAN ดูซึ่งพอ scan ดูปรากฏว่าเจอ LAN เพียบเลย ก็เลยแอบต่อกับบางวง ที่เปิดไว้ไม่ได้ปิด ก็เลยถือโอกาสเช็กเมล์ กับส่งข้อมูลกลับหาที่เมืองไทย
หลังจากนั้นเราแวะไปซื้อ โสม ครับ เป็นร้านสำหรับคนไทยโดยเฉพาะเลยครับ เพราะพนักงานขายที่นี้เป็นคนไทยทุกคนครับ แต่ผมฟังเค้าแนะนำสินค้าเสร็จก็ขอบาย เพราะที่บ้านของผมมีไอ้พวกนี้มากมาย กองอยู่เต็มไปหมดไม่มีคนกินเลย
เราเดินทางไปทานอาหารเย็นที่ภัตรคาร ซึ่งเสริพ “ไก่ตุ่นโสม” ซึ่งเค้าจะใช้ไก่อายุ 49 วันตุ๋นด้วยโสม มาให้ทานคนละ 1 ตัว (ตัวไม่ใหญ่มาก ไม่อร่อยเล้ยยย) เราเดินทางมาโรงแรม Capital Hotel โรงแรมกลางเมือง โซล และก็นัดกันจะไปตลุยราตรีของกรุงโซลกัน ซึ่งเราได้พยายามไปหลายๆ ที่โดยมี mickey ไกด์ชาวเกาหลี ได้นำเราไป ซึ่งไม่ได้เรื่องเล้ยย เพราะเค้าเองก็ดูเหมือนไม่รู้เรื่องเหมือนกันว่าจะไปไหน พวกเราเลยไปนั่ง Hang ในร้านอาหารเกาหลี ที่วัยรุ่นไปนั่งกินกัน เป็นร้านที่มีหม้อตุ๋น และทานเหล้าเกาหลีกัน (เหมือน Vodka) กินไปกินมา ได้คุยกับคนเกาหลีโต๊ะข้าง ๆ บ้าง ซึ่งเราพบว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษแถบจะไม่ได้เลย ขนาดคุยกับพวกนักศึกษาชาวเกาหลี ทั้งชายและหญิง ต่างก็พูดไม่ค่อยได้ ฟังก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องให้ไกด์ช่วยแปลให้ (ไกด์ก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง) เราทานเสร็จก็เดินทางไป เธค Hip Hop ชื่อ NB จากฟังคำบอกเล่าดูแล้วที่นี้จะดังสุด แต่พอเข้าไป เพื่อนผมกลับเข้าไม่ได้ เพราะเค้าบอกว่าเพื่อนผมแต่งตัวไม่สุภาพ  ที่ไม่สุภาพเพราะใส่กางเกงผ้าสแล็กไป ส่วนคนอื่นๆ ใส่กางเกงยีสต์เข้าได้หมด จนมันต้องไปซื้อกางเกงยีสต์มาใส่ราคา 30,000 won  (ค่าเงินเกาหลี 1000 won = 40.50 บาท) เราเที่ยวกันมันส์มาก เพราะเป็นเธค Hip Hop แท้ๆ อยู่ใต้ดิน ผมเองก็มึนๆ มาจาก Vodka เกาหลี มาต่อทีนี้อีก ก็เลยมันส์กันใหญ่ แต่สนุกกันเองส่วนใหญ่ เพราะคุยกับใครรอบข้างไม่รู้เรื่องเลย วันนั้นพวกเรากลับกันมาถึงโรงแรมกันประมาณตี 1-3 แล้วมาต่อด้วย มาม่ากันต่อ … คร่อกกหลับสบายยย
21/10/05
ตอนเช้าเราตื่นกันมา อยากลำบากเพราะตื่นแต่เช้า และยังไม่หายจากเมื่อคืน เราออกเดินทางจากโรงแรมเพื่อไปดูหมู่บ้านวัฒนธรรม นามซันของชาวเกาหลี  ซึ่งเป็นหมู่บ้านของข้าราชการชั้นสูงของเกาหลี เมื่อ 600 ปีก่อน แต่เนื่องจากฝนตก เราเลยติดอยู่ตรงประตูทางเข้า ซึ่งตอนนั้น เริ่มมีนักเรียนของเกาหลี ที่มาทัศนศึกษาติดฝนอยู่กับพวกเราด้วย เราติดกันอยู่ซักพัก พี่ไกด์ของเราก็นึกสนุก เริ่มไปคุยกับนักเรียนสาวเกาหลี แล้วอำ พวกนั้นว่า ผมเป็น ดารา super star จากเมืองไทย น้องๆ เหล่านั้นก็ตกใจใหญ่ (คงสงสัย ว่าทำไมดาราเมืองไทยหน้าตามันเฮ้าเลี่ยนแบบนี้) มาถ่ายรูปร่วมกับผม กันยกใหญ่ แต่ดูแล้วน้องๆ คงอาจจะไม่เชื่อ ก็เลย อำกันไปต่อว่ามีดาราอีกคน อยู่บนรถบัส  เดียวจะไปตามลงมา  ซึ่งเป็นน้องอีกคนนึง ที่นอนพักอยู่บนรถ (หนักจากเมื่อคืน) แล้วหน้าน้องคนนี้และการแต่งกายค่อนข้างดูแปลก และเทห์ พอไปตามน้องเลี้ยง (ชื่อของน้องคนนั้น) สาวๆ เกาหลี กรี๊ดกันเกรียวเลยย ยกนิ้วให้เลยว่าหล่อ ต่างรุมเข้ามาขอถ่ายรูป ขอลายเซนต์กันใหญ่ โห ไม่น่าเชื่อเลย ก็ถ่ายรูปและมะรุมมะตุ้มกันพักใหญ่ เราก็กลับ เพราะฝนไม่มีท่าทีจะหยุดเลย ก็เลยขอตัวลา กลุ่มนักเรียนเกาหลี ซึ่งตอนนั้นเริ่มทยอยมาดู ดาราไทย (ปลอม) กันเป็นกลุ่มใหญ่มากกกกกก พวกเข้าขึ้นรถไปแล้ว ซักพัก ก็มีกลุ่มนักเรียนกลุ่มเดิม เดินตามขึ้นมาบนรถเลยย เพื่อมาขอถ่ายรูปกับน้องเลี้ยงอีกที โหหห บ้าดารา (ที่ไม่รู้จักกันขนาดหนัก)  พวกพี่ ๆ น้อง ๆ ทีร่วมทัวร์ต่างขำกันใหญ่ กับการอำครั้งนี้ …  เราไปแวะย่าน shopping กันต่อที่ Duty Free และย่าน Shoppint เมียนดง ผมไม่ได้ซื้ออะไรตามเคย เพราะของแพงและมีแต่สินค้าแฟชั่น ซึ่งราคาแพงกว่าบ้านเราจริงๆ  ตอนบ่าย เราเดินทางไปที่สนามบิน เกาหลีเพื่อเดินทางไปต่อ ที่ประเทศใต้หวัน ด้วยเที่ยวบินที่ TG 635
เราเดินทางมาถึงใต้หวันเวลาประมาณ 5 โมงกว่า แวะทานอาหารจีน ณ. โรงแรมใกล้กับสนามบินจากนั้นก็เข้าโรงแรม ชื่อ Brother Hotel อยู่ใจกลางเมือง ไทเป เมืองหลวงของใต้หวัน ซึ่งทุกห้องในโรงแรมนี้ มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ฟรีครับ ความเร็ว 2 Mb โดยขอสายแลนต่อได้เลย ผมเลย ใช้เน็ตอย่างสบายใจ ใช้ Skype คุยกับน้องๆ ที่บริษัทได้เลย และได้ใช้บริการ Skype Out เป็นบริการโทรศัพท์จากคอมพ์ เข้าสู่โทรศัพท์ตามบ้านเลย โดยซื้อแต้ม (Credit) จากทาง Skype แล้วเราก็สามารถโทรศัพท์แบบ VoIP เข้าโทรศัพท์ทั่วโลกได้เลย ในราคาที่ถูกมากกกกกก  ซึ่งหลังจากเอาของไปเก็บที่ห้อง และเล่นเน็ตซักพัก พวกผม ก็เริ่มวางแผนไปตะเวนราตรีของ ไทเปกัน ซึ่งก็เดินทางไปโดย taxi ซึ่งเราก็วนไปๆ มาๆ หลายๆ ที่ ซึ่งเรามาจบที่ เธค ชื่อ Plush ซึ่งอยู่บนตึกสูง และเป็นเธค Hip Hop ชื่อดังของไทเป มีคน Hip Hip ไปกันมากมายเลยทีเดียว.. คืนนั้นพวกเราสนุกกันมาก..  กลับมาถึงกัน ตี 2-3 มากินมาม่าที่ห้องกันต่อ แล้วค่อยนอน
22/10/05
วันนี้เราตื่นเช้าอีกแล้ว  เพื่อเดินทางไปชม อนุเสารีย์ วีระชน “จงรื่อฉือ” เพื่อชมการผลัดเปลี่ยนเวรของทหารยาม เหมือนกับทหารที่เฝ้าหน้าพราะชาวังบักกิ่งเฮม ที่อังกฤษ ทำให้ผมรู้ประวัติของประเทศ ใต้หวัน พอสมควรเลยทีเดียว หลังจากที่งงๆ ระหว่างใต้หวัน กับ จีนมาพอสมควร หลังจากนั้น เราเดินทางไป พิพิทธภัณฑ์ สถานแห่งชาติ “กงกู้” ซึ่งนับว่าเป็นพิพิทธภัณฑ์ที่ใหญ่มากๆ ติดอันดับ 1 ใน 4 ของโลก เพราะมีทรัพย์สมบัติที่มีอายุมากกว่า 5000 ปี ที่นำมาจากจีน มาอยู่ที่นี้หมดเลย รวมแล้วมากว่า 720,000 ชิ้น ซึ่งนำมาโดย เจียง ไค่ เช็ก ประธานธิบดีและผู้นำของใต้หวันในขณะนั้น (ประวัติของคุณเจียง ไค่เช็กน่าสนใจมาก ลองไปหาอ่านดู)
ตอนเที่ยงเราแวะไปทานอาหารจีนกัน ซึ่งที่นี้ แปลกดีคือ ให้คุณสามารถตัก อาหารสด เช่นหมู ผัก เครื่องปรุงต่างๆ เองได้แล้วจะมี พ่อครัวนำอาหารสดที่คุณตักมา ไปผัดให้ น่าสนใจดี รสชาติก็ Ok
หลังจากนั้นเราเดินทางไปนมัสการ เจ้าแม่กวนอิมที่วัด และเดินทางไปดู หินเห็น รูปร่างต่างๆ ริมทะเล ซึ่งมีหินรูปร่าง เหมือน “นางพญา” ซึ่งคล้ายๆ กับ พระนางคลีโอพัตรา ทะเลที่นั้นแรงมาก และแวะทานขนมจากร้านขายขนมและของฝากจากที่นั้นก่อน จะนั่งรถกลับมาทานอาหารที่ร้านอาหารจีน ก่อนที่จะไป night Market ตลาดนัดสินค้ามากมายกลางเมืองไทเป ซึ่งผมขอแยกตัวกับเพื่อนๆ ไปเดินย่านคอมพิวเตอร์ ของใต้หวัน เรา นั่ง taxi แยกตัวออกไป พอไปถึงพบว่า ที่นั้นมีร้านค้าขายคอมพิวเตอร์มากมาย ทั้งแถบถนน มีทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆมากมาย โน็ตบุ๊ก และ สินค้า ไอทีเพียบบ ราคาถูกว่าเมืองไทยนิดหน่อย แต่จะมีสินค้าใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากว่าเมืองไทยเยอะ เราเดินกัน 1-2 ชั่วโมง และรีบนั่งรถ taxi กลับไปรวมตัวกลับกลุ่มที่เค้าไปเดิน night market กัน และกลับมาที่โรงแรม
หลังจากถึงโรงแรม เราก็นัดกันออกไปตลุยราตรีกันอีก (อีกแล้ววววว) เราตกลงกันจะไปที่เดิม Plush เพราะไม่รู้ว่าที่อื่นจะมีอะไรเวิรก์ๆ รึเปล่า พอไปถึงที่นั้นมีตำรวจ เข้าไปตรวจ จนต้องหยุดปิดรับคนเข้าร้านค้า และปิดเพลง เพื่อให้ตำรวจตรวจ (เหมือนเมืองไทยเลย) แต่ที่นั้นไม่มีเช็กบัตรประชาชน คืนนั้นเรากลับกันถึงห้องตอนตี 1-2 เธคที่นั้นปิดประมาณ ตี 3-4 (จากคำบอกเล่าของคนแถบนั้น) กลับมากินมาม่าแล้วก็นิดเช่นเดิม
23/10/05
ช่วงเช้า เราแวะไปสุสานของ และอนุเสารีย์ของ เจียง ไค่ เช็ก ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก กลางเมืองไทเป ต้องยอมรับว่า เจียง ไค่เช็กเป็นคนที่ก่อตั้งประเทศใต้หวัน ในระบบประชาธิปไตย ขึ้นมา เมื่อ 94 ปีที่ผ่านมานี้เอง โดยแตกมาจาก ประเทศจีน (จากพรรคก๋งมินตั๋ง และเติ่งเสี่ยวพิง ซึ่งเป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์ ) เสร็จแล้วเราเดินทางมาดูตึก Taipei 101 ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก โดยสูง 508 เมตร มีทั้งหมด 101 ชั้น ผมได้ขึ้นไปชมด้านบนด้วย โดยมีค่าขึ้นไปดู 350 NT (ค่าเงินใต้หวัน โดย 1 NT  = 1.25 บาท) นับว่าเป็นตึกที่น่าสนใจมาก ในด้านการออกแบบ โดยมี concept มาจากต้นไผ่ และออกแบบตามหลักของ ฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง โดยใช้ค่าก่อสร้างทั้งโครงการประมาณ 6 แสนล้านเหรียญใต้หวัน (NT) คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 7.5 แสนล้านบาทไทย หลังจากเดินดูตึกเสร็จแล้วเราก็มุ่งหน้าสู่ สนามบิน เจียงไค่เช็ก สนามบินของใต้หวัน และเดินทางกลับเมืองไทย อย่างโดยสวัสดิภาพ

8 – 14 /8/05 คุย TIAB บุกเกาะเต่า

leave a comment »

8 – 14 /8/05 คุย TIAB บุกเกาะเต่า
สัปดาห์นี้ผมต้อง นัดคุยงานเรื่อง TIAB และแก้ Server อีก และมีนัดกับเพื่อน ๆ ไปเกาะเต่า ที่สุราษฏ อีก.. เหนื่อยจริงๆ ช่วงนี้เที่ยวเยอะครับ
จันทร์ 8/8/05
ตอนเที่ยงไปร่วมงานเปิดตัว Advance MPay ของ AIS บริษัทที่ให้บริการการชำระเงินบนมือถือ ร่วมกับ NTT Docomo จัดที่ Conrad.. ตอนบ่ายกลับมาทำงานต่อ..
อังคาร 9/8/05 ไปสอนที่สุพรรณบุรี
สำนักธุรกิจ สุพรรณบุรี ของกรมพัฒนาธุรกิจเชิญไปจัดฝึกอบรม ผู้ประกอบการที่นั้น 2 วัน โดยวันแรกผมสอน basic E-Commerce สอนเสร็จถึงตอนเย็น กลับมาถึงบ้านค่ำๆ
พุธ  10/8/05
เคลียร์งาน ทั้งวัน… อะไรก็ไม่รู้ นั่งทำ Server ตัวใหม่ต่อ ช่วงนี้คลุกกับ Server ตัวใหม่ที่ลงเอาไว้
พฤหัส 11/8/05
ช่วงบ่ายมีประชุม TIAB (Thailand Interactive Advertising Bureau) http://www.webmaster.or.th/tiab/ เพื่อนำบความมาลงในหนังสือประจำปีสมาคมฯ นัดไว้ที่ starbuck สยาม มีมาหลายท่านเลยครับ เพื่อร่วมพูดคุย ได้แก่ SC Matchbox, M1, Manager.co.th, Mweb (Sanook.com), INET, TARAD.com ได้บทสรุปที่น่าสนใจทีเดียว เสร็จผมต้องรีบเดินทางกลับบ้านไป เกาะเต่า เพื่อนๆ ผมจัด Trip เอาไว้โดยที่ผมแทบไม่รู้เรื่องเลย เกี่ยวกับ Trip นี้รู้อย่างเดียวว่า “ต้องไป” คือไปแบบงงๆ ผมต้องรีบเดินทางไปที่ ถนนข้าวสารเพื่อเดินทางขึ้นที่นั้น เป็นบริษัท ลมพระเยาว์ เห็นบริษัทเป็นห้องแถวๆ เล็ก ๆ แถวถนนข้าวสาร โอ้วแม่เจ้า พอไปเห็น ทั้งหมดของเค้า มีเรือลำใหญ่หลายลำ รถโค้ชอีกหลายคันเลย ออกเดินทางจากกรุงเทพ ตอนเกือบ 4 ทุ่ม  หลับตลอดทาง เดินทางถึงชุมพรตอน เช้าตี 5 นั่งเรือข้ามไป เกาะเต่าด้วยเรือสุดเจ๋งวิ่งเร็วสุดๆ แต่เนื่องจากหน้านี้เป็นหน้ามรสุม เรือโดนคลื่นตี โคลง คนในเรืออ๊วกแตกเป็นแถว  ฮ่าๆๆ ผมหลับไม่รู้เรื่อง ถึงเกาะเต่าตอน 7 โมงเช้า….
ศุกร์ 12/8/05 เราไปพักที่  Ban’s Diving Resort (อ่านว่า แบน) ช่วงเช้าฝนตกครับ ไม่น่าเชื่อว่าบนเกาะนี้ ฝรั่งเยอะมากๆ เยอะกว่าคนไทยอีก เพราะส่วนใหญ่ที่ผมเห็น เค้าจะมาเรียนดำน้ำกัน อยู่กันเป็นเดือนๆ เลย   พวกผมนอนพักแล้วตอนบ่าย ตอนเย็นๆ ไอ้เอก เพื่อนผมสมัยมัธยม มาเจอผมที่โรงแรม  ตอนมัธยม มันเคยมาอยู่เกาะเต่าคนเดียว 10 วัน มันเคยบอกพวกผมว่า “โตขึ้นมันจะไปอยู่เกาะเต่า” แล้วมันก็ทำตามความฝันมันจริงๆ มาย้ายมาอยู่กับภรรยามัน ที่เกาะเต่า 5 ปีแล้ว ตอนนี้รับงาน graphic Design ให้กับธุรกิจต่างๆ อยู่อย่างสบาย ๆ ง่ายๆ น่าอิจฉาจริงๆ  ตอนเย็นมาพาพวกผมไปกิน บาร์บิคิว แถวๆ นั้นๆ แล้วตกดึก ก็พาไป Party ที่ร้าน Whitening Pub บนเกาะ จนดึก็กลับมาที่พัก วันนี้โทรไปสวัสดีแม่ เนื่องในโอกาสวันแม่ครับ….
เสาร์ 13/5/05
วันนี้เราวางแผนว่าจะไปดำน้ำรอบเกาะเต่า เพื่อดูปะการัง แต่เนื่องจากหน้านี้ฝนตกมาก มรสุมเข้า ลมแรง ฟ้าครึ้ม แต่พอถึงเวลาจริงๆ พวกเราก็ออกไปกันได้ เช้า speed boat ออกไป (มีการแอบบนไว้ด้วยนะ ว่าขอไม่ให้ฝนตก) เราแวะไปดำน้ำกัน ทั้งหมด 3 จุด ผมดำไป 2 ที่ก็เหนื่อยแล้ว ขอแอบหลับที่นึง จุดสุดท้ายเราแวะไปที่ เกาะนางยวน.. ซึ่งผมเคยมาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน .. เกาะนี้ ตามความเข้าใจของผม รัฐบาลให้บริษัทเอกชนสัมปทานเกาะนี้เพื่อทำการท่องเที่ยว ซึ่งนับว่าทำได้ดีพอสมควรเลย……  ตอนกลางคืน เอกเพื่อนผมแวะมา พาไปทานอาหารที่ร้าน บนเขา เค้าออกแบบได้สวยมาก เป็นร้านริมหน้าผา กินได้บรรยากาศดีจริงๆ
อาทิตย์ 14/8/05 กลับกรุงเทพ
เราออกเดินทางจากเกาะตอน สายๆ ไปถึงชุมพรตอนเกือบเที่ยงและแวะไปบ้านเพื่อนผม โอ๊ค บ้านมันอยู่ที่ ชุมพรอยู่แล้ว… แวะทานข้าว และแวะไปไหว้ กรมหลวงชุมพรด้วย นั่งพักอยู่บ้านเพื่อนจนถึงบ่ายแก่ๆ แล้วก็เดินทางไปสุราษฏธานี เพื่อนั่งเครือ่งกลับกรุงเทพ… ทริปนี้ได้ประสพการณ์อะไรไปอีกแบบ… แต่เหนื่อยเหมือนกันนะ เที่ยวเกาะ 2 อาทิตย์ติดกันเลย โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ….

13-19/6/05 วิธีการจดโน็ตที่ดี – ไป Communic Asia

leave a comment »

จันทร์ 13/6/05
ทำงานตามปกติช่วงบ่ายผมมีนัดกับ บริษัทแห่งหนึ่ง ย่านถนนเพชรบุรี ตอนค่ำมีนัดกับพี่บิ๊ก แถวๆ Plaza Lagoon ย่านโชคชัย 4 เราคุยเรื่องงาน และมักจะคุยแลกเปลี่ยนความคิดหลายๆ เรื่องราวของวงการ อินเทอร์เน็ต, เทคโนโลยี, How to
เสร็จ 3-4 ทุ่มกลับบ้านนอน..!
อังคาร 14/6/05 ประชุมทั้งวันอีกแล้ว
ตอนเช้าผมต้องตื่นขึ้นมาแต่เช้า เพื่อไปเตรียมงานส่งลูกค้า นั่งทำ Proposal หลายงานอยู่ ยังไม่เสร็จดีผมต้องมีประชุม Head ของบริษัทตอน 11 โมง (ผมขอเลื่อนจาก 10 โมง เพราะทำงานไม่ทัน) ผมเป็นคนนึงที่ชอบพลัดอะไรไปเรื่อยเหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นพลัดไปเรื่อยๆ ทำให้งานแต่ละงาน มันจะไม่เสร็จ ดังนั้นเดียวนี้พอทำงานอะไร ผมจะพยายามทำให้เสร็จๆ ไปเลย เพื่อความต่อเนื่อง, อารมรณ์, สมาธิ จะได้จบๆ ไปเลย
นี้คือ หลักการทำงานของผมข้อหนึ่งครับ หากไม่เสร็จผม จะมีไฟล์ Note Pad อยู่หนึ่งไฟล์ แปะไว้บน Desktop ของผม ซึ่งในนั้นจะมีรายชื่องาน เรียงไว้เพียบ ที่ผมค้างเอาไว้ หรือต้องทำ หลายๆ คนมักจะมีอะไรทีต้องทำเยอะมาก แต่มักคิดว่า ตัวเองนั้นจำได้ แล้วพอผ่านไปมันก็ลืมครับ “การจด” ช่วยคุณได้ครับ แต่การจดที่ดี ควรจดไว้ที่ คุณ “ต้อง” เห็นมัน ไม่เช่นนั้นมันก็จะไร้ความหมายหากคุณจดไป แล้วไม่มีโอกาสดู
นี้คือสาเหตุหนึ่ง ที่หลังมือของผมจะเต็มไปด้วย ตัวหนังสือเต็มไปหมด ซึ่งคืองานที่ผมต้องทำและที่ผมมักเขียนไว้ด้วยปากกาเลอะมือไปหมด  ผมเลือกที่จะเขียนลง “หลังมือ” มากกว่า “ฝ่ามือ” เพราะที่ฝ่ามือ น้อยครั้งที่คุณจะพลิกฝ่ามือมาดู และเสี่ยงต่อการลบเลื่อนของข้อความ จากเหงื่อหรือล้างมือ แต่หากเป็นหลังมือของคุณ แค่คุณจับของนู้นนี้ หรือดูนาฬิกา คุณก็จะเห็นข้อความที่คุณจดไว้หลังมือคุณแล้ว …. นี้คือทริกง่าย ๆในการเตือนความจำของผมครับ…. หลังจากนั้นผมก็จะทยอยเอางานจาก “หลังมือ” เข้าสู่ Note Pad เพื่อทำงานของตัวเองต่อไปครับ
จบประชุมช่วยบ่าย ผมต้องออกไปประชุมกับ กรมพัฒนาธุรกิจ ซึ่งนับว่าเป็นบ่ายที่ยาวนานมากครับ กว่าจะประชุมเสร็จก็เกือบ 5 โมง ขับรถกลับมาที่ ออฟฟิส รถติดมั่กๆ มาถึงก็ต้องไปประชุมของสมาคมผู้ดูแลเว็่บไทยต่อ แถวคลองประปา ( office ของ DSI ซึ่งท่านนายกฯ สมาคมตั้งอยู่ที่นั้น) คืนนั้นเป็นคืนที่ประชุมกันเร็วมาก ปกติเราจะเริ่มประชุมกัน 2 ทุ่ม เลิกกกันเกือบ เที่ยงคืนทุกครั้ง แต่คราวนี้แค่ 3 ทุ่มครึ่งก็จบแล้ว เพราะเนื่องจากเรื่องที่จะคุยกันส่วนใหญ่จบกันใน ประชุมกลุ่มย่อยไปแล้ว และงานปีนี้เราน้อยกว่าปีก่อนด้วยครับ แต่เราก็ยังอุตสาห์ นั่งคุยกันจนถึง 4 ทุ่มกว่า
งานใหญ่ปีนื้ที่พวกเรากำลังเตรียมกันคือ INET Young Webmaster Camp ครั้งที่ 3, Web Award ครั้งที่ 3, งานหนังสือประจำปี, งานประชุมประจำปี ซึ่งแต่ละงานนี้ใหญ่ๆ ทั้งนั้น หากใครไม่เคยจัดงาน หรือทำงานอะไรใหญ่ๆ มาก่อน ขอแนะนำให้มาสมัครร่วมกันทำงานที่สมาคมนี้ครับ คุณจะได้ทำงานแปลกๆ ใหม่ๆ งานใหญ่ๆ เช่น งานสัมมนา, งานแถลงข่าว, งานบริหารโครงการ, งานฝึกอบรม, การเข้าสังคม ฯลฯ ซึ่งไม่มีบริษัทไหนหยิบยื่นโอกาสนี้ให้กับคุณมาก่อน ประสพการณ์การทำงานต่าง ๆ มากมาย หาได้ที่นี้ครับ ที่นี้ก็ถือเป็น “โรงเรียนสอนการทำงาน” สำหรับผมอีกที่นึงที่สำคัญเลยทีเดียว
คืนนั้นเราเริ่มมีการ พูดถึงกรรมการของสมาคมฯ ในปีหน้า ซึ่งชุดเก่าจะหมดวาระในเดือนกันยา 48 นี้แล้ว และผมคงต้องขอลาจากตำแหน่ง “เลขาธิการสมาคมฯ” แล้วด้วยเพราะเนื่องจากคงต้องกลับมาทำภาระกิจ ของบริษัทตัวเองแล้วครับ ตลอด 2 ปีที่ทำตำแหน่งนี้ ถือว่าทำงานหนักมาก รับเรื่องหลายๆ อย่าง ปีหน้าขอพักก่อนละกันนะครับ
ส่วนวันนี้ถือว่าเป็นวันที่หนักสำหรับผม อีกวัน เพราะประชุมตั้งแต่ เช้าถึงดึกเลย (อีกแล้ว)
หลักการทำงาน
****************************************
- พยายามยามทำงานให้จบในทีเดียว (หากคุณสามารถทำได้)
- จดโน็ตจะไร้ค่าหากคุณไม่เห็นหรือนำมันมาใช้
พุธ 15/6/05 ประชุมผู้ปกครอง
ช่วงเช้าผมโทรศัพท์จองตั๋วเครื่องบินไป สิงค์โปร์ ไปดูงาน Communic Asia ซึ่งจัดทุกปี (ที่ต้องโทรเพราะมันปิดรับจองทางอินเทอร์เน็ต เพราะจะจองผ่านเน็ตต้องจองก่อนล่วงหน้า 2 วัน ซึ่งผมจองแล้วจะบินพรุ่งนี้เลย เลยต้องโทรไปจอง) ผมไม่เคยไป Communic Asia เลยปีนี้ก็เลยกะว่าจะไป และก็พยายามหาเพื่อนไปด้วย แต่หาไม่ได้เล้ยย เลยตกลงว่า (กู) ไปเองคนเดียวก็ได้ (วะ) สิ่งทีตั้งใจจะไปดูคือ เทคโนโลยี Know How ใหม่ๆ เพื่อเปิดมุมมอง หรือสมองของผม ซึ่งๆ ทุกวันนี้ถูกปิดอยู่ในประเทศไทย นี้คือช่วงเวลาที่ ผมจะได้เปิดโลกทัศน์ ทางด้านความคิด ไอเดีย ใหม่ๆ กลับมาพัฒนาตัวเอง บริษัท และก็ประเทศครับ.! ที่ดังนั้นผมจึงไปครับ ผมวางแผนว่าจะไปนอนค้างกับน้องชายผมที่เรียนอยู่ที่นู้น 1 คืน (เค้าเพิ่งเดินทางไปเมื่อวาน)
เมื่อวานแม่โทรศัพท์มาหาผมให้ไปงานประชุมผู้ครองแทนที่โรงเรียนเซนต์โย ช่วงบ่าย ผมจึงนั่งทำงานอยู่บ้านในช่วงเช้า เพราะไม่ค่อยอยากเสียเวลากับการเดินทางไปๆ มาๆ ผมไปถึงที่โรงเรียนเซนต์โยช่วงบ่าย โห แถวนั้นหาที่จอดรถยากมากครับ.! ผมไปจอดที่อาคารจอดรถ ที่เมื่อก่อนผมมักไปจอดเมื่อเวลาไปเที่ยวแถวๆ สีลมซอย 4 งานประชุมครั้งนี้มีผู้ปกครองหลายร้อยคนเลยครับ มาร่วมฟัง อ.ใหญ่กล่าวภาพรวมเรื่องต่างๆ รวมถึงปัญหาเรื่องการจราจร แถวๆ นั้นเพราะตอนเช้าแถวย่านนั้น รถติดโคตร.!
มีตำรวจจาก สน. ในพื้นที่มาให้ข้อมูลแผนการเดินทางรถ ผมดีใจมากครับ เพราะตำรวจใช้ Power Point ในการนำเสนองาน ซึ่งทำออกมาได้ดี ผมอยากให้ราชการ ตำรวจไทย หันมาใช้ IT กันมากขึ้นครับ เราจะได้ทำงานกันได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากคุณรู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้กับชีวิตคุณให้ถูกวิธี จบประชุมรวม ก็แยกประชุมแต่ห้องของนักเรียน ผู้ปกครองก็แยกย้ายไปรวมกับที่ห้องของตัวเอง แล้วก็มีประชุมย่อย เพื่อให้คำแนะนำกับผู้ปกครองเพิ่มเติม ผมต้องรีบกลับไปเซ็นต์เอกสารที่บริษัท ก่อน 3 โมงจึงต้องแอบเดินออกจากห้องตอนบ่าย 2 กว่าๆ จุดที่ผมเห็นความแตกต่างระหว่างโรงเรียนในเครือคริสต์กับโรงเรียนรัฐบาลไทยคือ การดูแลเอาใจใส่นักเรียน (ผมพูดในความเห็นผมนะ ผมเองก็จบโรงเรียนรัฐบาลมา) การดึงผู้ปกครองมามีส่วนร่วมกับ โรงเรียนเป็นแนวทางที่ดีมากครับ เพราะจะสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือมุมมองกันได้ เพราะต้องยอมรับว่า เดียวนี้ การเติบโตของเด็กๆ เด็กๆสมัยรุ่นพ่อแม่ผมก็มีแนวทางการดำเนินชีวิตแบบนึง เด็กรุ่นผมก็มีแนวทางการเติบโตมาอีกแบบนึง และรวมถึงเด็กรุ่นต่อๆ ไปก็จะมีแนวทางการเติบโตเป็นของตนเอง สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นการปรับตัวหรือวิวัฒนากาทางด้านความคิด (Evolution) จะช่วยทำให้หลายๆ สิ่งดำเนินไปตามทางที่ควรจะไป (บ่นอะไรอยู่วะเนี่ย กู) ผมนั่งทำงานถึงดึก และก็กลับบ้าน
พฤหัส 16/6/05 Communic Asia
ผมตื่นเช้า มาเก็บกระเป๋า โดยเอาเป้ไปใบเดียว แล้วพยายามบยัดเสื้อผ้าเข้าไป ผมเอา notebook ไปด้วยเพราะไปไหน ผมก็เอาไปด้วยเสมอ และมันก็หนักมากกกกกก (นี้คือสาเหตุว่าทำไมต้องใช้ Notebook ตัวเล็ก) ผมนั่ง Taxi ไปสนามบินไปถึงก่อนตั้งแต่ 10 โมง เชื่อไมครับ ไอ้เจ้าสายการบิน Air Asia มันก็ Late อีกจนได้ (คราวก่อนผมไป ภูเก็ตมันก็ late) ผมนั่งรอจนถึง เที่ยงกว่า ๆ กว่าจะได้ออกเดินทาง ระหว่างรอผมก็เปิดคอมนั่งทำอะไรไปเรื่อย
ผมเดินทางมาถึง singapore แวะไปเดินงาน Communia Asia ก่อนแล้ว เพื่อจะดูคราวๆ ว่ามีอะไรบ้างเพื่อวางแผนในการดูของวันพรุ่งนี้  และก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินแวะแถว City Hall และแวะไปเดิน Funan IT Mall สถานที่ขายอุปกรณ์สินค้าไอที (แต่ทีนี้ของแพง ถ้าจะไปซื้อแนะนำให้ไป Sim Lim ดีกว่า ถูกกว่ามาก) เดินดูสินค้าไอทีใหม่ๆ จนถึง 2 ทุ่มผมก็เดินทางไปหาน้องที่ และพักอยู่กับน้องผม แถวๆ North East การเดินทางในสิงค์โปร์เป็นเรื่องง่ายมาก เพราะรอบเกาะไปได้ด้วย รถไฟฟ้าใต้ดิน
[สำหรับรายละเอียดงาน Communic อ่านต่อได้ที่นี่]
ศุกร์ 17/6/05
ตื่นเช้ามาผม ออกไปกับน้องและต้องแบกเป้ ที่มีโน็ตบุ๊กเสื้อผ้าไปด้วย (หนักโคตร)  เพราะอาจจะตรงไป air port เลยหากดูงานเสร็จ โดยแวะไปส่งน้องที่โรงเรียนย่าน Clark Queu (คล๊าก คีย์) และก็เริ่มเดินทางไปงาน Communic Asia อีกครั้งโดย ผมไปถึงงานเดินดูงานไปเรื่อยๆ บังเอิญไปเจอคุณ บิ๊ก จาก AIS ทีม mPAY เค้ามาคนเดียวเหมือนกัน ก็เลย เดินด้วยกัน ซักพักน้องผมเลิกเรียน และก็จะตามมาดูงานด้วย แต่พอผมจะพาน้องเค้างาน เค้าบอกว่าน้องผมเค้าเข้าไม่ได้ เพราะน้องผมอายุยังไม่ถึง 16 ปี ผมก็เลยให้น้องนั่งรอยู่ข้างนอกอีกแป๊ปนึง ส่วนผมก็รีบเข้าไปคุยกับบูทบางบูทที่ผมตั้งใจจะไปคุย แล้วก็เดินทางออกจากงาน ใจนึงก็เสียดาย เพราะยังดูงานไม่ครบเท่าไร แต่ก็ได้เดินดูโดยรอบมาครบแล้วรอบนึง ผมเก็บเอกสารมาเยอะมาก หนักฉิบ
เราออกมาจากงาน และก็พากันไป Sim Lim ที่ซึ่งมีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งตึก เหมือนกับพันธุ์ทิพย์เลย ทั้งรูปแบบและก็สินค้าภายในห้าง ผมตั้งใจจะซื้อ iPod หากราคามัน OK ในระหว่างที่เดินไปมาอยู่ใน Sim Lim ผมก็ไปเจอ พี่โอ๊ต จาก DTAC (พี่โอ๊ตกับผมเคยทำ Project ด้วยกัน ก่อนแกเข้า DTAC) แกมากับน้องๆ ที่บริษัท พี่โอ๊ตแนะนำคนนึงชื่ออ๊อบ ซึ่งมาเดินหาซื้อ iPod เช่นกันผมเลยซื้อพร้อมๆ กับเค้า…   iPod ขายดีมาก หมด Stock กันหลายๆ ร้าน ผมแยกย้ายกับพี่โอ๊ต เพราะต้องรีบกลับมาส่งน้องที่บ้าน กลับมาก็เจอ กลุ่มคนไทยอีกกลุ่มที่เพิ่งมา โดยจะมาพักกับน้องผมเพื่อเรียนต่อที่นั้น ผมนั่งเล่น iPod อยู่ที่บ้านน้องจน 3 ทุ่มก็เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินไป Air Port เพื่อจะกลับบ้าน ผมกะเวลาการเดินทางผิดไปเยอะ จนเกือบไป Check in ไม่ทัน แต่ก็รอดมาได้… ออกจาก Singapore ตอน 5 ทุ่มกว่า ถึงเมืองไทยเกือบ ตีหนึ่ง ผมค่อนข้างปวดหลังมาก เพราะต้องแบกเป้ที่หนัก พร้อมเอกสารจากงานที่ไปเดิน รวมๆ เกือบ 10 กว่ากิโลที่ต้องเดินถือไปมาเกือบตลอด 2 วันการเดินทาง ไม่รู้ว่าไอ้พวก ฝรั่ง back packer ที่เดินทางมาเมืองไทย ผมเห็นมันแบกกระเป๋าใหญ่มาก มันไม่ปวดหลังกันบ้างเหรอวะ?
เสาร์ 18/6/05 อยู่บ้านทั้งวัน นั่งเขียนบทความ ทำงานหน้าคอมไปเรื่อย ตกดึกแวะไปงานวันเกิดไอ้หยุยเพื่อนผมที่ร้านของมันแถวโชคชัย 4 คนไปกันไม่เยอะเท่าไร แต่ก็มันส์ดี เสร็จแล้วเพื่อนผมอีกกลุ่มก็ชวนไป Zantika ต่อ แล้วก็กลับบ้านหลับฉิ้มมมม..
อาทิตย์ 19/6/05 บังคับตังเองให้เขียนบทความ ให้เสร็จให้ได้ เนี่ยก็เขียนอยู่นี้ไง…………..
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 18,243 other followers